533.jpg
ผิดม.112-พรบ.คอมพ์/ไม่รอลงอาญา  คุก6ปี‘ไอซ์ รักชนก’  ทวิตเตอร์พาดพิงสถาบัน

ผิดม.112-พรบ.คอมพ์/ไม่รอลงอาญา คุก6ปี‘ไอซ์ รักชนก’ ทวิตเตอร์พาดพิงสถาบัน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag :

ผิดม.112-พรบ.คอมพ์/ไม่รอลงอาญา

คุก6ปี‘ไอซ์ รักชนก’

ทวิตเตอร์พาดพิงสถาบัน

วาง5แสนได้ประกันตัว

ศาลกำหนดเงื่อนไขเข้ม

ห้ามกระทำความผิดซ้ำ

ศาลสั่งจำคุก“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.กทม.พรรคก้าวไกล 6 ปีไม่รอลงอาญา ผิด “ม.112-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” ทวิตเตอร์พาดพิงสถาบัน รอดนอนคุก ศาลให้ประกันตัววงเงิน 5 เเสน กำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา “พิธา-ชัยธวัช”แห่ให้กำลังใจเดินหน้าสู้คดีต่อไป

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณา 808ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษคดีหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ 683/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา10 เป็นโจทก์ ฟ้องน.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ


โจทก์ฟ้องสรุปความว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน จำเลยหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ในหลวง รัชกาลที่ 10 โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา โดยจำเลยใช้บัญชีทวีตเตอร์ “ไอซ์ หรือ @nanaicez” ของจำเลยโพสต์ (tweet) ข้อความทำนองว่า ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง ทำให้เข้าใจความหมายได้ว่า ในหลวงรัชกาลที่10 เป็นผู้ปกครองบ้านเมืองที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเกี่ยวกับการจัดการวัคซีน

โดยในวันนี้ ไอซ์ รักชนก เดินทางมาศาลโดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล รวมทั้งมีกองเชียร์ นำดอกไม้มาให้กำลังใจ

ศาลพิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีพยานเบิกความว่า พยานเป็นสมาชิกแอปพลิเคชันไลน์แบบกลุ่ม ได้รับภาพ ที่ส่งเข้ามาในกลุ่มไลน์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ทวีตภาพและข้อความ และรีทวีต (RETWEET) ซึ่งพยานเห็นว่า การทวีตของจำเลยเป็นการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์

และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับการประสานให้เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีทวีตเตอร์ของจำเลยและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการรีทวีต แล้ว ผลการตรวจสอบบัญชีทวีตเตอร์ของจำเลยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโพสต์ภาพของบุคคลและมีการเชื่อมโยง กับบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ RUKCHANOK SRINORK และมีอินสตาแกรมโดยมีชื่อผู้ใช้บัญชีเดียวกัน

จำเลยให้การต่อสู้ประการหนึ่งว่า ภาพและข้อความตามฟ้องเป็นการใส่ร้ายตนจากบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธ โดยไม่ได้ให้การในรายละเอียดแต่ประการใด ซึ่งจำเลยให้การเพียงว่า “ขอไม่ให้การ” และเมื่อพนักงานสอบสวนถามถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยจำเลยก็ให้การว่า “ไม่ได้เอามา” โดยจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งว่าเป็นภาพตัดต่อหรือโต้แย้งว่าตนถูกใส่ร้ายทางการเมือง รวมทั้งมิได้ขวนขวายที่จะขอส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบข้อมูล ทั้งที่เป็นการไม่ยากที่จะกลับไปเอาหรือส่งมอบให้ภายหลังในระยะเวลาอันสมควร

ทั้งที่จำเลยถูกแจ้งข้อหาในความผิดร้ายแรงที่กระทำต่อพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการตัดต่อนำภาพโปรไฟล์ของจำเลยมาโพสต์เพื่อใส่ร้ายจำเลยจริงแล้ว เชื่อว่าจำเลยย่อมต้องให้การโต้แย้งต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการตัดต่อภาพเพื่อใส่ร้ายตน

พฤติกรรมของจำเลยที่ไม่ขอตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวนและไม่ขวนขวายในการแสดงหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน จึงเป็นการผิดวิสัยของประชาชนคนไทยทั่วไปที่สืบสานวัฒนธรรมและทัศนคติในการเคารพองค์พระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน ซึ่งการจะมีหลักฐานทางระบบคอมพิวเตอร์หลงเหลืออยู่หรือไม่ต้องพิจารณาพฤติกรรมของจำเลยในการให้ความร่วมมือและการเสนอพยานหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย และไม่มีเหตุใดให้เชื่อว่าพนักงานสอบสวน พยานผู้กล่าวหา จะร่วมกัน คิดสร้างหรือกำหนดจัดแต่ง URL รวม 4 URL ขึ้นมาเองเพื่อเอาผิดจำเลย ซึ่งแต่ละ URL จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน จำเลยเองกลับมิได้ให้การทักท้วงหรือปฏิเสธถึงความมีอยู่หรือความ ถูกต้องของ URL ดังกล่าวในชั้นสอบสวนซึ่งเป็นระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันเป็นระยะเวลาที่เชื่อว่าจำเลยไม่อาจคิดหาหนทางบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ดังเช่นข้อต่อสู้ในชั้น พิจารณา ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างจากที่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนประมาณ 1 ปี 6 เดือน ข้อต่อสู้ของจำเลยในชั้นพิจารณาจึงมีน้ำหนักน้อย

พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาประกอบกับพฤติกรรมของจำเลยซึ่งไม่นำพาหรือขวนขวายที่จะให้การหรือแสดงหลักฐานใดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนในชั้นสอบสวนอันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปในฐานะปวงชนชาวไทยซึ่งต้องเคารพและไม่ละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเชื่อว่าจำเลยได้โพสต์หรือทวีตและรีทวีตภาพและข้อความลงในระบบคอมพิวเตอร์ตามฟ้องภาพและข้อความตามฟ้อง พาดพิงสถาบัน

นอกจากนี้ ฝ่ายโจทก์ มีพนักงานสอบสวน และผู้ที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งเบิกความไปตามจริง ไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุที่จะเบิกความกลั่นแกล้งใส่ร้ายจำเลยให้ต้องรับโทษ รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆ ก็ยืนยันจากข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ จริง พยานหลักฐานโจทก์มีนำหนักน่าเชื่อถือ

ส่วนที่จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยอ้างว่า ไม่ได้กระทำผิด โดยไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของจำเลยเพื่อหาข้อเท็จจริง และที่จำเลยอ้างว่า มีความยึดถือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข นั้น มีข้อพิรุธ และความขัดแย้งของตัวเอง โดยจำเลยไม่ขวนขวายหาข้อเท็จจริงมาพิสูจน์แนวการต่อสู้ ข้ออ้างของจำเลยมีน้ำหนักน้อย ไม่น่าเชื่อถือ ผิดวิสัย ทั้งยังลงภาพและถ้อยคำ”แซะ” สถาบันด้วย

เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ เป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมตามความผิด

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน แสดงความอาฆาตมาดร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14(2 )ให้ลงโทษตาม มาตรา 112 อันเป็นบท หนักสุด รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก6 ปี ไม่รอลงอาญา

ต่อมานายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราว

ต่อมาเวลา 15.00 น.เศษ ศาลมีคำสั่งในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 683/2565 หมายเลขแดงที่ อ 3739/2566 น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ จำเลย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์วงเงินประกัน 500,000 บาท เป็นเงินสด 300,000 บาท และตำแหน่ง สส.ของนายชัยธวัช อีก 200,000 บาท พร้อมกับกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำการหรือร่วมกิจกรรมลักษณะเดียวกันกับข้อหาตามคำฟ้องและหรือมีพฤติการณ์ใดๆ ในลักษณะและข้อหาเดียวกัน

นางสาวรักชนก ให้สัมภาษณ์หลังได้ประกันตัวว่า ไม่ได้มีความกังวลกับกรณีดังกล่าวตั้งแต่แรกแล้ว เพราะมองว่าสิทธิการประกันตัวควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และอยากเรียกร้องให้ศาลใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 เช่นกัน หลังจากนี้จะหารือกับทนายความ เกี่ยวกับแนวทางการยื่นอุทธรณ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลในทางคดีนั้นตนเองจะต้องระมัดระวังอย่างมาก

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพราะการประกันตัวถือเป็นสิทธิของทุกคน ส่วนเงื่อนไขหลังการปล่อยตัว ศาลพิจารณาอย่างแน่นอน แต่ตนยังไม่เห็นเอกสาร หลังจากนี้จะต้องพูดคุยและวางแนวทางในการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ให้กับนางสาวรักชนก ต่อไป

จากนั้นนางสาวรักชนก และนายชัยธวัช ได้ขอบคุณประชาชนที่มารอให้กำลังใจบริเวณหน้าศาลอาญา ก่อนขอตัวเดินทางกลับไปประชุมสภาฯ ต่อ.

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำ คณะรัฐศาสตร์ เมื่อนส.รักชนกได้ประกันตัวออกมา หากเป็นเช่นนี้ยังถือว่า น.ส.รักชนก ยังคงมีสมาชิกภาพความเป็น สส. คดียังไม่ถึงที่สุดให้มีโทษจำคุก จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ความเป็น สส.ได้อยู่ จากนี้ไปต้องติดตามการต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ว่าตกลงแล้วคดีถึงที่สุดจะถูกจำคุกหรือไม่ หากคดีถึงที่สุดให้จำคุกไม่ว่าในชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ก็จะทำให้หมดสมาชิกกับภาพได้ แต่วันนี้ยังไม่ถือว่าหมดสมาชิกภาพ เพราะยังไม่ได้ขายคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (6)

อีกคดีหนึ่งเวลา เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 914 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี ดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำอ.2887/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายชินวัตร หรือไบรท์ จันทร์กระจ่าง นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล น.ส.จิรฐิตา ธรรมรักษ์ และนายคริษฐ์ อร่ามพิบูลกิจ(หลบหนี) แกนนำคณะราษฎร ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตาม กฎหมายอาญา มาตรา112 ฐานร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนเป็นอุปสรรคต่อความสะดวกในการจราจร มาตรา 116 ฯ

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 63 ต่อเนื่องกันพวกจำเลยได้จัดกิจกรรม#ม็อบ 2 ธันวา ไล่จันทร์โอชาออกไปโดยชุมนุมปราศรัย ยุยง ปลุกปั่น พาดพิงให้ร้ายสถาบัน บริเวณห้าแยกลาดพร้าว หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.พหลโยธิน กทม.เกี่ยวพันกัน คดีนี้พวกจำเลยให้การปฏิเสธ

โดยในวันนี้ศาลอ่านคำพิพากษาเฉพาะในส่วนของนายชินวัตร จำเลยที่ 3 เท่านั้นที่กลับคำให้การเป็นขอรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดีเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องพิพากษา จำคุก 3 ปี ปรับ 11,100บาท ไม่รอลงอาญา โดยมีรายงานว่า ขณะนี้ทนายความจำเลยอยู่ระหว่างยื่นขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ แต่หลักทรัพย์ยังไม่พร้อม จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชินวัตรไปคุมขังตามคำพิพากษาต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top