วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
"บิ๊กตู่"บวงสรวงสังเวยศาลหลักเมืองครบรอบ 241 ปี ทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ วิจารณ์แซ่ดไม่หมู หลังปักธูปหางเครื่องบวงสรวง"หัวหมู" ไม่ลงต้องปักถึง 4 ครั้ง ก่อนลาราชการลงพื้นที่เชียงใหม่หาเสียง
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2566 ที่ศาลเมืองกรุงเทพมหานคร พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองและพิธีสงฆ์ รวมทั้งพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ประจำปี 2566 ครบรอบ 241 ปี โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม , พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมด้วย คุณพัณณ์ชิตา นันทิภาคย์หิรัญ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ และอุปนายกสมาคมฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยได้นิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ ซึ่งวันเดียวกันนี้ใช้บทสวด มงคลสูตร 38

โดย นายกฯ เข้าสักการะพระพุทธรูปบนหอพระพุทธรูป และถวายพวงมาลัย พร้อมใส่บาตรประจำวันเกิด จากนั้นทำพิธีสักการะองค์พระหลักเมือง ภายในอาคารศาลหลักเมือง พร้อมถวายผ้าตาดและถวายพวงมาลัย ก่อนที่จะทำพิธีสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 บนอาคารเทพารักษ์ จากนั้น เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด (วันเสาร์) ครึ่งเหยือกและเติมที่ตะเกียงสะเดาะเคราะห์ครึ่งเหยือกที่เหลือ จากนั้น นายกฯ จุดธูปเทียนบนโต๊ะบวงสรวง ปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ก่อนที่โหรหลวงอ่านโองการบวงสรวงองค์พระหลักเมือง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปักธูปหางเครื่องบวงสรวงถึงบริเวณหัวหมู พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถปักธูปลงได้ในครั้งแรก และต้องพยายามปักถึง 4 ครั้ง โดยครั้งสุดท้าย ต้องเปลี่ยนปักธูปหางในหูหมู ซึ่งเป็นส่วนที่อ่อนที่สุด ถึงสามารปักธูปลงได้ ทำให้ผู้ที่ร่วมพิธีหลายคน รวมทั้งสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ตามความเชื่อว่า ทำอะไรคงไม่หมูอีกต่อไป

สำหรับศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เป็นปูชนียสถานสำคัญอันศักด์สิทธิ์ของประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานของพระหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 ที่ปกปักรักษาพระนครและประเทศชาติให้มีเอกราช เจริญรุ่งเรือง และยังมีหอพระที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดให้ประชาชนได้มาสักการะบูชา ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศนำดอกไม้ ธูปเทียนตลอดจนเครื่องบวงสรวงสังเวยไปสักการะบูชา และบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สถิตอยู่ในศาลหลักเมือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนทั่วประเทศ จึงนับได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้ นอกจากจะมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ (21 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลาราชการตลอดทั้งวัน เพื่อเดินทางลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค เดินทางด้วยเครื่องบินพานิชย์ โดยเที่ยวบินขาไปสายการบินแอร์เอเชีย และเที่ยวบินขากลับสายการบินไทยสมายล์ โดยจะออกเดินทางในเวลา 10.00 น.จากท่าอากาศยานดอนเมือง ถึง จ.เชียงใหม่ เวลาประมาณ 12.30 น.รับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่เวลา 15.00 น.เดินทางไปยัง อ.ม่อนแจ่ม เพื่อพบปะประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ จากนั้นเวลา 17.00 น.เดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดนัดศรีบุญเรือง (แม่ริม) หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จะรับประทานอาหารค่ำ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นอกจากนี้ จ.เชียงใหม่ ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต 4 , นายโสภณ โกชุม เขต 6 และนายสันติ ตันสุหัช เขต 7

- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี