วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
แฉพรรครัฐบาลตามเขมือบ‘ก้าวไกล’
ช้อนซื้ออ‘สส.งูเห่า’
หากถูกศาลรธน.ยุบพรรค7ส.ค.
‘ชัยธวัช’ยันไม่มีใครเลื้อยหนี
‘เพื่อไทย’ลั่นไร้นโยบายดูดผู้แทน
‘เศรษฐา’ไม่น้อยใจนายกฯสำรอง
“ชัยธวัช” ปูดพรรครัฐบาลกำลังดีลช้อนซื้องูเห่าในพรรคก้าวไกลเพียบ มั่นใจไม่มีใครเลื้อยหนี ชี้ต้องเคารพประชาชนที่ไว้วางใจ ทุกคนมีกำลังใจดี พร้อมเชื่อ 7 สิงหาคม รอดแน่ขออย่าเพิ่งโฟกัสพรรคใหม่ รอดูเนื้อหาที่ศาลฯวินิจฉัยก่อน ยังเชื่อข้อต่อสู้มีน้ำหนักพอที่ศาลฯรับฟัง ขณะที่เพื่อไทยยันไม่มีนโยบายดูดผู้แทน “เศรษฐา-อนุทิน” หัวเราะร่วนหลังถูกถาม นายกฯ สำรอง บอก รู้จักกันมานาน ไม่ต้องมาอธิบาย-ไม่น้อยใจลั่น 314 เสียงมั่นคง
เมื่อเวลา09.30น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวสส.พรรคก้าวไกล เตรียมย้ายสังกัดไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากพรรคก้าวไกลถูกยุบว่าตนคิดว่าเรื่องนี้พูดกันได้แต่เรื่องยังไม่เกิด
“และที่ผ่านมาต้องเรียนตามตรงว่ามีความพยายามจากหลายพรรคการเมืองฝั่งรัฐบาลที่จะติดต่อกับสมาชิกของพรรคก้าวไกลเยอะมาก เพื่อหวังจะดึงสส.ก้าวไกลหรือที่เรียกว่า ซื้องูเห่า และจนถึงวันนี้ ตนก็ยังมีความมั่นใจใน ส.ส.ของพรรคก้าวไกลว่า จะเคารพกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ อย่างไรก็ตาม เป็นการพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิด ทั้งนี้วันที่ 7 ส.ค. ตนก็ยังมั่นใจว่าพรรคก้าวไกลจะชนะคดี”หัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำ
ยันทุกคนกำลังใจดี-ไม่เลื้อยหนี
เมื่อถามว่าต้องมีการกำชับสส.ว่าอย่าให้มีงูเห่าหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ต้องกำชับ เพราะตนสื่อสารในพรรคว่าเราต้องให้เกียรติเพื่อนร่วมงานทุกคน อย่าไปทำให้เกิดบรรยากาศจับจ้อง จับผิดว่าใครจะเป็นงูเห่าหรือจะย้ายพรรค ซึ่งเป็นบรรยากาศไม่ดีในการทำงานและไม่เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงไม่มีการไปกำชับ ทั้งนี้ สส.ในพรรคไม่มีการอ่อนไหว เพราะกำลังใจดี และยังเดินหน้าทำงานตามแผนงานเป้าหมายที่วางไว้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่คนของพรรคก้าวไกลไปคุยกับ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เพื่อเทคโอเวอร์นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ ไม่มีความชัดเจนว่า ใครเป็นคนไปคุย แต่ตนคิดว่าตอนนี้คนพยายามไปโฟกัสว่าหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค. ไม่เป็นผลดีต่อพรรคก้าวไกล โดยกฎหมายสส.ก็ต้องไปหาพรรคสังกัดใหม่ บางคนก็คิดข้ามไปล่วงหน้า ทั้งแกนนำพรรครุ่นใหม่ พรรคใหม่จะเป็นอย่างไร
“ผมย้ำว่าสิ่งที่อยากให้โฟกัสคือ เนื้อหาในคำวินิจฉัยวันดังกล่าวจะเป็นอย่างไรไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร คิดว่าอยากให้ติดตามว่าเหตุและผล หลักกฎหมายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเฉพาะพรรคก้าวไกลเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อการเมืองไทยโดยรวมในอนาคตด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าพรรคก้าวไกล”นายชัยธวัช ย้ำ
ข้อต่อสู้มีน้ำหนักที่ศาลฯรับฟัง
เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลถูกยุบหายไป1พรรคจะส่งผลกระทบต่อภาพทางการเมืองหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่าตนหมายความว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องอนาคตของพรรคก้าวไกลอย่างเดียว แต่จะเกี่ยวพันกับการใช้หรือตีความกฎหมายรวมถึงการให้ความหมายกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าเรื่องพรรคก้าวไกลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ตนคิดว่านัยยะความสำคัญของคำวินิจฉัย เป็นเรื่องใหญ่มาก จึงไม่อยากให้มองไปเฉพาะแค่เรื่องพรรคก้าวไกล หรือมองข้ามช็อตไปแล้วว่าในอนาคตพรรคใหม่ จะเป็นอย่างไร ตนเชื่อว่าในข้อต่อสู้ทางข้อเท็จจริงและทางกฎหมายของพรรคก้าวไกลมีน้ำหนักพอที่ศาลฯจะรับฟัง
เลขาฯพท.หวัง‘ก้าวไกล’ไม่ถูกยุบ
นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 ส.ค.จะมีผลอะไรกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า อย่างแรกที่ต้องเรียนให้ทราบคือส่วนตัวหวังว่าพรรคก้าวไกล คงไม่ถูกยุบพรรค พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีอะไร แต่สุดท้ายขึ้นกับคำวินิจฉัยของศาลฯ
“หากผลคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบต่อก้าวไกล ส่วนตัวก็มองว่าไม่มีอะไรกระทบกับกระทบรัฐบาล แม้มีข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค อาจมีสส.พรรคก้าวไกลไปร่วมหากถูกยุบพรรคแต่ก็ไม่มีประเด็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือกระทบรัฐบาล เพราะนายกฯเพิ่งปรับครม.ไม่นานและการที่พรรคร่วมจะมีสส.มากขึ้น หรืออะไรก็แล้วแต่ เราคงต้องรอหลังเหตุเกิดขึ้นแล้วดีกว่า”นายสรวงศ์ กล่าวว่า
พท.สยบลือ!ดึง’ปชป.’ร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากที่สุดตัวเลขพรรคร่วมมีการขยับจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยหลังเกิดสิ่งนั้นขึ้น แต่ยืนยันกรณีนี้ไม่กระทบพรรคร่วม เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าร่วมรัฐบาล นายสรวงศ์ กล่าวว่า จากที่ฟังนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคปชป. ก็บอกยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว และจากกระแสข่าวที่ออกมามีการพูดไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าร่วม
“มองว่าเป็นการดูถูก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯเกินไป เพราะท่านพูดชัดเจน ยังไม่มีการดึงใครเข้าร่วม วันนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วไปตีข่าวว่าจะปรับโน้นปรับนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นการพูดลอยๆ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันไม่มีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้เข้าร่วมรัฐบาล”
ย้ำรัฐบาลมีเสียง314เพียงพอแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ามีความจำเป็นต้องดึงพรรคปชป.เข้ามาหรือไม่นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นอะไร เพราะรัฐบาลมีเสียง314ถือว่าเพียงพออยู่แล้ว และในการอภิปรายในสภาฯ สส.พรรคปชป. ยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลต่อเนื่อง เช่นเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต แล้วจะมาร่วมกันได้อย่างไร หากพูดว่าจะมาในส่วนของผู้บริหารปัจจุบันที่ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พูดแบบนั้นคงไม่ได้ การจะเอาพรรคการเมืองใดมาร่วม แล้วมีอีกส่วนนึงยังด่ารัฐบาลจะเป็นฝ่ายค้านในพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่ได้ จึงมองว่าข่าวที่ออกมามันไกลเกินไป เพราะการจะร่วมรัฐบาลไม่สามารถมาเฉพาะกลุ่มได้
‘เพื่อไทย’ย้ำชัดไร้นโยบายดูดส.ส.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีหลังวันที่ 7 สิงหาคม พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเตรียมเปิดตัว ส.ส.เพิ่ม 10 คนว่า แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถือเป็นกิจการภายในของแต่ละพรรค ก็เป็นแนวทาง และเป็นสิทธิที่แต่ละพรรคจะสามารถดำเนินการได้ ส่วน ส.ส.ที่เตรียมจะนำมาเปิดตัวเพิ่มอีก 10 คนนั้นจะมาจากพรรคไหนก็ต้องไปถามพรรคที่จะเปิดตัวเองว่าจะนำ ส.ส. 10 คนมาจากไหน พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายที่จะดูด ส.ส.จากพรรคอื่น เพราะมี ส.ส.ในจำนวนที่เพียงพอที่จะสามารถขับเคลื่อนผลักดันกฎหมายสำคัญๆ ผ่านสภาได้อยู่แล้ว โดยส่วนตัวไม่อยากให้โยงการยุบ หรือไม่ยุบพรรคก้าวไกลไปกับทุกฉากทัศน์ทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นไปทั้งหมดทุกฉากทัศน์
ไม่เกี่ยวพท.-รบ.ถ้า‘ก้าวไกล’ถูกยุบ
นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า เมื่อผลคำวินิจฉัยออกมา ส่วนใดต้องดำเนินการ ก็ดำเนินการเป็นส่วนๆไป ไม่เกี่ยวโยงกัน เช่นกรณีพรรคถูกยุบ ส.ส.จะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ให้ได้ภายใน 60 วัน และ 11 กรรมการบริหารพรรคต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง รองประธานสภาฯที่อาจต้องพ้นหน้าที่ไปจะมีขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้อย่างไร ถือเป็นฉากทัศน์ที่เกี่ยวข้องเฉพาะกรณียุบหรือไม่ยุบพรรคก้าวไกลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย และไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ส่วนการดำเนินการของแต่ละพรรคจากกรณีนี้ ต้องไปถามจากแต่ละพรรคเองและถือเป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะมีแนวทางการดำเนินการออกมาจากกรณีนี้ต่อไปอย่างไร
เลื่อน‘ก่อแก้ว’เป็นสส.บัญชีรายชื่อพท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งได้ประกาศให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 21 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น
บัดนี้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สิ้นสุดลงตามมาตรา 101(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105(2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560จึงประกาศให้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งเป็นผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน
เลขาฯพท.เชื่อก่อแก้วลุยงานเข้มข้น
นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้เลื่อนลำดับเป็นสส.บัญชีรายชื่อ หลังน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม ลาออกจากการ สส.บัญชีรายชื่อว่าต้องขอแสดงความยินดีกับนายก่อแก้ว ถือเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทยมายาวนาน เป็นกองหลังของพรรคที่อยู่กับพรรคทำงานอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด เมื่อได้เข้าสภาฯเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ สส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พท.ไม่กดดัน2รมต.ลาออกจากสส.
ส่วนสาเหตุที่น.ส.สุดาวรรณ ลาออกจากสส.เนื่องจากการทำหน้าที่รมว.วัฒนธรรมไม่สามารถทุ่มเวลาให้กับงานฝ่ายนิติบัญญัติได้เต็มที่จึงลาออกเพื่อให้คนที่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ได้เข้ามาทำงานในสภาฯแม้จำนวนสส.ของเราจะเท่าเดิม แต่มั่นใจการทำงานจะดีกว่าเดิมแน่นอน สำหรับรัฐมนตรีที่ยังเป็นสส.อยู่ ไม่ว่าจะเป็น นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย พรรคก็ไม่ได้กดดันเพราะเชื่อว่าท่านเหล่านั้นสามารถจัดสรรเวลาและสามารถทำทั้งสองหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รทสช.จัดทำบุญครบรอบ2ปี
วันเดียวกัน ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) จัดพิธีทำบุญและทำพิธี3ศาสนา ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ ในโอกาสครบรอบ 2 ปี พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงานในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นำคณะกรรมการบริหาร รัฐมนตรี สส.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและสมาชิกพรรคร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าเมื่อ2ปีก่อนตนและนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคได้ก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาโดยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคที่ไม่เหมือนใคร คือ เป็นพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และประเทศชาติ ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่แสวงหาอำนาจ สถานะของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งตอนนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เหมือนใคร เพราะได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ตามแนวทาง “รื้อ ลด ปลด สร้าง” และต้องขอบคุณเลขาธิการพรรคที่ได้เป็นกำลังหลักในการทำงานทั้งภายในพรรคเอง และประสานงานภายนอกพรรคเสมอมา
ลั่นมุ่งทำเพื่อปชช.-ประเทศชาติ
สำหรับเป้าหมายในปีต่อไปพรรคจะขยายการทำงานให้มากๆขึ้นเพราะในช่วงแรกของการก่อตั้งพรรคเราเห็นปัญหาต่างๆของประชาชนและประเทศชาติ แต่ยังไม่มีโอกาสในการดำเนินการ แต่ปัจจุบันเราได้มีโอกาสในการทำงาน โดยเฉพาะในกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม เราก็จะเร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมขอขอบพระคุณประชาชนที่ให้กำลังใจพรรครวมไทยสร้างชาติตลอดมา ขอให้คำมั่นว่าทั้งตน เลขาธิการ และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และจะแก้ไขปัญหา สร้างสรรค์สิ่งดี ๆเพิ่มเติมให้กับประเทศไทยอย่างแน่นอน
พร้อมก้าวสู่สถาบันการเมือง
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติว่าหัวหน้าพรรค ตน และกรรมการบริหารพรรคมีความตั้งใจที่จะให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองของประเทศไทยซึ่งพรรคต้องมีทีมงานที่มีความตั้งใจในการทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซื่อสัตย์ สุจริตและพร้อมทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และขอเชิญชวนประชาชนทุกคนที่รักประเทศชาติ หากอยากให้มีพรรคการเมืองที่ดี ที่ตอบโจทย์ และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ขอเชิญชวนมาร่วมภารกิจนี้ด้วยกันกับพรรครวมไทยสร้างชาติ
314เสียงรัฐบาลมั่นคง
วันเดียวกันนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีที่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ สำรอง โดยนายอนุทินที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า นั่งตัวลีบอยู่อย่างนี้ ขณะที่นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า เราคุยกันตลอดเวลา ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างว่าไปตามกลไก ตนกับนายอนุทินเรารู้จักกันมานานมากไม่ต้องมาอธิบายให้ฟัง ไม่มีการน้อยใจ เรื่องเหล่านี้ไม่มีอยู่แล้ว นายอนุทินก็สบายใจอยู่แล้ว เรื่องการเมืองก็ส่วนการเมืองไป
เมื่อถามว่า คิดถึงที่มาที่ไปของข่าวนี้หรือไม่ว่าทำไมถึงมีการจุดกระแสข่าวนี้ นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดาเรื่องการเมือง ซึ่งตนก็ไม่นึกว่าก่อนเข้าการเมืองว่าจะมีเรื่องแบบนี้ แต่นายอนุทินก็ทราบอยู่ว่ามีเรื่องแบบนี้ตลอดเวลา และก็เป็นเรื่องของคดีที่จะถูกตัดสินในวันที่ 14 ส.ค.นี้ แต่อย่างที่บอกไปว่า 314 เสียง หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วย ฉะนั้นมีความมั่นคงอยู่แล้วในตัวของมันเอง
ยังไม่ดึงพรรคอื่นเข้ามาเสียบ
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะมีพรรคอื่นเข้ามาเพิ่มด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุย เพราะ 314 เสียงมั่นคงอยู่แล้ว เราก็บริหารจัดการ ซึ่งเดี๋ยวกลับไปนายอนุทินก็ไปร่วมฟังสวดอภิธรรมศพคุณแม่ตน ทุกอย่างเป็นไปตามมิตรภาพอันดีที่มีให้กัน ส่วนการแข่งขันด้านการเมืองก็มีเรื่องของมันไป อีก 3 ปีก็แข่งขันกันไป ก็ขึ้นเวทีแถลงผลงานของแต่ละคนเป็นธรรมดามากกว่า แต่ที่เราอยู่ตรงนี้เพราะประชาชน วันเสาร์-วันอาทิตย์ก็ต้องทำงานเท่านั้นเองอย่าคิดมาก เราดูจากเหตุและผลจะดีกว่า
เมื่อถามว่า นายกฯ พูดขนาดนี้แล้ว กระแสข่าวนี้จะหายไปได้หรือยัง นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวสื่อมวลชนก็ถามตนอีก ก็ต้องมาตอบอีก เป็นธรรมดา
ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า คนออกข่าวลืออยู่ที่ไหนแต่คนที่ถูกกล่าวถึงนั่งนิ่ง นายกฯ ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ผู้สื่อข่าวเลยแซวว่าถามเรื่องนี้ต่อหน้าตนเอง เกร็งหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า ไม่เกร็งได้ยังไง นั่งจนตัวลีบแล้วตอนนี้
นายกฯ กล่าวย้ำอีกว่า เรามาทำงาน เรามีจุดประสงค์เดียวกัน ตนก็เชื่อว่าที่นายอนุทินมาอยู่ตรงนี้ก็ทำเพื่อประชาชน ปัญหาเหล่านี้ที่แทรกเข้ามาก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เรื่องนี้ไม่ต้องพูด ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหนแต่ก็ทราบจุดประสงค์กันดีอยู่แล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี