533.jpg
โยนภาระออกจากตัว? ‘สกลธี’ร่ายยาว! ว่าด้วยเรื่อง‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว...กับการหาเสียง’

โยนภาระออกจากตัว? ‘สกลธี’ร่ายยาว! ว่าด้วยเรื่อง‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว...กับการหาเสียง’

วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sakoltee Phattiyakul ระบุว่า ว่าด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว กับการหาเสียง !!!

เห็นข่าวผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดนี้ มีความคิดจะคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาลโดยอ้างเหตุผลว่ารับการขาดทุนสะสมไม่ไหวก็เพลียใจครับ


เหมือนมีของดีอยู่ในมือแล้วเอาไปยกให้คนอื่นซะอย่างนั้น ทั้งๆ ที่มีหลายวิธีให้บริหารแก้ไขภาวะการขาดทุนสะสม ไม่ว่าจะเป็นการเจรจากับเจ้าเดิมหรือเปิดประมูลใหม่ให้รวบทุกเส้นทางเข้าด้วยกันโดยให้เอกชนแข่งกันอย่างเป็นธรรมและถือโอกาสคุยเรื่องลดราคาตั๋วไปให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมไปในทีเดียวกลับไม่ทำ

เรื่องลดราคาตั๋วรถไฟฟ้าก็ยังเป็นมหากาพย์ ตอนหาเสียงบอกจะลดเหลือ 20-25 บาท คนฟังเข้าใจว่าจะลดตลอดสาย ถึงเวลากลับบอกว่าราคานี้จะได้แค่คนที่โดยสารเป็นช่วงไม่กี่สถานี (น่าจะ 6-8 สถานี) ล่าสุด กทม.ก็น่าจะหวัง พรบ.ตั๋วร่วมของรัฐบาลให้ราคาลดลงตอนนั้น เท่ากับว่า 3 ปีกว่าๆ เรื่องราคาตั๋วแทบจะไม่ขยับไปไหน

ผลประโยชน์อย่างอื่นนอกจากค่าตั๋วโดยสารแล้วสายสีเขียวยังมีช่องทางหาเงินซ่อนอยู่ในตัวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณา ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขอใช้พื้นที่ทำกิจกรรม หรือว่าจะเป็นค่าขออนุญาตเชื่อมทางเดินเข้าพื้นที่เอกชน เชียงใหม่ในส่วนนี้ทำดีๆ ปีหนึ่งได้เงินเยอะครับ

รถไฟฟ้าสายสีเขียวถือเป็นรถไฟฟ้าเส้นหลักที่น่าจะทำเงินให้กับผู้ถือสัมปทานได้ดีที่สุดกว่าทุกสายอยู่แล้ว โดยมีผู้โดยสารเฉลี่ยในวันธรรมดาเคยแตะ 1,000,000 เที่ยวคนต่อวัน ผู้โดยสารใช้บริการเยอะเพราะเป็นเส้นทางผ่าหลักใจกลางเมือง

ถ้าการที่จะแก้ปัญหาโดยดูแค่ว่าอะไรขาดทุน แล้วจะไม่ทำต่อ แต่ยกให้คนอื่น… มันไม่ใช่การบริหารหรือการแก้ปัญหาครับ มันคือการ “โยนภาระ” ออกจากตัว

ยิ่งแนวคิดที่ว่าอยากจะเอารถเมล์ ขสมก.มาบริหารแทน ฟังแล้วยิ่งจิตตกเข้าไปอีก เพราะหนี้สะสมของ ขสมก.น่าจะอยู่ประมาณ 150,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว ไม่นับขาดทุนสะสมต่อปีประมาณ 3000-5000 ล้านบาท แทบจะไม่ต่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวแต่โอกาสได้เงินคืนน้อยกว่าเยอะมากๆ

ถ้าอยากทำขนส่งสายรองเพื่อช่วยป้อนผู้โดยสาร กทม.ทำได้เองอยู่แล้วครับโดยเลือกเป็นจุดที่คนอยู่อาศัยหนาแน่น ไม่ต้องไปรับภาระการบริหารรถเมล์ทั้งกรุงเทพฯ เอามาอยู่กับตัว เดี๋ยวถึงเวลาทนขาดทุนสะสมไม่ไหวก็จะโยนกลับไปให้รัฐบาลอีก

อยากให้ ขสมก.เพิ่มเส้นทางไหนก็ประสานกัน ถ้าเค้าทำไม่ไหว กทม.ก็เดินเองสนับสนุนกันไป ก็อยากตั้งคำถามว่าสามปีที่ผ่านมาได้เริ่มทำขนส่งสายรองเพิ่มขึ้นมาซักเส้นทางหนึ่งหรือยังครับ??? อันนี้น่าจะเป็นหัวใจในการจูงใจให้คนใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น

หรือถ้าอยากจะได้หน่วยงานไหนมาอยู่ภายใต้ กทม.จริงๆ แนะนำตำรวจจราจรเลยครับ ผมว่าการบริหารการจราจรจะได้น้ำได้เนื้อกว่าที่เป็นอยู่

สุดท้ายผมว่าคนกรุงเทพฯ เข้าใจนะครับว่าปัญหามันมีเยอะหลายเรื่องจริงๆ แค่ขอให้เห็นความพยายามอย่างที่สุดในการบริหารแก้ปัญหา และพูดความจริงกับประชาชน อะไรที่ทำได้ก็บอกได้ ทำไม่ได้ก็บอกไม่ได้ ตรงไปตรงมาดีที่สุดครับ

#รถไฟฟ้าสายสีเขียว
#ไม่ไหวบอกไหว
สกลธี ภัททิยกุล
11 พ.ค.2568
https://www.facebook.com/share/16Vba96bZZ/?mibextid=wwXIfr

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top