วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
‘กมธ.ตร.’ยันไปตามนัด12ม.ค.
เตรียมบุกชั้น14
ประกาศไล่บี้ตามหา‘ทักษิณ’
เตือน‘ยิ่งลักษณ์’กลับไทย
ทำม็อบเดือด-รบ.อายุสั้น
ปชป.ฟัดพท.ปมคุกทิพย์
“คปท.”ชวนทุกสีเสื้อ 12 มกราคม ใส่ผ้าใบ ไปทำเนียบฯ เคลียร์4 ข้อปม“ทักษิณ”ลั่น“ปรองดอง”ไม่ใช่การเงียบปล่อยให้นักการเมืองเล่นพวก ฟันเปรี้ยง‘รัฐบาลผสม’ฆ่าตัวเอง ‘ชัยชนะ’ปธ.กมธ.ตำรวจ ยัน12ม.ค.บุกชั้น 14 ตามหา‘ทักษิณ-นักโทษเทวดา’แน่ บี้‘ราชทัณฑ์-รพ.ตำรวจ’ตอบสังคมเรื่องคาใจ เตือนกระแส‘ยิ่งลักษณ์’กลับไทยวิธีพิเศษ ระวังจุดกระแสม็อบลงถนน-ซัดรัฐบาลอายุสั้นลง ในสภาฯถกงบ67‘ปชป.-พท.’ปะทะเดือด‘จุรินทร์’แซะลามถึง‘นายใหญ่ ชั้น14’ติดคุกทิพย์ ‘ครูมานิตย์’โดดป้อง สวนทันควัน บริหารล้มเหลวมาตลอด ’ชัยชนะ’โดดช่วยบี้ถอนคำพูด อัดกลับรัฐบาลนี้ก็ล้มเหลวเหมือนกัน
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ดังนี้...มาตรฐานความยุติธรรมไทย หลายท่านมีภาพจำเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองในอดีต ทั้งที่สู้แล้วได้อะไร สุดท้ายเตะหมูเข้าปากหมา หรือภาพความรุนแรง ในการชุมนุมในอดีต จากภาพจำจึงก่อให้เกิดคำถาม ผมอยากให้มองอย่างใจกว้าง อย่าติดกรอบแว่น ไม่ว่า ท่านจะใส่แว่นสังกัดอะไร ข้อเรียกร้อง คปท. คือ ให้รัฐบาลดำรงไว้ ซึ่งหลักคุณธรรมของกระบวนการยุติธรรม ในกรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร นี่เป็นข้อเรียกร้องที่อ่อนมาก ถ้าคิดในประเด็นการเมือง แต่ข้อเรียกร้องนี้ มันมีน้ำหนัก เพราะทั้งข้าราชการและนักการเมือง ร่วมกันในการไม่ทำให้เรื่องนี้กระจ่างและเกิดความเป็นธรรม
คปท.เคลียร์4ข้อปม‘นช.ทักษิณ’
นายพิชิตระบุว่า หลายคนอาจ มีข้อสงสัยเช่น 1.จะทำลายบรรยากาศปรองดอง ข้อเรียกร้องนี้ไปทำลายการปรองดอง สมานฉันท์ตรงไหน ไม่เลย แต่นี่กลับจะเป็นการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์อย่างแท้จริงต่างหาก เราจะปรองดองได้อย่างไร ถ้ารัฐบาลเริ่มบริหารประเทศแล้วเกิดการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อช่วยคนที่โดนคดีทุจริตคอรัปชั่น และไม่ใช่แค่คนเดียว แต่หมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในอนาคตด้วย
ตราบใดที่รัฐมอบอภิสิทธิ์ให้แก่คนที่โดนคดีทุจริต คอรัปชั่น โกงประเทศ มาตรฐานความยุติธรรมไทย จะอยู่ตรงไหน นานาชาติจะมองมาตรฐานกฎหมายไทยอย่างไร ความปรองดอง จึงไม่ใช่การเงียบ แล้วให้นักการเมืองเล่นพรรคเล่นพวกช่วยเหลือพวกกันเองการปรองดองจะเกิดขึ้นได้จากความยุติธรรมและความเป็นธรรม
เตือนจะเกิดความวุ่นวาย
2.จะเกิดความวุ่นวาย ความวุ่นวายไม่ได้เริ่มจากการเคลื่อนไหวของประชาชน ความวุ่นวายมาจากนักการเมืองคอรัปชั่นและเล่นพรรคเล่นพวก ให้กลับไปดูข้อเรียกร้องคปท.อย่างที่บอก เป็นข้อเรียกร้องที่ประเด็นอ่อนมากและเราไม่ได้มาไล่รัฐบาล เรามาบอกให้รัฐบาลปฏิบัติอย่างเป็นธรรม นี่คือการส่งเสียงของประชาชนตามกฎหมาย ดังนั้น ความวุ่นวายไม่ได้เกิดจากเรา มันเกิดจากการไม่ดำรงไว้ซึ่งกฎหมายที่เป็นธรรม
3.บางคนหลงประเด็นไปถึงขนาด ม็อบจุดติดหรือไม่ติด หรือม็อบมีเส้นหรือไม่มีเส้น ผมว่าหลงประเด็นไปกันใหญ่ คปท.คือกลุ่มพลังมวลชนที่มาส่งเสียงให้เป็นหลักการทางสังคมในสถานการณ์ปัจจุบันว่า “รัฐไทยต้องดำรงไว้ด้วยระบบ นิติรัฐ นิติธรรม”ไม่ใช่เรื่องจำนวนแต่มันคือความจริงที่พูด เราไม่ได้มาจัดการชุมนุมเพื่อหวังผลทางการเมืองเฉพาะด้าน แต่มันคือหลักกระบวนการยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน
ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องจุดติดหรือไม่ติด เพราะตราบใดที่ความยุติธรรม ถูกบิดเบือนเลือกใช้เฉพาะกลุ่มตน สิ่งที่จะจุดติดจึงไม่ใช่ จำนวนคนมากหรือน้อย แต่มันเป็นเรื่องความจริงและความถูกต้อง และวันนี้ผมว่าคนเขาถามเรื่องนี้กันทั้งประเทศ ตราบใดที่เราพูดความจริง พูดด้วยคนเพียง 1 คน มันก็จะเสียงดังกว่าคน 100 คนที่พูดโกหก และวันนี้ความจริงมันถูกจุดติดในใจของประชาชนแล้ว หรือคุณไม่สงสัยเรื่องนี้
อย่าปล่อยให้นักการเมืองเล่นพวก
4.บางคนพยายามบอกว่า จะเป็นเกมการเมือง เข้าทางอีกฝั่ง หมายถึงก้าวไกล การที่รัฐบาลเล่นพรรคเล่นพวก กรณี นช.ทักษิณ ชินวัตร นั่นละ คือการเข้าทางก้าวไกล เห็นไหมเรื่องนี้ ก้าวไกล ไม่เล่นหนัก เพราะปล่อยให้รัฐบาลอุ้มทักษิณ แบบนี้ มีแต่คนเขาจะเกลียดรัฐบาล ประชาชนเขามองออกถึงความไม่เป็นธรรม ยิ่งนานยิ่งมีแต่จะทำลายตัวเอง พอคุณมีอำนาจก็ใช้อำนาจเพื่อพวกพ้อง เพื่อนายใหญ่ตระกูลเดียว คนรุ่นใหม่เขาจึงไม่ชอบการเมืองแบบนี้ไง คุณจะอ้างจะอธิบายยังไง คำพูดสวยหรูขนาดไหน อ้างระเบียบข้อไหน แต่ประชาชนเขามองออกว่า“ไม่มีความเป็นธรรม” นี่ละที่รัฐบาลผสม ฆ่าตัวเอง ไม่ใช่เพราะ คปท.ไปร่วมกับใคร คปท. คือ คปท.คือการเมืองภาคประชาชนที่จะดำรงไว้ ซึ่งความถูกต้องเป็นธรรม
12ม.ค.ชวนทุกสีใส่ผ้าใบไปทำเนียบฯ
“ดังนั้น ขอเชิญพี่น้อง ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อสีอะไร มีมือตบ ตีนตบ มีนกหวีดฯ ถ้าคุณอยากดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม 12 มกราคม 2567 ใส่รองเท้าผ้าใบมาร่วมกัน เวลา 15.00 น เป็นต้นไป ณ ทำเนียบรัฐบาล สะพานชมัยมรุเชษฐ์ เราจะเป็น 1 คนที่พูดความจริง ดีกว่าเป็น 100 คนที่ร่วมกันเงียบเพื่อปกปิดความยุติธรรม”นายพิชิตย้ำทิ้งท้าย
ปธ.กมธ.ตำรวจ ยัน12มค.บุกชั้น14
ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงกรณีที่กมธ.ตำรวจเตรียมจะไปยังชั้น14โรงพยาบาลตำรวจว่า กรรมาธิการฯจะเดินทางไป ตรวจสอบที่โรงพยาบาลตำรวจตามเดิมในวันที่ 12ม.ค.นี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขณะนี้รอหนังสือตอบกลับของกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ เพราะได้ทำหนังสือไปก่อนปีใหม่ หากทั้ง 2หน่วยงานไม่มีการตอบรับ ก็จะต้องชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนได้ทราบว่าทำไมถึงไม่ให้ไปทำการตรวจสอบ เพราะวันนี้ โรงพยาบาลตำรวจเองก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่า กล้องวงจรปิดที่มีทั้งหมดเสียเพราะอะไร ทำไมถึงไม่มีงบประมาณมาซ่อมแซม
เตือนพา‘ยิ่งลักษณ์’กลับรบ.อายุสั้น
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับประเทศไทย นายชัยชนะ กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นชนวนเหตุทำให้เห็นว่าสังคมมี 2 มาตรฐาน และทำให้เป็นชนวนเหตุที่ทำให้ก่อม็อบลงถนนได้ และเมื่อไรที่มีการตัดสินเอา นางสาวยิ่งลักษณ์กลับมา โดยใช้วิธีการพิเศษเหนือนักโทษคนอื่น ก็จะเป็นชนวนเหตุทำให้อายุรัฐบาลสั้นลง
ถกงบ67‘ปชป.-พท.’ปะทะเดือด
ในวันเดียวกัน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน3.48ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันแรก มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายช่วงหนึ่งถึงงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมว่าตนสนับสนุนถ้าจะนำเงินไปยกระดับควบคุมผู้ต้องขังให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และหลักสิทธิมนุษยชน โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ โดยมีสถานที่เป็นเรือนจำและทัณฑสถาน ครอบคลุมผู้ต้องขัง2.8แสนคน ทั่วประเทศ ถ้ารัฐบาลดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์
‘จุรินทร์’ลาม‘นายใหญ่’ติดคุกทิพย์
“ผมมีคำถามว่ารัฐบาลในฐานะผู้ใช้งบประมาณ ได้บริหารโครงการตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง2.8แสนคนหรือไม่ เพราะมีข้อเคลือบแคลงเกิดขึ้นในสังคมว่าทำไมรัฐบาลปล่อยให้นักโทษบางคนเข้าคุกทิพย์มาแล้วกว่า120วัน แต่ยังไม่เคยติดคุกจริงแม้แต่วันเดียว” นายจุรินทร์ ระบุ
‘ครูมานิตย์’ซัดกลับบริหารล้มเหลว
สิ้นเสียง ทำให้ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงนายจุรินทร์อภิปรายนอกประเด็นว่า ตนไม่คิดว่านายจุรินทร์ อดีตรัฐมนตรีจะลุกขึ้นอภิปรายงบประมาณ เพราะบริหารล้มเหลวมาตลอด อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายคะแนนก็น้อยกว่าเขา ลากออกไปนอกประเด็น สไตล์เก่าๆ ตนไม่เห็นด้วยที่จะนำเรื่องข้างนอกเข้ามาสู่สภา
“ผมรู้ว่าคนที่นายจุรินทร์กำลังพูดถึง คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ถูกกลั่นแกล้งไปอยู่เมืองนอก17ปี แต่ต้องเข้าใจว่าทุกครั้งที่ขออนุญาต มีใบรับรองจากอธิบดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”นายครูมานิตย์ ระบุ ทั้งนี้ ประธานสภาฯได้วินิจฉัยว่าผู้อภิปรายยังคงอภิปรายอยู่ในประเด็น และขอให้นายจุรินทร์ พยายามหลีกเลี่ยงการพูดชื่อบุคคลภายนอก
‘ชัยชนะ’สวนกลับรบ.นี้ก็ล้มเหลว
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงนายครูมานิตย์ขอให้ถอนคำพูดโดยระบุว่าสิ่งที่นายครูมานิตย์ พูดเป็นเท็จในสภาฯนี้ ที่บอกว่าผู้อภิปรายเป็นบุคคลที่บริหารราชการล้มเหลว ถือเป็นการกล่าวหาเสียดสีอย่างร้ายแรง ตนคิดว่าสภาแห่งนี้ทรงเกียรติ คำพูดที่ออกมาต้องมีเหตุผลมีข้อเท็จจริง โดย ประธานสภาฯชี้แจงว่าเป็นการพูดแสดงความคิดเห็น ไม่ได้ผิดข้อบังคับ
นายชัยชนะไม่ยอมพร้อมกล่าวสวนว่า“การกล่าวหาว่า ล้มเหลว ต้องบอกว่าล้มเหลวตรงไหน ต้องให้ นายครูมานิตย์ ถอนคำพูด สภาจะได้มีบรรทัดฐาน ถ้าบอกว่าล้มเหลว รัฐบาลนี้ก็ล้มเหลว”แต่ประธานสภาฯวินิจฉัยว่า ไม่ได้ผิดข้อบังคับและขอให้นายจุรินทร์อภิปรายต่อจนจบ โดยนายจุรินทร์ยืนยันว่าไม่ประสงค์จะเอ่ยชื่อบุคคลใด ขอให้สบายใจ ตนเคารพกติกา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี