533.jpg
นายกฯปลื้ม‘ปูติน’  ตอบรับเยือนประเทศไทย  เผยเจ้าตัวพูดภาษาไทยได้

นายกฯปลื้ม‘ปูติน’ ตอบรับเยือนประเทศไทย เผยเจ้าตัวพูดภาษาไทยได้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.20 น.
Tag :

นายกฯปลื้ม‘ปูติน’

ตอบรับเยือนประเทศไทย

เผยเจ้าตัวพูดภาษาไทยได้

เล็งคุยจีนฟรีวีซ่าสองปท.

หลายธุรกิจสนร่วมลงทุน

 

“นายกฯเศรษฐา” ปลื้ม “ปูติน” ตอบรับคำเชิญเยือนไทย เผยเจ้าตัวพูดภาษาไทยได้ แสดงถึงความคุ้นเคยที่ดี เตรียมคุยจีน ฟรีวีซ่าสองประเทศ เผยมีหลายธุรกิจที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก่อนเข้าร่วมประชุม BRF รับฟังสรุปผลการประชุมขยายโอกาสทางธุรกิจการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีน จาก ผู้แทนภาคเอกชน 50 ราย ชวนบริษัทCHEC ยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างในโครงสร้างสาธารณูปโภคของจีนร่วมลงทุนในโครงการ Landbridge


เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการพบปะกับผู้นำระดับโลกในช่วงบ่ายวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า ได้มีโอกาสได้พบกับ นายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการพูดคุยกันด้วยดีและแสดงเจตจำนงที่จะให้สมาชิกรัฐสภารุ่นใหม่มาพบปะพูดคุยกันมากขึ้น กระชับความสัมพันธ์กันระหว่าง 2 รัฐสภา และได้มีการชื่นชมกันถึงเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนเป็นการพบปะกันด้วยดี

จากนั้นได้พบกับ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่โรงแรมที่พักของท่าน มีการโอภาปราศรัยที่ดี ซึ่งประธานาธิบดีรัสเซียได้บอกว่าไทยและรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมา 125 ปี และมีการแลกเปลี่ยนทางด้านการค้า วัฒนธรรม และหลายๆ เรื่อง อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยที่ผ่านมา 1,000,000กว่าคนแล้ว และดีใจที่ไทยได้เพิ่มจำนวนวันพำนักให้กับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจาก 30 วันเป็น 90 วัน ซึ่งจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้

“ประธานาธิบดีรัสเซียเองก็ชอบภูเก็ต เข้าใจว่าเดินทางมาเป็นประจำ ซึ่งผมได้เชื้อเชิญท่านว่าในปีหน้าขอให้มาเยี่ยมเยียนประเทศไทย ท่านก็พยักหน้าพร้อมกล่าวคำว่าขอบคุณครับ ซึ่งเมื่อท่านพูดภาษาไทยได้ก็แสดงว่ามีความคุ้นเคยที่ดี ทั้งกับอดีตผู้นำด้วยและหลายๆ อย่างซึ่งมีการพูดจากันด้วยดีอย่างมาก” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ในช่วงค่ำได้ร่วมงานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำ ที่ทาง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงรับรองกับผู้นำทั้ง 20 กว่าประเทศ ซึ่งระหว่างรอได้พบปะพูดคุยกับผู้นำจากลาว เวียดนาม และกัมพูชา โดยเป็นการพูดคุยกันที่ดี ซึ่งตนจะเดินทางไปเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการด้วย เพราะเป็นประเทศในอาเซียนที่ยังไม่ได้ไปเยือน และทางลาวทราบดีว่าระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ตนจะเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งท่านยินดีและพร้อมที่จะเจอกับเราอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีโอกาสได้พบกับนายสีจิ้น ผิง ในเวลาสั้นๆ ได้ถ่ายรูปและทักทายกันกับท่านและภรรยา และนั่งร่วมโต๊ะกับรองประธานาธิบดี ที่เป็นเบอร์ 2 ได้มีการพูดคุยกันเรื่องเศรษฐกิจ และสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งเรื่องที่จะมีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้ ทั้งเรื่องวีซ่าที่หวังว่าจะมีการทำให้เป็นระยะยาวไปเลยทั้งสองประเทศคือต้องฟรีวีซ่าทั้งสองประเทศ เป็นการพูดคุยกันที่ดี นอกจากนี้ยังได้พบกับเลขาธิการสหประชาชาติด้วย ได้มีการพูดคุยกันถึงสถานการณ์ในอิสราเอล

นายเศรษฐา กล่าว อีกว่า สำหรับภารกิจในวันที่ 18 ตุลาคม เป็นการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Coperration- BRF) ครั้งที่ 3 และช่วงบ่ายจะเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ อีกทั้งวันเดียวกันนี้จะได้พบกับบริษัทจีนเพิ่มมากขึ้น โดยจะเจอกับทางจีลี่ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกบริษัทหนึ่ง เป็นการต่อเนื่องจากที่ได้ไปเจรจามาจากมาเลเซีย ซึ่งเขากับโปรตอนน่าจะสนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงงาน ซึ่งกำลังการผลิตปีละประมาณ 100,000 คัน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และมีความคืบหน้าในการเจรจา เป็นสานต่อจากรัฐบาลที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราได้เปิดประเทศแล้วมีนักธุรกิจจากหลายประเทศ ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเราก็พร้อมต้อนรับอย่างเต็มที่

“เมื่อเราได้ประกาศว่าเราเปิดประเทศแล้วก็มีนักธุรกิจหลายคนเพราะแต่ละคนก็มีพรรคพวกเพื่อนฝูง ก็ได้มาขอเจรจาพูดคุย รวมทั้งมีการเสนอแนะ ซึ่งไทยพร้อมเสมอ วันนี้เราไม่ต้องการให้บริษัทต่างๆ เข้ามาแค่การผลิตรถยนต์ ไม่เช่นนั้นประเทศเราก็จะได้แต่ค่าแรงเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามีหลายบริษัทสนใจเข้ามาทั้งการผลิตอุปกรณ์ ความต้องการต่างๆ ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นถือเป็นเรื่องดี วันนี้ก็จะมีการสานต่อเพื่อการพัฒนาและร่วมงานกันที่ดีต่อไป ทั้งนี้เมื่อเราบอกว่าเปิดประเทศแล้วก็มีหลายธุรกิจที่สนใจจะเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย” นายกฯย้ำ

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการเดินทางเข้าร่วมประชุมและเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ มีภาคธุรกิจของไทย เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจะได้พบและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าอยากให้รัฐบาลมีส่วนช่วยเหลือผลักดันอย่างไร และในช่วงเย็นวันเดียวกันจะได้หารือทวิภาคีกับนายหลี เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งประเด็นที่จะมีการหารือกัน จะมีเรื่องวีซ่า เรือดำน้ำ การค้า การลงทุน รถไฟความเร็วสูง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.) นายเศรษฐา เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation : BRF) ครั้งที่ 3 ณ ห้อง Grand Banquet Hall มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยมีนาย สี จิ้นผิงประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม โดยก่อนเข้าร่วมพิธี นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายรูปหมู่กับ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน สี จิ้นผิง และผู้นำประเทศต่างๆ ทั้งนี้ ในเวทีการประชุมดังกล่าว นายเศรษฐาและผู้นำแต่ละประเทศจะได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะผู้แทนแห่งภูมิภาค

ต่อมา เวลา 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง นายเศรษฐา ได้รับฟังสรุปผลการประชุมขยายโอกาสทางธุรกิจการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีน โดยได้มีผู้แทนภาคเอกชนไทย 50 รายจากกว่า 20บริษัท เดินทางเยือนจีน เพื่อร่วมกิจกรรมขยายโอกาสทางธุรกิจการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีน โดยเข้าร่วมงานเสวนาโต๊ะกลม Strengthening Thailand-China Business Partnership ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจีนเข้าร่วม เช่น สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติ สำนักงานศุลกากร สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา สภาธุรกิจจีน-อาเซียน ตลอดจนนักธุรกิจสาขาต่าง ๆ

ภายหลังกิจกรรม นายกฯ ได้เข้ารับฟังรายงานผลจากนักธุรกิจไทย เนื่องจากเห็นถึงความสำคัญของบทบาทภาคเอกชนที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งสิ่งที่ภาคเอกชนไทยจะผลักดันต่อไปคือ การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างผู้ประกอบการไทย-จีน การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีน การยกระดับอุตสาหกรรมของสองประเทศ การเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและการพัฒนาร่วมกันของห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนายกฯ จะพิจารณาใช้ประโยชน์ในการหารือทวิภาคีกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนในวันเดียวกันนี้ และ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในวันที่ 19 ตุลาคม

นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้มาในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เช่น นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้แทนประธานสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และบริษัทรายใหญ่อื่น ๆ ที่ค้าขายลงทุนกับจีน เช่น SCG อมตะ คอร์ปอเรชัน บ้านปู มิตรผล ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกร ฯลฯ

ปัจจุบันจีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวมเมื่อปี 2565 อยู่ที่ 105,404 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ จีนยังเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับหนึ่งของไทย โดยในปี 2565 มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 158 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 77,381 ล้านบาท

เวลา 13.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ห้อง Function Room 3B โรงแรม China world Mr.Wang Tongzhou (นายหวัง ถงโจว) Chairman บริษัท CHEC ที่เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างในโครงสร้างสาธารณูปโภคใหญ่ที่สุดของจีน โดยดำเนินกิจการในประเทศไทย มายาวนาน ภายใต้ชื่อจดทะเบียนบริษัท ซีเอชอีซี(ไทย) จำกัด ตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งประกอบธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการขนส่ง และการให้บริการคำปรึกษาด้านวิศวกรรม ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา

โดย นายกฯ กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 มีมติรับหลักการโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี ค.ศ. 2039 รู้สึกยินดีที่ CHEC บริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจก่อสร้างคมนาคม เป็นอันดับ 1 ของเอเชียด้านก่อสร้าง มีการลงทุนจากบริษัทฯ ในไทย เช่น ท่าเรือแหลมฉบังจนถึงเฟส 3 บริษัทยืนยันได้รับการสนับสนุนจากไทยด้วยดีมาตลอด BRI จะเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือเข้าสู่มิติใหม่

ด้านบริษัทฯ ยินดีที่ไทยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบถ้วนครอบคลุมในประเทศ เสนอความร่วมมือของบริษัทฯ 1.ทางหลวงและระบบราง เฟส 3 ของแหลมฉบัง ดำเนินไปด้วยดี มีแผนผนวก ท่าเรือ เมือง และนิคมเข้าด้วยกัน และ 2.โครงการ Landbridge บริษัทฯ ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ยินดีหากบริษัท CHEC จะเข้ามามีส่วนร่วมใน Landbridge ซึ่งมีโครงการสร้างและขยายสนามบินด้วย จึงขอให้บริษัทฯ ได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของไทย อาทิ กระทรวงคมนาคม และสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่างๆ ของไทย Landbridge ท่าเรือ โครงการรถไฟ ขอให้คุยกับ BOI ในการเข้ามาลงทุน เพื่อขอรับสิทธิพิเศษการลงทุนตามนโยบาย โดยในโอกาสนี้ นายกฯ ชักชวนบริษัทฯ ให้เปิด Regional Office ในไทยเพื่อประโยชน์ยิ่งขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top