ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรธน.ต้นมิ.ย.  ‘ก้าวไกล’ดิ้นสุดฤทธิ์  รับมือสถานการณ์คดียุบพรรค  ‘ชัยธวัช’หยันรัฐบาลสอบตก

ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรธน.ต้นมิ.ย. ‘ก้าวไกล’ดิ้นสุดฤทธิ์ รับมือสถานการณ์คดียุบพรรค ‘ชัยธวัช’หยันรัฐบาลสอบตก

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรธน.ต้นมิ.ย.

‘ก้าวไกล’ดิ้นสุดฤทธิ์

รับมือสถานการณ์คดียุบพรรค

‘ชัยธวัช’หยันรัฐบาลสอบตก

ขอลุยเชิงรุกพลิกเกมเป็นผู้นำ

โหนกระแส‘บุ้ง’ดันนิรโทษฯ

“ชัยธวัช” ย้ำหลังยื่นคำชี้แจงศาลรธน.คดียุบพรรคต้นมิถุนายน เตรียมแถลง ดิ้นสู้ให้ประชาชนรู้ ยันพร้อมรับผลทุกสถานการณ์ ชี้จัดงาน “ก้าวไกล บิ๊กแบง คิกออฟ” หวังวางการทำงานฝ่ายค้านเชิงรุก-เตรียมพร้อมเป็นรัฐบาล หยันรบ. 1 ปีหลังเลือกตั้งสอบไม่ผ่านต้องทำงานหนักขึ้นก้าวไกลร่อนแถลงการณ์ เรียกร้อง 4 ข้อ หลังการเสียชีวิตของ “บุ้ง เนติพร” เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขยายเวลายื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาคดียุบพรรค ฐานกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เป็นครั้งที่ 3 อีก 15 วันว่า ได้ตรวจดูคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว สำหรับยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามกำหนดระยะเวลาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลา ตามที่ฝ่ายกฎหมายยื่นไป ก็จะได้มีเวลาทบทวนให้ดีที่สุด ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อศาลอนุญาตให้ขยายไปอีก 15 วัน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ดังนั้นช่วงต้นเดือนมิถุนายนก็จะครบกำหนดในการต้องยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังจากยื่นอย่างเป็นทางการไปแล้วพรรรคก้าวไกลจะแถลงต่อสาธารณะอีกครั้ง เพื่ออธิบายประเด็นข้อต่อสู้ ของพรรคก้าวไกลให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ หลังจากนั้นต้องรอดูว่าศาลจะอนุญาต ให้ไต่สวนหรือไม่อย่างไร จะเรียกพยานมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมต่อศาลหรือไม่


รับมือได้ทุกสถานการณ์

เมื่อถามว่าได้ประเมินผลลัพธ์ที่จะออกมาหรือไม่นั้น นายชัยธวัช กล่าวยืนยันว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญให้เรายุติการกระทำ แต่ไม่ได้เท่ากับว่าจะพิจารณายุบพรรคได้เลยตามอัตโนมัติ เพราะเป็นคนละคดีกัน คนละกฎหมายกัน การพิจารณาให้ยุติการกระทำกับการพิจารณาให้ยุบพรรคมีรายละเอียด ในแง่ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกล ที่เห็นว่ามีเหตุผล ที่จะไม่พิจารณายุบพรรคในกรณีนี้ส่วน ผลคำวินิจฉัยของศาลจะออกมาอย่างไร พรรคก้าวไกลก็ต้องเตรียมรับกับทุกสถานการณ์

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงการจัดกิจกรรม Policy Fest ครั้งที่ 1 “ก้าวไกลบิ๊กแบง”วันที่19พ.ค.ว่า เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งที่ได้วางเป้าหมายของพรรคในการเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก แม้จะเป็นฝ่ายค้านแต่งานสำคัญมากๆ คือ การเตรียมพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศหลังจากนี้ ดังนั้น จะยกระดับการทำงานเชิงนโยบายเข้มข้นมากขึ้น เพื่อลงรายละเอียดให้พรรคมีความพร้อมบริหารประเทศในระดับปฏิบัติให้ได้เมื่อประชาชนไว้วางใจ

สับเพื่อไทยไร้ผลงาน

เมื่อถามถึงการจัดงานของพรรคก้าวไกลเป็นเพราะต้องการตอบโต้หรือบลัฟกลับพรรคเพื่อไทย ที่มีการแถลง 10 เดือนที่ไม่รอทำต่อให้เต็ม10 หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้นเพราะงานของพรรคก้าวไกลกำหนดไว้นานแล้ว เลื่อนไปล่าช้ากว่าเดิมที่ควรจะเป็น เพราะติดจังหวะเวลาเรื่องคดีในศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนมาหลายครั้งเดิมตั้งใจจะจัดใหญ่กว่านี้ใช้เวลา 2-3วัน เมื่อเลื่อนไปเลื่อนมา จึงย่อขนาดลง แต่ถือเป็นการคิกออฟการทำงานนโยบายอย่างจริงจังของพรรคหลังจากนี้

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า จากการประเมินการทำงานของรัฐบาลหลังผ่านการเลือกตั้ง มา 1 ปีแล้วว่า ในสายตาพรรคฝ่ายค้านและในสายตาของประชาชน ที่จับสัญญาณความรู้สึกโดยทั่วไปและสัญญาณจากสื่อมวลชน ต้องยอมรับว่าประชาชนคาดหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยยะสำคัญในทางเศรษฐกิจ และการเมืองจากรัฐบาลชุดใหม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดใหม่ยังสอบไม่ผ่าน จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าหลังจากนี้ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมนั้น รัฐบาลจะนำพาประเทศไปทางไหน ยุทธศาสตร์จะเป็นอย่างไร มีโรดแมปอย่างไร รัฐบาลต้องพยายามมากกว่านี้ และเมื่อจุดเริ่มต้นของรัฐบาลมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมทางการเมืองด้วยก็ยิ่ง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ รัฐบาลต้องทำงานหนักขึ้น

แก้ม.112 ทำตามหน้า ที่

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เรียกนายคารม พลพรกลาง สมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะอดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลเป็นพยานสอบกรณีสส. พรรคก้าวไกล เสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของพวกเรา เป็นการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งไม่มีกฎหมายห้ามในการยื่นแก้ไขกฎหมาย ก็เป็นการทำหน้าที่อย่างไปอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งตนคิดว่าคงมีขั้นตอนทางกฎหมายที่เราในฐานะสส. ต้องพิสูจน์ในข้อเท็จจริง สุดท้ายหากมีการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบทำตามกฎหมายในการกลั่นแกล้ง เราก็ไม่ยอม เราก็ต้องสู้จนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน

ต้องหาทางให้ได้ข้อยุติ

ส่วนที่นายคารมระบุว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวให้นิรโทษกรรมผู้ที่มีคดีตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งจะทำให้สส. ที่ลงชื่อแก้ไขกฎหมาย ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการนิรโทษกรรมแล้วอาจจะมีสส. บางส่วนได้ประโยชน์จากตรงนี้ เราต้องแยกกัน การนิรโทษกรรมคดีการเมือง ไม่ใช่เรื่องที่เราเพิ่งจะพูดเป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว ตนว่าเรื่องนี้เราไม่ควรเอามาเชื่อมโยงว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์อะไร ถามว่ามีคนจำนวนมากหรือไม่ ที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหา 112 ตลอดระยะเวลาการรัฐประหารในปี 2549 เป็นต้นมา

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักเราต้องยอมรับว่า หากมีคนถูกดำเนินคดีมากขนาดนี้ ต้องถามต่อว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเกิดความขัดแย้งหรือไม่ ดังนั้นการเสนอของพรรคก้าวไกล ก็เสนอว่าอย่าเพิ่งระบุข้อหาอะไรในการนิรโทษกรรมเลย เพราะเราทราบว่าการนิรโทษกรรม เป็นกระบวนการที่ใช้เวลา จำเป็นต้องมีการพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ เราอยากเริ่มด้วยการตั้งต้นว่า หากมีแรงจูงใจทางการเมือง ไม่ว่าคดีอะไรก็จะมีโอกาสที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรมได้หมด แต่ในทางปฏิบัติ เราต้องอาศัยการพูดคุย การนิรโทษกรรมสามารถทำได้หลายรูปแบบ อย่างการกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง ที่จะพอช่วยให้สังคมกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

“ถามตรงๆ เอาคนที่เป็นนักกิจกรรมการเมือง เอาคนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองไปขัง สังคมไทยได้อะไรขึ้นมา ตนคิดว่ามีแต่จะทำให้สังคมแก้ปัญหาทางการเมืองที่เรื้อรังไม่จบสักที” นายรังสิมันต์ กล่าว

ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก พรรคก้าวไกล - Move Forward Party ได้เผยแพร่ข้อมูล โดยมีข้อความระบุว่า แถลงการณ์พรรคก้าวไกล ต่อกรณีการเสียชีวิตของคุณเนติพร เสน่ห์สังคม (บุ้ง) นักกิจกรรมทางการเมือง จนนำมาสู่การผลักดันข้อเรียกร้องเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนั้น

พรรคก้าวไกลเห็นว่ารัฐบาลสามารถมีบทบาทในการสร้างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สร้างหลักประกันในการประกันตัว การคลี่คลายสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ของสังคม ซึ่งในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบพบเจอกับการรัฐประหาร อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไทยแตกแยกอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ประชาชนจึงตั้งความหวังว่า การนิรโทษกรรมทางการเมือง ตลอดจนการการปรับปรุงกฎหมายที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะเป็นวาระที่สำคัญของรัฐบาลนี้ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปรากฏการเสียชีวิตของคุณเนติพร เสน่ห์สังคม จากการอดอาหารประท้วงต่อการไม่ได้รับประกันตัว ย่อมส่งผลให้ความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมเสียหายเป็นอย่างมาก

เสนอข้อเรียกร้อง4ประเด็น

พรรคก้าวไกลจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อกระบวนการยุติธรรมอันเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนดังนี้

1.ข้อเสนอต่อการดำเนินการในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ การเร่งรัดดำเนินคดีทางการเมือง ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมแต่อย่างใด เพื่อสร้างสังคมที่ปรองดองสมานฉันท์ ควรกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลในการชะลอคดีทางการเมือง ซึ่งจะเป็นหนทางสำคัญที่ไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมจนกว่าจะได้ความชัดเจนในการจัดทำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

และพรรคก้าวไกลเห็นว่า ต้องกำหนดให้สิทธิในการประกันตัว การไม่คัดค้านการประกันตัว หรือมีความเห็นไม่ให้ถอนการประกันตัวของตำรวจในคดีการเมืองเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการกำหนดนโยบายเช่นนี้ สามารถทำได้ทันที เนื่องจากตำรวจอยู่ในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง

2.ข้อเสนอต่อการดำเนินการในอำนาจหน้าที่ขององค์กรอัยการนายกรัฐมนตรีมีความเห็น หรือรัฐบาลมีมติ ครม. เสนอไปยังอัยการสูงสุดให้พิจารณาให้สั่งไม่ฟ้องหรือถอนฟ้องได้ตามมาตรา 21 พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ประกอบข้อ 7 ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ พ.ศ.2554

ทั้งนี้ ข้อ 7 (4) เหตุผลตามความเห็นของรัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์สำคัญของประเทศ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561 ข้อ 7 (5) เหตุผลตามความเห็นของนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานอื่นถึงผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ข้อ 7 (6) ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความสามัคคีของคนในชาติ

ดังนั้นอาศัยอำนาจนี้ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีสามารถดำเนินการให้บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางการเมืองทั้งหลาย ให้คดีเป็นอันยุติลงไป ซึ่งจะทำให้บุคคลเหล่านี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปรกติได้อีกครั้ง

เรียกร้องสิทธิประกันตัว

3.ข้อเสนอต่อคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามมาตรา 108/1 ได้ให้อำนาจศาลยุติธรรม ในการใช้ดุลพินิจพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ทั้งนี้ การประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ การไม่ให้ประกันตัวตามกฎหมายดังกล่าว จะต้องปรากฏว่ามีพฤติการณ์บางอย่าง เช่นว่า มีพฤติกรรมหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ดังนั้น รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการปรึกษากับประธานศาลฎีกา ในฐานะประมุขของศาลยุติธรรม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ นอกจากนี้เมื่อรัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองให้กับประชาชน การชะลอคดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องหารือกับทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินคดีที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม

เร่งนิรโทษกรรม

4.การนิรโทษกรรมมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนแม้ว่าปัจจุบันจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ผลการศึกษาดังกล่าว ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายที่จะนำไปสู่การสร้างความปรองดองของสังคมในตอนนี้ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงสมควรเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างความสมานฉันท์ในสังคมต่อไป

นอกจากการนิรโทษกรรมแล้ว รัฐบาลสามารถเสนอร่างกฎหมายอื่นที่จะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกิดการปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดจนให้ความคุ้มครองในการประกันตัวของประชาชนที่จะสามารถต่อสู้คดีปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่ต่อไป

สุดท้ายนี้ พรรคก้าวไกลตั้งความหวังว่า รัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง เหตุการณ์เสียชีวิตอย่างกรณีคุณเนติพร เสน่ห์สังคม ไม่สมควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทย จะได้กลับมาทบทวน การฟื้นฟูรากฐานกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยที่เข็มแข็ง ตามที่ประชาชนพึงได้รับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top