'ณัฐวุฒิ'บ่นยับ! บอกเสียดายโอกาส! 'ทักษิณ'พลาดบินกาตาร์พบ 'โดนัลด์ ทรัมป์'

'ณัฐวุฒิ'บ่นยับ! บอกเสียดายโอกาส! 'ทักษิณ'พลาดบินกาตาร์พบ 'โดนัลด์ ทรัมป์'

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.29 น.

'ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ' ที่ปรึกษาของนายกฯ บ่นเสียดายโอกาส หลังศาลไม่อนุญาตอดีตนายกฯ ทักษิณ เดินทางไปร่วมงานกาตาร์ ที่อาจได้พบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

วันที่ 10 พฤษภาคม 2568  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรง เป็นผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ภายใต้เงื่อนไขการเดินทางไปต่างประเทศต้องขออนุญาตศาล เคยทั้งได้รับอนุญาตและไม่อนุญาตให้เดินทาง


ตอนเป็นรัฐมนตรีขอเดินทางก็มีที่ศาลไม่อนุญาต ผมเข้าใจเอาเองว่าเหตุผลสำคัญที่ศาลไม่อนุญาตเดินทางคือเกรงจะหลบหนี ในใจก็สงสัยว่าตั้งแต่โดนสารพัดคดีติดคุกกี่รอบไม่เคยหนี ตอนนี้เป็นรัฐมนตรีผมจะหนีทำไม แต่ก็เคารพดุลยพินิจศาล

หลังรัฐประหารเคยถึงขั้นศาลอนุญาตแล้ว วันเดินทางผ่านทุกขั้นตอนจนนั่งประจำที่รอเครื่องขึ้นบิน อยู่ๆเจ้าหน้าที่ตม.มาพาตัวลงจากเครื่อง บอกว่ายังมีหมายห้ามเดินทาง ต้องลงมาสู้มาเคลียร์เอกสารหลักฐานกันยกใหญ่ ไม่ได้เดินทางในเที่ยวบินเช้านั้น ได้ไปอีกทีเที่ยวดึกวันเดียวกัน

ใครก็ตามเป็นจำเลยเมื่อยื่นขอประกันตัว หากศาลกำหนดเงื่อนไข หมายความว่าถ้าจะได้ประกันต้องตามนั้น แล้วก็ต้องถือปฏิบัติจนกว่าคดีถึงที่สุด หรือ ศาลกำหนดเงื่อนไขเป็นอย่างอื่น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับร่วมกัน

กรณีอดีตนายกทักษิณก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขนี้ เท่าที่ขอเดินทางศาลไม่อนุญาตเป็นส่วนใหญ่ ครั้งล่าสุดเมื่อศาลไม่อนุญาตก็ถือเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยชอบ ฝ่ายจำเลยเลือกทำได้สองอย่าง คือยอมรับและยุติแผนการเดินทางครั้งนี้ หรือ อุทธรณ์คำสั่งตามสิทธิ์ที่พึงมี และรอคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ต่อไป

ตามข่าวบอกว่าเหตุผลที่ยื่นขอเดินทางครั้งนี้คือได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่กาตาร์ ซึ่งจะมีโอกาสพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คนเชิญคือเจ้าผู้ครองนครรัฐกาตาร์ เข้าใจว่าจะมีบุคคลสำคัญทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลกอีกจำนวนหนึ่งมาร่วมงาน

ผมไม่กังวลที่ดร.ทักษิณไม่ได้เดินทาง ทุกครั้งที่ท่านขอแล้วศาลไม่อนุญาตก็เฉยๆเพราะเข้าใจกระบวนการ แต่คราวนี้พูดตรงๆว่าเสียดายโอกาส เพราะดร.ทักษิณกับประธานาธิบดีทรัมป์มีสัมพันธภาพที่ดีกันมายาวนานตั้งแต่ทั้งคู่ยังเป็นนักธุรกิจ หากได้เจอกันในสถานการณ์กำแพงภาษี แม้ไม่มีวาระหารืออย่างเป็นทางการ แต่ก็น่าจะมีบทสนทนาไม่ว่าจะกับโดนัลด์ ทรัมป์เองหรือทีมงานที่เป็นประโยชน์ และนำมาขยายผลในกระบวนการเจรจาระหว่าง 2 ประเทศได้

แน่นอนว่าเรื่องเจรจาเป็นความรับผิดชอบหลักของรัฐบาล แต่สถานการณ์แบบนี้ใครมีศักยภาพจะช่วยบ้านเมืองได้ก็ต้องเอามาใช้ ไม่ใช่เพียงดร.ทักษิณ ใครก็ตามหากจะเป็นประโยชน์ต้องหาทางช่วยกัน การพูดคุยไม่จำเป็นต้องตั้งโต๊ะทางการเสมอไป วงข้าว วงคุย วงดื่มสังสรรค์ หรือ วงนอกรอบใดๆก็ทำได้

อยากให้ดร.ทักษิณได้เจอกับโดนัลด์ ทรัมป์ ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ภคมน ลิซ่า' สอน 'ณัฐวุฒิ' เก็บอาการหน่อย! บอกควรยืนข้างนายกฯ ไม่ใช่พ่อของนายก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top