วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ป.ป.ช.’แจงชี้มูล‘นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร’ ปมตั้งลูกสาวนั่งเลขาฯ แต่ไม่ได้มาทำงานจริง ยึดตามกฎหมาย หลังถูกยื่นฟ้องผิด‘ม.157’ต่อศาลอาญาคดีทุจริต
23 พฤษภาคม 2567 นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด มุกดาหาร แถลงกรณีนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เป็นโจทก์ ฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. กับพวก รวม 8 คน เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 ในฐานความผิดตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ว่าในช่วงเดือนธ.ค. 56 จำเลยได้รื้อฟื้นนำคดีที่โจทก์เคยถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งน.ส.พลอยพชร ตั้งปณิธานนท์ ซึ่งเป็นบุตรสาว ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แต่จำเลยกับพวกกลับร่วมกันกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไม่เป็นธรรม และขัดต่อกฎหมาย โดยนำคดีที่ถึงที่สุดไปแล้ว มาฟ้องใหม่ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้นัดไต่สวน มูลฟ้อง ในวันที่ 26 ส.ค.67 เวลา 09.00 น. นั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ขอชี้แจง ว่าเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้ร้องเรียนกล่าวหานางสุวรรณี ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีที่แต่งตั้ง น.ส.พลอยพชร บุตรสาวของโจทก์ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร โดยที่น.ส.พลอยพชร ไม่เคยมาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ยังคงได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่ง เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เป็นรายเดือนเต็มเดือนตั้งแต่ม.ค.57 -เม.ย.57 แต่เนื่อง
จากเรื่องนี้มีมูลค่าความเสียหายไม่มาก ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติส่งเรื่องกล่าวหาให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องไปดำเนินการแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการทางวินัยตามหน้าที่และอำนาจ ตามบทบัญญัติมาตรา 63 และมาตรา 64 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ผลปรากฏต่อมาว่า ภายหลังที่พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจ แต่งตั้งถอดถอน ได้รายงานผลการดำเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จังหวัดมุกดาหาร มีคำสั่งยุติเรื่อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เห็นด้วยและเห็นชอบให้เรียกสำนวนการสอบสวนจากจังหวัดมุกดาหารและสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารมาดำเนินการไต่สวน ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้น ภายหลังที่คณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีหนังสือเชิญนางสุวรรณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 น.ส.พลอยพชร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาชี้แจงหรือให้ข้อเท็จจริงภายหลังที่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบในประเด็นที่ว่า น.ส.พลอยพชร ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารหรือไม่อย่างไร โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง ไม่ได้เดินทางมาให้ถ้อยคำ และไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อหักล้างในประเด็นที่คณะไต่สวนเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบส่งผลให้ในเวลาต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนไต่สวนเบื้องต้น ของคณะไต่สวนเบื้องต้นที่เสนอ โดยเห็นว่าการที่น.ส.พลอยพชร ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ตามคำสั่งเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่ 789/2556 เรื่อง แต่งตั้งเลขานุการ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ฉบับลงวันที่ 9 ธ.ค.56 นั้น เป็นช่วงระยะเวลาที่น.ส.พลอยพชร เป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาปลายในช่วงเดือนม.ค.-พ.ค.57 จำนวน 6 วิชา ซึ่งต้องเข้าเรียนตลอด ภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2556 ในรายวิชาต่าง ๆ ทุกวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ซึ่งต้องเข้าเรียนในทุกรายวิชาทุกสัปดาห์
โดยเฉพาะรายวิชา AERO ENG LAB II เป็นการเรียนด้านปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็นงานกลุ่ม และต้องเข้าปฏิบัติงานทุกคาบเรียนและนำเสนอการปฏิบัติงานทุกคาบ มิฉะนั้นจะไม่ผ่านวิชา ดังกล่าว และในวิชา AIR DYN STB CONTR (เรียนทุกวันเสาร์), AERODYNAMICS II (เรียนทุกวันอังคาร), AIR STRUC II (เรียนทุกวันจันทร์) กลุ่มวิชาข้างต้นเป็นวิชาเฉพาะสาขาวิศวกรรมอากาศยานที่มีนิสิตในชั้นเรียนเพียง 13 คน ซึ่งเพื่อนร่วมชั้นให้การว่าเท่าที่จำได้ก็ไม่มีนิสิตคนใดไม่เข้าเรียนยาวสองสัปดาห์ แต่อย่างใด จึงเชื่อได้ว่า น.ส.พลอยพชร ได้เข้าเรียนตามวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในทุกสัปดาห์ และไม่สามารถขาดเรียน เพื่อปฏิบัติงานในเดือนนั้นตั้งแต่ 20 วันขึ้นไป ในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.57 ได้อย่างแน่แท้ จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารเป็นรายเดือนเต็มเตือนได้ ตั้งแต่เดือนม.ค.-เม.ย.57
ฉะนั้น กรณีที่นางสุวรรณี ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาในฐานะ ที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และเป็นโจทก์ในคดีนี้ ได้แต่งตั้งน.ส.พลอยพชร ซึ่งเป็นบุตรสาว เพื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร โดยที่นางสุวรรณี และน.ส.พลอยพชร ต่างก็มีภูมิลำเนาพักอาศัยอยู่ในทะเบียนราษฎรเดียวกัน นางสุวรรณี ย่อมทราบดีว่า น.ส.พลอยพชร ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรี เมืองมุกดาหารในระหว่างที่ศึกษาในชั้นปีที่ 3 ภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2556 ได้ แต่กลับไม่ดำเนินการออกคำสั่งให้น.ส.พลอยพชร พ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร หรือระงับการเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้กับน.ส.พลอยพชร ที่จ่ายไปในอัตราเดือนละ 15,750 บาท ระยะเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 63,000 บาท เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองมุกดาหารหรือทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 40/2567 เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง ว่าการกระทำ ของนางสุวรรณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ อย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย แก่ศักดิ์ตำแหน่งหรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของน.ส.พลอยพชร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิด ทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
โดยได้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนางสุวรรณี และน.ส.พลอยพชร และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยัง ผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสุวรรณี ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานกกต.ทราบด้วย และให้แจ้งเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี