ครั้งสุดท้าย! มติ 5 : 4 ‘ศาลรธน.’ขยายเวลา‘อิ๊งค์’แจงคลิปคุย‘อังเคิล’ ขีดเส้นให้ถึง 4 ส.ค.

ครั้งสุดท้าย! มติ 5 : 4 ‘ศาลรธน.’ขยายเวลา‘อิ๊งค์’แจงคลิปคุย‘อังเคิล’ ขีดเส้นให้ถึง 4 ส.ค.

วันพุธ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 10.57 น.

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’เสียงข้างมากไฟเขียว‘แพทองธาร’ ขยายเวลาครั้งสุดท้าย แจงปมคลิปคุย‘ฮุน เซน’ ขีดเส้น 4 ส.ค. หากไม่แจงถือว่าไม่ติดใจ

30 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณากรณีประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน ไม่ทันตั้งตัวไม่มีเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 นายกรัฐมนตรีจองนางสาวแพทองธาร ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 160 (4)และ (5) หรือไม่ 


ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครั้งที่ 2 นางสาวแพทองธาร ฉบับลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 15 วัน นับจากวันครบกำหนดเดิมเนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้เรียบเรียงทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาซึ่งยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์   โดยศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2568 เป็นครั้งสุดท้าย หากไม่ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าไม่ติดใจที่จะยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป

ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นไม่ควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาประกอบด้วย นายปัญญา อุดชาชน ,นายวิรุฬห์  แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

สำหรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา ระบุว่าปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 แม้ต่อมานางสาวแพทองธาร แถลงข่าวเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวโดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวลเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่สมาชิกวุฒิสภา ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า นางสาวแพทองธาร แสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบหรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะ วิสัยและพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ  เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา  พร้อมที่จะทำตามหรือจัดการตามที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการมาโดยตลอด ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 นางสาวแพทองธารเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม ผู้ถูกร้องไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารสิ้นสุดลงเฉพาะตัวและขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนจนกว่ารัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

-005

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top