วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
นิด้าโพล ชี้มีโอกาสสูงที่รัฐบาล“อุ๊งอิ๊งค์”อยู่ครบเทอมแต่อาจไม่ได้ไปต่อหากแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปมโดนร้องเรียนไม่ได้ ด้าน“ภูมิธรรม”หนุนพท.เสนอร่างก.ม.นิรโทษกรรมลั่นไม่นิรโทษคดี112 เหตุสังคมยังเห็นต่าง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เมื่อวันที่ 27ตุลาคม2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม ฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม 4 ร่างที่เตรียมเข้าสู่การประชุมสภา ในสมัยประชุมหน้า ที่จะเปิดในวันที่ 12 ธันวาคม พรรค พท.จะมีการเสนอร่างเข้าประกบด้วยหรือไม่ ว่า พรรค พท.ยังไม่ได้พูดคุยกันเรื่องนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากยังมีเวลา อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคที่จะพิจารณา ก่อนที่จะเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาต่อไป ว่าจะเสนอร่างนิรโทษกรรมประกบไปด้วยหรือไม่
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าพรรค พท.ควรเสนอร่างประกบไปด้วย ทั้งนี้ ตนมองว่าเรื่องการนิรโทษกรรมนั้น หากเป็นกรณีในความผิดเล็กๆ น้อยๆ เช่น บางคนอาจไม่ได้มีส่วนร่วมแต่ถูกจับโยงเข้าไป รวมถึงการแสดงความเห็นต่างทางการเมือง ควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะไม่ใช่ความผิดทางอาชญากรรม แต่หากเป็นการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมในเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นเจตจำนงตั้งแต่ต้นของพรรค พท.ตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลมา ที่สำคัญเรื่องการกระทำผิดหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตราบใดที่สังคมยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็ไม่ควรจะหยิบมาเป็นประเด็น
เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พรรค พท.โหวตไม่รับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งที่ญัตตินี้เสนอโดยพรรค พท.เอง แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพของคนในพรรค นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคนที่แสดงความเห็นต่างมีไม่เท่าไหร่ ยืนยันว่าพรรค พท.ไม่ขัดแย้งกันเองอย่างแน่นอน
พปชร.ห้ามแตะนิรโทษม.112
นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรค พปชร.ต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข ที่พรรครวมไทยสร้างชาติเสนอ 2.ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ที่พรรคก้าวไกลเดิมเสนอ 3.ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ และ4.ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่พรรคครูไทยเพื่อประชาชนเสนอ ซึ่งยังอยู่ในสภาฯ ว่า ถ้าฉบับไหนมีประเด็นที่ไปนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 เข้าใจว่า น่าจะมีอยู่ 3 ฉบับ และอีกฉบับที่ไม่รวมคดีมาตรา 112 ที่น่าจะเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งถ้าฉบับไหนให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หรือไปเขียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับมาตราดังกล่าวน่าจะไม่น่าผ่านความเห็นชอบจากสภาฯทั้งหมด ส่วนอีกฉบับที่ไม่รวมคดีมาตรา 112 นั้น จะผ่านหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่า เดี๋ยวพอเอาเข้าไปในสภาฯ และผ่านวาระที่ 1 ได้ พอถึงชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) อาจจะมีการไปแปรญัตติหรือแก้ไขในชั้น กมธ.ให้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หรือไม่ หลายคนกำลังเป็นห่วงตรงนี้อยู่ ทั้งนี้ ย้ำว่า จุดยืนของพรรค พปชร. คือ ไม่เอาทุกฉบับที่มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.กำชับหลายครั้งว่า ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีมาตรา112เด็ดขาด
พท.ยันรบ.มีเสถียรภาพ
ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี สส.พรรคเพื่อไทยโหวตคว่ำญัตติตัวเอง ไม่รับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งที่ญัตตินี้เสนอโดยพรรคเพื่อไทย ว่า ขอยืนยันว่าที่ประชุมสส.พรรคเพื่อไทย ในช่วงเช้าของวันที่ 24 ต.ค.2567 ไม่ได้มีมติพรรคเพื่อไทย ให้สส.โหวตไปในทางหนึ่งทางใด ให้เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของสส.แต่ละคน ที่จะสามารถพิจารณาตัดสินใจในการโหวตได้เลย แต่แม้สภาจะโหวตไม่เห็นชอบข้อสังเกต แต่ตัวรายงานได้ถูกรับทราบโดยสภาไปแล้วตามกฎหมาย ถือว่าคณะกรรมาธิการทำหน้าที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว รายงานฉบับนี้อยู่ในสภาฯ องค์กรหรือหน่วยงานใดเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็สามารถนำไปศึกษาได้ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่เคยมีมติในเรื่องนี้ สส.จะโหวตเห็นชอบ ไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียงจึงเป็นเอกสิทธิ์ ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องช่วยกันไม่ทำให้ความเห็นต่างนั้นนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ขอให้ความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งมีเสถียรภาพ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
โพลชี้รัฐบาล”อิ๊งค์”อยู่ครบเทอม
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “รัฐบาลนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ไปไหวไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับปัจจัยที่จะส่งผลให้รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไปต่อไม่ได้ จากการสำรวจเมื่อถามความเชื่อของประชาชนต่อการอยู่รอดของรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 41.68 ระบุว่า เชื่อว่าจะไปต่อได้จนครบเทอมในปี 2570 รองลงมา ร้อยละ 19.08 ระบุว่า เชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 2 ปี (2569) ร้อยละ 16.87 ระบุว่า เชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 1 ปี (2568) ร้อยละ 11.99 ระบุว่า เชื่อว่าจะไปต่อได้จนเกือบ ๆ ครบเทอมในปี 2570 ร้อยละ 9.77 ระบุว่าเชื่อว่าจะไปต่อได้ไม่เกินสิ้นปี 2567 และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สะดุดการแก้ไขเศรษฐกิจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงปัจจัยที่จะส่งผลให้รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไปต่อไม่ได้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.43 ระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปตามที่สัญญาและคาดหวัง รองลงมา ร้อยละ 32.52 ระบุว่า กลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยังคุณทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 29.47 ระบุว่า การบริหารที่ผิดพลาดของนายกฯ แพทองธาร จนนำไปสู่สถานการณ์วิกฤต ร้อยละ 28.85 ระบุว่า กลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยังนายกฯแพทองธาร และพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.77 ระบุว่า การบริหารงานที่ไม่ระมัดระวังจนอาจเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 17.25 ระบุว่า ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล ร้อยละ 16.64 ระบุว่า ไม่มีปัจจัยใด ๆ ที่จะทำให้รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ไปต่อไม่ได้ ร้อยละ 10.92 ระบุว่า การชุมนุมประท้วงรัฐบาลจนเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ร้อยละ 9.62 ระบุว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร้อยละ 9.08 ระบุว่าการทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่จะนำไปสู่การล้มลงของรัฐบาล ร้อยละ 8.24 ระบุว่า การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ที่มีประเด็นอ่อนไหว ร้อยละ 8.09 ระบุว่า ประเด็นคดีตากใบ และร้อยละ 6.95 ระบุว่า การก่อรัฐประหารล้มรัฐบาล
‘อิ๊งค์’ถก3ภาคเอกชนขับเคลื่อนศก.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ต.ค. เวลา 10.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน อาทินายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายสุธีร์ สธนสถาพร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยจากทุกภาคส่วน ที่ผ่านมา กกร.ได้ระดมความเห็นจากตัวแทนภาคธุรกิจในสาขาต่าง ๆ และนำมารวบรวมเป็นข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลนำมาประกอบกันเป็น แนวทาง เพื่อกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ให้สอดรับกับสถานการณ์ของโลกและภูมิภาค เพื่อนำไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว และเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนได้เตรียมข้อเสนอ 4 ด้าน อาทิแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ และแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
“รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างมั่นคง ภาคเอกชนถือเป็นเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยข้อเสนอของภาคเอกชน รัฐบาลจะไปนำศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป“ นายจิรายุ กล่าว
ปชน.ชี้หากศก.ไม่ดีขึ้นกระทบพท.
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความเห็นกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘รัฐบาลนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ไปไหวไหม’ ซึ่งจากการสำรวจเมื่อถามความเชื่อของประชาชนต่อการอยู่รอดของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 41.68 ระบุว่า เชื่อว่าจะไปต่อได้จนครบเทอมในปี 2570 โดย นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ต้องดูว่าอีก ร้อยละ 58 เต็มไปด้วยสาเหตุอะไร เนื่องจากสาเหตุหลักที่มีคนพูดถึงมากที่สุด ก็เป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีได้ตามที่สัญญาเอาไว้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยังสามารถแก้ไขได้ และตนยังคิดว่าพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย น่าจะเร่งเดินหน้า ทำให้เศรษฐกิจกลับมาดี หากเราสังเกตดูตั้งแต่ตั้งรัฐบาลนางสาวแพทองธารมา ได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีการเริ่มประชุม และการสัญญาที่บอกว่า จะมีการเริ่มประชุมช่วงปลายเดือนนั้น ก็ยังไม่มีการประชุมสักที ขณะเดียวกัน นโยบายที่มี ก็ยังเป็นนโยบายเดิม ที่ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เช่น แจกเงินสดให้กับกลุ่มเปราะบาง และหลายๆ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ยังไม่เห็นถึงความชัดเจน รวมถึงโครงการใหม่ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแก้หนี้ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ที่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่จนทุกวันนี้ เราก็ยังคงไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ของการแก้ปัญหานี้ แต่ยังพอมีเวลา ขอให้ทางรัฐบาลนางสาวแพทองธาร เร่งรัดออกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้น และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว ออกมาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งก็น่าจะสามารถยืดระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลนี้ไปได้อีก และทำให้ไม่จำเป็นต้องยุบสภาก่อนที่จะอยู่ครบเทอม ส่วนความไม่ชัดเจนของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟสสองนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนยังเฝ้ารออยู่ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง หากฟังจากคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่เห็นว่า มีความจำเป็นจะต้องประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาก่อนนั้น แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีการประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้จะมีการนัดประชุมไปแล้ว ก็กลับถูกยกเลิกไปก่อน
แจกเงิน1หมื่นไม่กระเตื้องเท่าที่ควร
นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ประชาชนยังคงเฝ้ารออยู่ เพราะเมื่อตนได้ฟังเสียงจากในพื้นที่ ก็กลายเป็นว่า 10,000 บาทแรก ที่ลงมานี้ ก็ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาชีวิตชีวาเท่าที่ควร จึงยังคงรอแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องของ ประชาชนในระยะต่อไป รวมถึงคนที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ในตอนนี้ ก็ยังคงรอคำตอบว่า จะได้หรือไม่ได้อย่างไร ขอให้รีบแสดงความชัดเจนออกมา เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องความเชื่อมั่นล้วนๆ และรัฐบาลนี้ ก็มีแต้มต่อเรื่องชื่อเสียง ในการที่เคยทำให้เศรษฐกิจดีได้ ก็อย่าให้เสียชื่อ ต้องรีบกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา สำหรับเรื่องเงินเฟ้อ ขณะนี้อาจจะไม่ได้สูงมาก แต่ค่าครองชีพขึ้นแล้วไม่ลง จึงจำเป็นจะต้องมีงบประมาณที่จะมาชดเชยเยียวยา หรือช่วยเหลือประชาชนในระยะที่ค่าครองชีพยังสูงอยู่ ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจฐานราก ที่อาจต้องมีการกระตุ้นรอบใหม่หรือไม่อย่างไร เนื่องจากงบประมาณที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา และอาจจะต้องไปดูในเรื่องอื่นก่อน เช่นการแก้หนี้ เพราะไม่อย่างนั้น ใส่เงินลงไปเท่าไหร่ คนก็เอาไว้ใช้หนี้หมด
เมื่อถามว่า หากยังจัดการไม่ดี จะทำให้เป็นตัวมัดในการล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า แน่นอน เป็นอย่างที่ประชาชนได้ให้ความเห็นเอาไว้ ว่านี่จะเป็นสาเหตุแรกที่ทำให้รัฐบาลนางสาวแพทองธาร อยู่ไม่ครบเทอม บางคนบอกว่า เป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้ไม่สามารถทำได้ตามที่หาเสียงไว้ ก็เป็นไปได้ที่สุดท้าย พอไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้ เศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่โฆษณา สุดท้ายความนิยมจากประชาชนก็คงจะถดถอยลงเรื่อยๆ และเป็นสาเหตุที่อาจจะต้องยุบสภาก่อน อยู่จนครบวาระ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี