วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เตือนกรมราชทัณฑ์อุ้มนักโทษเทวดา
ระวังติดคุกแทน
‘สว.สมชาย’ชี้พักโทษพิเศษไม่ชัด
‘หมอวรงค์’เหน็บแรงกรมคุก
ประกาศให้‘แม้ว’กลับบ้านไปเลย
จะได้ไม่ต้องทำแบบหลบๆซ่อนๆ
“หมอวรงค์” จี้“ราชทัณฑ์” ประกาศให้กลับบ้านให้สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องทำอะไรแอบๆ ซ่อนๆ ด้าน สว.สมชาย ขู่ข้าราชการราชทัณฑ์เอื้อ “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ อาจติดคุกแทนหลายคน ขณะที่ สส.ชัยชนะ เรียกใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลนักโทษเทวดา
เมื่อวันที่ 18 มกราคม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ”แด่ราชทัณฑ์ไทย”ว่า ราชทัณฑ์ แถลง ‘ทักษิณ’ เข้าเกณฑ์พักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง-สูงวัย-เจ็บป่วยหลายโรค แต่สิ่งที่ราชทัณฑ์ ไม่เคยตระหนัก ที่ประชาชนตั้งคำถามว่า นักโทษชายรายนี้ยังอยู่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ที่สำคัญ ราชทัณฑ์ก็แถลงเองเออเองว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีตัวแทนขึ้นไปตรวจสอบและได้พบนายทักษิณ ทั้งๆ ที่สิ่งนี้ถ้าติดตาม จะพบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เคยแถลงว่าเคยพบนายทักษิณ มีแต่ขึ้นไปถ่ายรูปชั้น14 และคำอ้างว่าข้อมูลด้านสุขภาพถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ป่วยมิได้อนุญาตให้เปิดเผย ที่น่าตลกมากราชทัณฑ์ เหมือนจะรู้ใจนักโทษรายนี้ จึงแถลงว่าบทบาททางการเมืองในระหว่างการพักโทษ สามารถกระทำได้ หากไม่เป็นการฝ่าฝืนหรือไปทำอะไรที่ผิดระเบียบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ อาการยังป่วยหนักยังไม่ได้กลับเรือนจำ ทางที่ดีราชทัณฑ์ไม่ต้องเสียเวลา สร้างเรื่อง ให้ประชาชนนินทา อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย น่าจะประกาศให้นักโทษกลับบ้านไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาแถลงแบบหลบๆ ซ่อนๆอีกต่อไป
ห่วงภาคปชช.เคลื่อนไหว
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายคุณสมบัติได้รับการพักโทษพิเศษ ว่า ตอนนี้ ทาง กมธ.ตำรวจฯ ต้องรอหนังสือจากกรมราชทัณฑ์ทั้งหมดที่ทำส่งไป เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ถ้าภายในเดือนนี้ ไม่ตอบกลับมาก็ต้องส่งหนังสือติดตามไปอีกครั้ง แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า กมธ.ตำรวจฯ ทำได้ภายใต้กรอบกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ภาคประชาชนก็ยื่นองค์กรอิสระ โดยเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา มีคลิปออกมา 1 คลิป และกรมราชทัณฑ์ยอมรับว่า ที่ไม่เรียกนายทักษิณว่า นักโทษชาย (นช.) เพราะไม่ได้โดนคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และยังไม่ได้เริ่มนับโทษเลย เพราะฉะนั้น หากตีความแบบนี้นายทักษิณได้รับโทษแล้วหรือไม่ ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะต้องชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจนในเรื่องนี้ ให้สังคมคลายข้อสงสัยให้ได้ ทั้งกรณีเรื่องระเบียบราชทัณฑ์ เรื่องพักโทษ และเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่บอกว่า หากเกินสิทธิ์จาก สปสช. ให้ใช้เงินส่วนตัวได้ ซึ่งต้องตอบให้ชัดเจนว่า หากเกินสิทธิ์ สปสช. แล้วผู้ต้องขัง ที่เป็นผู้ป่วยสามารถเบิกเงินส่วนตัวได้ทุกคน ซึ่งห้องพิเศษโรงพยาบาลตำรวจคืนละเป็นหมื่น ตนยืนยันว่า จะเป็นคนหนึ่งที่จะบอกประชาชนคนทั้งประเทศว่า หากนักโทษคนไหนป่วยแล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รักษาห้องพิเศษได้หมด นี่คือการแสดงให้เห็นว่าเป็นสังคม 2 มาตรฐาน
เป็นห่วง 2 มาตรฐาน
นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ ตนไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจความจริงแล้ว กรมราชทัณฑ์จะไม่ให้ กมธ.ตำรวจฯ ขึ้นชั้นบนเลย แต่ในหนังสือกรมราชทัณฑ์เขียนมาว่า ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจในการอนุมัติให้ใครเข้าพื้นที่ ดังนั้นตนจึงบอกไปว่า หากชี้แจงมาแบบนี้ ตนก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้น แต่ในส่วนของพื้นที่หวงห้าม ที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเยี่ยมไม่ได้ ก็ไม่เข้าและทำตามกฎหมาย ขึ้นไปชั้น 14 ไปได้แค่หน้าวอร์ดพยาบาล แต่เมื่อลงมาชั้น 7 ตนสามารถพูดคุยกับนักโทษ 2 คนได้ นี่จึงอยากให้สังคมพิจารณาเองว่าอะไรคือ 2 มาตรฐานหรือไม่
เชื่อมีปัญหาตามมาแน่นอน
เมื่อถามว่า เรื่องนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่า 2 มาตรฐาน จะมีใครผิดบ้าง ถึงขั้นติดคุกเลยหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ระเบียบการพักโทษมีมานานแล้ว แต่การคุมขังนอกเรือนจำเพิ่งมีการประกาศออกมา เพราะระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ ทำตั้งแต่ปี 2563 หากจะมองว่า เอื้อก็ไม่แฟร์ มองเป็นกลาง แต่ตอนนี้อย่าไปมองเรื่องระเบียบนอกเรือนจำ แต่ต้องมองว่า สิ่งที่โดนกระทำอยู่ตอนนี้ เป็นการกระทำ 2 มาตรฐาน หรือไม่ ทั้งนี้ หากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ดำเนินการทั้งหมด หากทำหนังสือชี้แจงมาไม่ได้ และไม่มีข้อเท็จจริง ระเบียบรองรับ อย่าลืมว่า วันนี้ภาคประชาชนก็ยื่นไปที่องค์กรอิสระ ถ้าเมื่อไหร่ที่องค์กรอิสระคุ้มครอง แล้วขอดูภาพวงจรปิดตอนเข้า ตอนออก และตอนดำเนินการ หากพบว่า มีการกระทำผิดขั้นตอนเรื่องนี้จะเป็นปัญหาแน่นอน
“สว.สมชาย”งงพักโทษแม้ว
นายสมชาย แสวงการ สว.ให้สัมภาษณ์กรณีแถลงการณ์กรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับเกณฑ์พักโทษพิเศษของนายทักษิณ ชินวัตร ว่า กรมราชทัณฑ์ต้องดูว่านักโทษเด็ดขาดผู้ใดที่มีความประพฤติดี มีการช่วยเหลือราชการเป็นพิเศษ นายทักษิณอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ และมีการรับโทษมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 อย่างใดมากกว่ากันจึงจะเข้าเกณฑ์ แต่สิ่งที่แถลง ไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นการพักโทษพิเศษได้อย่างไร ซึ่งต้องยึดพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 เป็นตัวตั้ง และระเบียบกระทรวง 2563 กับระเบียบที่ออกใหม่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดจากการให้ไปพักรักษาตัวที่บ้าน รวมถึงการพักโทษก่อน 6 เดือนทำไม่ได้ และระเบียบที่อ้างกันก็ไม่ได้มีเจตนารมณ์ให้กลับไปอยู่บ้าน แต่มีความพยายามอ้างเรื่องการพักอยู่ที่บ้าน สิ่งสำคัญคือบ้านที่ไปพักต้องมีลักษณะเป็นเรือนจำหรือไม่ หากมีลักษณะเป็นเรือนจำแล้วมีสภาพคุมขังได้หรือไม่ หากบ้านมีสภาพคุมขังได้ก็หมายความว่านักโทษคนอื่นต้องไปพักได้ด้วย ไม่ใช่บ้านของใครคนใดคนหนึ่ง
“ผมยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่พยายามอธิบายสังคมว่าพักโทษเป็นกรณีพิเศษ และคุณทักษิณจะเข้าข่ายเช่นนั้นหรือไม่ ผมคิดว่าเมื่อคุณทักษิณได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิด ขอรับโทษ และศาลตัดสินต้องจำคุก 8 ปีแล้ว แต่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี ก็ควรดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ โดยไม่ขอรับพระราชทานลดโทษเพิ่มเติมอีก การจะพยายามทำอะไรของฝ่ายการเมือง ฝ่ายกรมราชทัณฑ์ ก็ขอให้ยึดหลักกฏหมายให้ดี เพราะท่านเป็นกระบวนการยุติธรรมท้ายน้ำ อย่าทำให้เกิดวิกฤตศรัทธา ขอย้ำว่าเมื่อศาลพิพากษาลงโทษแล้ว และได้รับพระราชทานอภัยลดโทษแล้ว ก็ควรเดินตามกระบวนการที่ถูกต้อง“ นายสมชาย กล่าว
เตือนต้องคิดให้ดีก่อนทำ
เมื่อถามว่า หากตัดเรื่องระเบียบใหม่ออกไป และนายทักษิณใช้กระบวนการรับโทษ 1 ใน 3 แล้วสามารถขอพักโทษได้หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ไม่ได้ ต้อง 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 อย่างใดมากกว่ากัน ไม่ใช่อย่างใดน้อยกว่ากัน คือ 1 ใน 3 ของ 1 ปีคือ 4 เดือน ก็ต้อง 6 เดือน ฉะนั้น วันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้จึงจะครบ 6 เดือน นั่นคือเกณฑ์ปกติ และการที่ฝ่ายการเมืองแถลงพักโทษพิเศษนั้น ตนมีข้อสงสัยว่ากำลังจะดำเนินการในบางเรื่องหรือไม่ ฉะนั้น ต้องคิดให้ดี เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงมีการดำเนินการพิเศษมากกว่าที่จะรอถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ถูกต้อง เกณฑ์ปกติคือต้องเดินตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ทำให้เขารีบแถลงออกมา นี่เป็นข้อสงสัยที่ต้องมีการตรวจสอบต่อ ดังนั้นหากรอให้ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์แล้วขอพักโทษข้อคอรหาก็อาจจะน้อยกว่านี้ เพราะนายทักษิณเข้าเรือนจำเวลา 12.00 น. ของวันที่กลับมาไทย แล้วเวลา 00.30 น.ก็ไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ หากป่วยมากน้อยแค่ไหนก็ควรบอกสังคม แต่ก็ไม่มีความชัดเจน จึงมีข้อครหาของสังคมหรือความเคลือบแคลงว่าตกลงแล้วนายทักษิณไม่ได้เข้าสู่กระบวนการหรือไม่ แต่ตนยืนยันว่านายทักษิณเข้าสู่กระบวนการแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เข้าเรือนจำ
“สิ่งที่ดีคือหากนายทักษิณรักษาหายแล้วก็เข้าสู่ระบบคือการพักฟื้นที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และรอครบเวลาตามกฏหมาย ผมคิดว่าสังคมรับได้ถ้าครบ 6 เดือน แต่หากไปตั้งเกณฑ์พิเศษขึ้นมาอีกแล้วมีการปล่อยตัว ผมไม่แน่ใจว่าอาจเกิดวิกฤตศรัทธาของกระบวนการยุติธรรมไทยมากขึ้นหรือไม่ จึงฝากเตือนว่าอย่าพยายามเขียนระเบียบอะไร ที่ไปทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบือน
เมื่อถามว่า หากใช้กฎหมายผิดวัตถุประสงค์สามารถนำไปร้องเรียนกับหน่วยงานใด เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการเรื่องนี้ได้บ้างหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า กมธ.มีการตรวจสอบและบันทึกไว้แล้ว รวมถึงมีคนไปร้องกับหน่วยงานต่างๆ มากมาย หากเดินไปตามปกติก็ไม่มีอะไรและอยากเห็นกระบวนการเดินตรงไปตรงมา
ห่วงมีคนติดคุกแทน
เมื่อถามต่อว่า น่าห่วงผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า “ก็มีคนติดคุกแทน” เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงกรณีนี้ติดคุกแทนนายทักษิณ นายสมชาย กล่าวว่า หากทำไม่ถูกต้อง เนื่องจากวันนี้สังคมตั้งคำถามเยอะ ถามว่านักโทษที่ป่วยจากเรือนจำต่างจังหวัดไปอยู่โรงพยาบาลกี่วัน อย่างมากก็ไปเช้าเย็นกลับ หากผ่าตัดอย่างมากก็หนึ่งคืน และข้อชี้แจงของกรมราชทัณฑ์ระบุว่ามีนักโทษที่พักอยู่โรงพยาบาลตลอด 1 ปี 2 เดือน มีจำนวนเกิน 3,000 คน เกิน 30 วันมีแค่ 100 คน เกิน 60 วันมีแค่ 33 คน และเกิน 120 วันมี 3 คน โดยใน 3 คนนี้ 2 คน ป่วยโรคจิตอยู่โรงพยาบาล 500 กว่าวัน กับ 200 กว่าวัน
“ส่วนคนสุดท้ายก็ทราบกันอยู่ ท่านอาจจะป่วยก็ได้ แต่เราไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไร หากกรมราชทัณฑ์บอกให้กลับ และกลับบอกว่าแพทย์ไม่ยอมให้กลับ ถามคำเดียวคือนักโทษทั่วไปได้รับสิทธิ์เช่นนั้นหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ได้รับสิทธิ์เช่นนั้น เพราะนักโทษทั่วไปต้องมีการประสานกันระหว่าง กรมราชทัณฑ์กับผู้บัญชาการเรือนจำ และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกแห่ง ในการที่จะนำนักโทษออกไป ต้องมีผู้คุม มีโซ่ตรวน เมื่อไปรักษาเสร็จก็รีบนำกลับ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการหนีเหมือนแป้งนาโหนด วันนี้กระบวนการยุติธรรมที่เกิดคำถามขึ้นคือ ไม่ได้มีความเสมอภาคหรือเท่าเทียมกันจริง มีการละเว้นการปฏิบัติ ถามว่าวันหนึ่งใครจะถูกดำเนินคดี ก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปทำให้เกิดปัญหา“ นายสมชาย กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าเจ้าหน้าที่รัฐขาเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว นายสมชาย กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ส่วนจะมีคนติดคุกแทนแน่นอนหรือไม่ ไม่รู้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี