วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กมธ.แจงติดเงื่อนไขก.ม.ส่วนบุคคล
เข้าไม่ถึงนักโทษเทวดา
‘ชัยชนะ’ได้ขึ้นตรวจชั้น14
ตอบไม่ได้ทักษิณอยู่หรือไม่
คปท.-เครือข่ายชุมนุมตามนัด
ประกาศปักหลักค้างคืน3วัน
กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นไปชั้น 14 แต่เข้าไม่ถึงตัวนักโทษเทวดา “ชัยชนะ” รับติด พ.ร.บ.ส่วนบุคคล ทำให้ตรวจได้แค่รอบนอก ตามบี้“ราชทัณฑ์” ขอ 3 เอกสารสำคัญ “ข้อมูลผู้คุมเฝ้าเวร-ค่ารักษาพยาบาลเกินสิทธิ์-ใบส่งตัวรท.101” ถามกรมคุกทักษิณยังอยู่รพ.หรือไม่ ขู่เตือนหากยังนิ่งระวังตกเป็นจำเลยสังคม ด้านคปท.เครือข่ายชุมนุมตามนัดปักหลักค้างคืน 3 วัน ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบตามนัด เสื้อแดงถอยไม่ยอมปะทะ
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น.นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าอาคารศรียานนท์ กองอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ กทม. ก่อนขึ้นไปศึกษาดูงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ที่บริเวณชั้น 6 ท่ามกลางการลุ้นของหลายฝ่ายว่าจะได้พบกับนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่เพราะมารักษาตัวเกิน 120 วัน
เข้าไม่ถึงนักโทษเทวดา
ต่อมา 12.20น. นายชัยชนะ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นตัวแทนกมธ.ฯขึ้นไปตรวจสอบที่บริเวณชั้น14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจว่า จากการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับพล.ต.ต.นพ.สามารถ ม่วงศิริ ผอ.โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับทราบว่าขณะนี้มีผู้ต้องขัง ที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลแบบค้างคืน คือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ที่เหลือเป็นผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยมารับการรักษาแบบไปเช้าเย็นกลับ
ซึ่งตนได้หารือตามกรอบระเบียบกับทางโรงพยาบาล จึงได้รับการอนุญาตให้ขึ้นไปยังชั้น14เพื่อไปดูขั้นตอนการคุมขัง ที่มีเจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์ จำนวน2นาย ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่สน.ปทุมวัน 3 นาย และตำรวจสันติบาล 3 นาย รวมเป็น8นาย หลังจากที่เห็นเจ้าหน้าที่ทั้ง8นายแล้ว ก็ได้ลงมาชั้น7 เพื่อมาตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยว่ามีขั้นตอนอย่างไร โดยมีผู้ป่วย2รายเข้ารับการรักษา และมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คอยควบคุม 2 นาย
“ทำให้เห็นได้อย่างหนึ่งว่าการปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์กับผู้ที่มารักษาตัวมีความเท่าเทียมกัน โดยมีการผลักเวรกันทุก24ชั่วโมง และต้องถ่ายภาพเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทุกๆ2ชั่วโมง และในห้องที่มีผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยไม่มีการล็อค เพื่อให้ผู้คุมได้เดินเข้า-ออกได้ตลอดเวลา ซึ่งผมได้ขึ้นไปชั้น14 ได้พบเจอเจ้าหน้าที่จริง แต่ถ้าถามว่าได้เจอกับนักโทษหรือไม่ ตรงนี้เป็นพ.ร.บ.ส่วนบุคคลที่เขาอนุญาตเพียงเท่านี้” ประธานกมธ.ตำรวจ กล่าว
อ้างติดพรบ.ส่วนบุคคล
เมื่อถามว่า ถือว่าได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ที่ขอมาดูนายทักษิณที่ชั้น14หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เรามาเพื่อให้สังคมหายสงสัย สิ่งที่เราทำได้เต็มที่ตามกรอบกฎหมาย คือเราได้พบเจอเจ้าหน้าที่ ส่วนนายทักษิณ จะพักรักษาตัวที่นี่หรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ เพราะกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า เป็นพ.ร.บ.ส่วนบุคคลของผู้ต้องหา ที่มีสิทธิ์ให้ใครเยี่ยม หรือห้ามเยี่ยม แต่เราไม่ได้มาขอเยี่ยมใครคนได้คนหนึ่งอยู่แล้ว เรามาดูขั้นตอนปฏิบัติว่าเท่าเทียมกันหรือไม่ ขณะที่วิธีการรักษา เราไม่สามารถบอกได้อยู่แล้ว เพราะมีกฎหมายควบคุม แต่ป่วยเป็นโรคอะไร โรงพยาบาลได้ชี้แจงไปแล้ว
ไม่ทราบอาการป่วยทักษิณ
เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามทีมแพทย์หรือไม่ว่าอาการป่วยของนายทักษิณขณะนี้ จะต้องรักษาตัวอีกนานเท่าไหร่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนไม่ก้าวล่วงการรักษาของแพทย์ หน้าที่ของตนคือมาหาข้อเท็จจริง หลังจากนี้ต้องกลับไปถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับเอกสารที่เราขอไป คือ 1.ผู้คุมคนใดที่มาเข้าเวรที่นี่ มีการลงชื่อผลัดเปลี่ยนเวร ซึ่งเราได้ขอเอกสารไปแล้ว 2.ในส่วนของค่ารักษาพยาบาลที่แจ้งว่าใช้สิทธิ์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ถ้าเกินสิทธิ์ สามารถใช้เงินส่วนตัวได้ ใช้ระเบียบข้อไหน และ3.ใบสำเนาข้อมูลการส่งออกรักษาภายนอก(รท.101) หรือใบส่งตัว รวมถึงการกรอกประวัติก่อนเข้าเรือนจำได้ทำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในสัดส่วนของโรงพยาบาลตำรวจ เราได้ทำครบถ้วนกระบวนความแล้ว
“เราไม่ทราบว่าอาการป่วยของนายทักษิณหนักขนาดไหน แต่ทางโรงพยาบาลตำรวจชี้แจงมาอย่างหนึ่งว่ามนุษย์เราเมื่อเข้าสู่วัย70ปี มีอาการป่วยได้ตลอดเวลา ส่วนจะถือว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ผมก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่ทราบว่าอาการป่วยหนักแค่ไหน” นายชัยชนะ กล่าว
รอเอกสารจากกรมราชฑัณฑ์
เมื่อถามว่าเอกสาร3ข้อที่กมธ.ตำรวจขอไปยังกรมราชทัณฑ์ จะติดพ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า สิ่งไหนที่กรมราชทัณฑ์ให้ได้หรือไม่ได้ก็ตอบมา เพราะเราถามตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะเงินงบประมาณที่ใช้เป็นภาษีของประชาชน ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ ทั้งการใช้เงินรักษา ประชาชนต้องการทราบว่าถ้าเกินสิทธิ์ของสปสช. แล้วสามารถใช้เงินส่วนตัวได้ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยคนอื่นที่ทำได้เช่นกัน
เมื่อถามว่ามีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขราคาการรักษาหรือไม่ ทีมแพทย์ได้ให้ข้อมูลตรงนี้หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า เราต้องขอจากเจ้าของไข้คือกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเราขออยู่
เมื่อถามว่าส่วนตัวเชื่อหรือไม่ว่านายทักษิณยังอยู่บนชั้น14 นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ ต้องไปถามกรมราชทัณฑ์ ตนไม่ได้เห็น เห็นแต่เจ้าหน้าที่ จะตอบเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่ได้
เมื่อถามว่าทางโรงพยาบาลตำรวจได้นำภาพการรักษาที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ที่สังคมสงสัยมายืนยันกับกมธ.ตำรวจหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ภาพการรักษาไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ไม่ติดใจโรงพยาบาลตำรวจ
เมื่อถามว่า จากการตรวจเยี่ยมวันนี้มีข้อข้องใจใดๆอีกหรือไม่ ประธานกมธ.ตำรวจ กล่าวว่า ตนไม่มีข้อข้องใจกับโรงพยาบาลตำรวจแล้ว แต่ข้อข้องใจที่ตนส่งเอกสารไปยังกรมราชทัณฑ์ กมธ.ฯต้องได้รับคำตอบ
เมื่อถามว่า การมาวันนี้ถือว่าผิดหวังหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ถือว่าไม่ผิดหวัง เพราะเราได้ขึ้นไปชั้น14 ดูมาตรการของเจ้าหน้าที่ ตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่ให้เราไว้ และเราได้มาเจอผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วย2คน ที่มาจากเรือนจำมีนบุรี ถือว่าเป็นไปตามแผน ทางโรงพยาบาลตำรวจก็ยืนยันว่าชั้น14ไม่ได้มีห้องเดียว แต่มีหลายห้อง แต่เราไม่ได้เข้าไป อยู่เพียงหน้าชั้นของห้องพยาบาล เนื่องจากพื้นที่ที่เหลือมีเจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่
การันตี”ทักษิณ”ไม่ผิดอะไร
“ผมขอเรียนว่านายทักษิณไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้ากรมราชทัณฑ์ต้องการเป็นจำเลยของสังคมนี้ กรมราชทัณฑ์ก็ต้องชี้แจงกับสังคมให้เข้าใจ คุณจำผมไว้เลย จำเลยของสังคมก็คือกรมราชทัณฑ์ ส่วนโรงพยาบาลตำรวจสิ่งที่ทำวันนี้ถูกต้องที่สุด ดังนั้นเอกสาร3อย่างที่เราขอกรมราชทัณฑ์ไป เมื่อเราได้รับเอกสารแล้ว อะไรที่ไม่ถูกต้องก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องเดินต่อไป แต่หากไม่ได้ภายในเดือนนี้เราก็จะทวงถามไปอีก”
วงจรปิดรพ.ตำรวจเสียเพียบ
นายชัยชนะ ยัง เปิดเผยว่า กล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลตำรวจเสียหายเป็นจำนวนมาก และเสียหลายตึก โดยเฉพาะตึกที่ชั้น 14 โดยได้รับแจ้งว่า เสียมานานก่อนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมารักษาตัว เนื่องจากเสื่อมสภาพเพราะใช้งานมากว่า 10 ปี ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากพล.ต.ต.นพ.สามารถ ม่วงศิริ ผอ.โรงพยาบาลตำรวจ ดังนั้นตนขอฝากไปยังนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ช่วยหางบประมาณ 2-5 ล้านบาท มาติดตั้งกล้องวงจรปิดให้โรงพยาบาลตำรวจให้ครบถ้วนด้วย
เมื่อถามว่า แบบนี้จะมีข้อครหาหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ไม่มีข้อครหา เพราะเสียมานานแล้ว ตนเป็นตัวแทน ประชาชนจึงออกมาเรียกร้องให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวแทนของกมธ.ที่มีโอกาสได้ขึ้นไปชั้น 14 คือนายชัยชนะและนางทิพา ปวีณาเสถียร สส.ลำปาง พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกมธ.ฯ
เสื้อแดงถอยกลัวขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ประกาศนัดชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในช่วงเช้าของวันนี้ และจะมีการจัดกิจกรรมถึงช่วงเย็น เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษเด้ดขาด ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ หลังคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ขอเข้าตรวจสอบว่านายทักษิณพักรักษาตัวจริงหรือไม่
ล่าสุดปรากฏว่าไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมารวมตัวชุมนุมแต่อย่างใด โดยจากการสอบถามไปยัง สน.ลุมพินี ระบุว่า ได้มีการแจ้งยกเลิกการจัดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว คาดว่าไม่ต้องการให้เกิดบรรยากาศความขัดแย้งขึ้น
ผวาปะทะกับม็อบคปท.
นายวรชัย เหมะ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดนับพันคนเตรียมรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่วันนี้มีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ถือเป็นฝ่ายตรงข้ามนายกฯทักษิณ เคลื่อนขบวนเตรียมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตรงกับวันเด็กที่ทางทำเนียบรัฐบาล เตรียมจัดงานให้เด็กได้มาสนุกกันทุกปี ถือเป็นการขัดขวางความสุขของเด็ก ๆที่จะได้มาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เงื่อนไขของนายกฯทักษิณ มาเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่าการขับเคลื่อนของคนกลุ่มเดิมๆนี้ มีใครชักใยอยู่เบื้องหลัง เพื่อต้องการนำไปสู่เหตุการณ์สร้างความขัดแย้งแบบเดิมๆหรือไม่
“พี่น้องคนเสื้อแดงที่นัดรวมตัวกันวันนี้จึงของดจัดกิจกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีใครนำสถานการณ์ไปสู่ความขัดแย้งให้ประเทศกลับไปสู่วังวนเดิม คนเสื้อแดงที่มีจุดยืนประชาธิปไตยและรักนายกฯทักษิณ แม้ไม่ได้จัดกิจกรรมวันนี้แต่ขอส่งกำลังใจไปให้นายกฯทักษิณ ให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ประสบอยู่ไปให้ได้” นายวรชัย กล่าว
อย่าทำลายความฝันของเด็ก
นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) กล่าว ตำหนิ คปท.ไม่เหมาะสมที่จัดชุมนุม ถือได้ว่าไม่รู้จักกาลเทศะ เพราะใครๆเขาก็รู้ว่าวันเด็กแห่งชาติ ครูบาอาจารย์ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน ต่างต้องการมาร่วมกิจกรรมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเพาะบ่มการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้เด็กในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่นักประชาธิปไตยในวันหน้า การได้ดูที่ทำงานรัฐบาล ดูที่ทำงานนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ดูตึกไทยคู่ฟ้า ดูศิลปกรรมของชาติ ไปซึมซับและเรียนรู้ประชาธิปไตย
“การกระทำของเครือข่าย คปท. ทำให้คนที่รักประชาธิปไตยยอมไม่ได้ คปท. มักอ้างประชาธิปไตย แต่จะชุมนุมและค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาลในวันเด็กแห่งชาติ ไม่ทราบว่าเอาสมองส่วนไหนคิด อย่างนี้เลิกอ้างประชาธิปไตยหลอกเด็กได้แล้ว อย่าปากอย่างใจอย่าง มือถือสากปากถือศีล เพราะพวกคุณมองเห็นแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองที่ได้โจมตีรัฐบาลเท่านั้น” นายพายัพ กล่าว
นายพายัพ กล่าวอีกว่า คปท. ควรเลิกอ้างกรณีอดีตนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการเคลื่อนไหวได้แล้ว เพราะวันนี้กระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลตำรวจ ออกมายืนยันต่อสาธารณะแล้ว ว่าอดีตนายกฯทักษิณยังมีอาการป่วยอยู่ จำเป็นต้องรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ อีกทั้งทุกอย่างยังตรวจสอบได้ การทำลายความสุขของเด็ก ๆ ที่มีเพียงวันเดียวในแต่ละปีนั้นจิตใจพวกคุณทำด้วยอะไร
คปท.เดินหน้าชุมนุมใหญ่
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จุดธูป พร้อมนำเครื่องบวงสรวง อาทิ กับข้าว ผลไม้ ไข่ต้ม ไก่ต้ม ปลาทูนึ่ง น้ำดื่ม และสุรา ถวายอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ 5 นาทีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเริ่มชุมนุมค้างคืน 3 วัน เพื่อเรียกร้องให้ส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าเรือนจำในเวลา 15.00 น.
นายพิชิต กล่าวว่า หัวใจหลักของการชุมนุมวันนี้ จะส่งเสียงไปยังรัฐบาล กรณีนายทักษิณ พักรักษาตัวนอกเรือนจำเกิน 120 วัน และยังให้พักรักษาตัวต่อ โดยใช้คำว่าเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ทางกลุ่มตั้งคำถามมาโดยตลอด ว่านายทักษิณป่วยเป็นโรคอะไร ถึงขั้นวิกฤตหรือไม่ มีความจำเป็นหรือไม่ในการรักษาตัวนอกเรือนจำ ซึ่งที่ผ่านมาทางกลุ่มมีความเคลื่อนไหวมาโดยตลอด
นายพิชิต กล่าวอีกว่า ในวันที่ 13 มกราคม ที่มีความกังวลว่าการจัดการชุมนุมจะกระทบกับการจัดงานวันเด็กของทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้มีการพูดคุยไปแล้วว่าจะมีการใช้เครื่องเสียงในช่วงเย็น ไม่ให้กระทบกับกิจกรรมวันเด็กของทำเนียบฯ ซึ่งทางกลุ่มก็มีกิจกรรมแจกไอศกรีมให้กับเด็กๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี