'บวรศักดิ์' ชี้รัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจยุบสภา ยก ม.169 ไม่ห้ามก็จริง แต่ต้องดูประเพณีการปกครองด้วย

'บวรศักดิ์' ชี้รัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจยุบสภา ยก ม.169 ไม่ห้ามก็จริง แต่ต้องดูประเพณีการปกครองด้วย

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.41 น.

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ  (กมธ.)โพสต์เฟซบุ๊ก Borwornsak Uwanno ระบุว่า รัฐบาลยุบสภาได้ไหม?

วันนี้จะมาแสดงหลักวิชารัฐธรรมนูญเรื่องรัฐบาลรักษาการยุบสภาได้หรือไม่ เพราะเห็นเถียงกันมานาน


ก่อนอื่นคำว่า“รัฐบาลรักษาการ” ไม่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไทย แต่เป็นศัพท์วิชาการและหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า gouvernement interimaire อังกฤษใช้ interim government รัฐธรรมนูญไทยมาตรา168 พูดถึง “คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” แต่ผมจะใช้ศัพท์วิชาการว่ารัฐบาลรักษาการ ที่ใช้กันทั่วโลก

ถ้าดูข้อจำกัดการใช้อำนาจของรัฐบาลรักษาการในมาตรา 169 ก็จะเห็นได้ว่า ไม่ได้ห้ามการยุบสภา เพราะการยุบสภาเป็นพระราชอำนาจดังที่มาตรา 103 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า“ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจยุบสภาผู้แทนราษฎร….”เพราะการยุบสภาต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา 

ที่บอกว่ารัฐบาลรักษาการยุบสภาได้หรือไม่จึงไม่ถูกต้อง ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่า รัฐบาลรักษาการจะถวายคำแนะนำให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรที่นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างพระราชกฤษฎีกาถวายขึ้นไปตามมาตรา 182 ของรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และพระมหากษัตริย์จะทรงลงพระปรมาภิไธย ตามที่ถวายคำแนะนำหรือไม่ ถ้าทรงลงพระปรมาภิไธย สภาก็ถูกยุบ ถ้าไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย สภาก็อยู่ต่อ จึงมีการถกเถียงกันถึงพระราชอำนาจที่จะทรงปฏิเสธการยุบสภาที่อังกฤษเรียกว่า the royal prerogative of refusal ซึ่งนักกฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษอย่าง Sir Ivor Jennings ยืนยันว่าตามประเพณีการปกครองที่เรียกว่า convention of the constitution พระมหากษัตริย์อังกฤษทรงปฏิเสธยุบสภาได้ในบางสถาณการณ์ เช่น รัฐบาลพรรคเดียวกันยุบสภาหลายครั้งในปีเดียว เป็นต้น 

ของไทยเอง รัฐธรรมนูญไทยไม่มีบัญญัติไว้ว่าจะทรงปฏิเสธคำกราบบังคมทูลของรัฐบาลให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาได้หรือไม่ เราก็ต้องดูประเพณีการปกครอง เท่าที่ทราบ พระเจ้าอยู่หัว ร 9 ไม่เคยทรงปฏิเสธการยุบสภา แต่เมื่อรัฐบาลหนึ่งจะปรับครม ด้วย ยุบสภาด้วย พระองค์ทรงให้รัฐบาลเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะถ้าทำ 2 อย่างพร้อมกัน จะเป็นการได้เปรียบทางการเมือง แต่รัชกาลที่10 ยังไม่เคยมีการกราบบังคมทูลถวายร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา จึงยังไม่มีประเพณีทรงปฏิเสธการยุบสภา(the prerogative of refusal)

ผมเองเห็นว่าพระมหากษัตริย์จะทรงปฏิเสธการยุบสภาที่ไม่ควรได้ เหมือนของอังกฤษ ดังนั้น หากพูดให้ชัดคือ ทรงปฏิเสธการยุบสภาที่รัฐบาลกราบบังคมทูลได้ โดยเฉพาะเมื่อทรงเห็นว่าคนถวายคำแนะนำพ้นตำแหน่งไปแล้วและเป็นรัฐบาลรักษาการ ทั้งการยุบสภาในเวลาที่ร่างพรบ งบประมาณรายจ่ายปี 2569 ยังไม่ผ่านสภา จะทำให้ประเทศต้องชะงักเพราะต้องใช้งบประมาณเก่าของปี 2568

พูดง่ายๆก็คือเป็นพระราชอำนาจที่จะยุบหรือไม่ยุบสภา! 

ดังนั้นที่บอกว่ารัฐบาลยุบสภาได้หรือไม่ได้ เป็นการพูดที่ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องพูดว่า รัฐบาลรักษาการจะกราบบังคมทูลให้ทรงยุบสภาได้หรือไม่ ต่างหาก 

ในเรื่องนี้ ถ้าพิจารณาแต่มาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญที่วางข้อจำกัดอำนาจรัฐบาลรักษาการไว้ ก็ไม่เห็นมีตรงไหนที่ห้าม ครม หรือ นายกรัฐมนตรีรักษาการที่จะกราบบังคมทูลให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภา

แต่ช้าก่อน แม้กฎหมายไม่ห้ามไว้ชัดแจ้งก็ต้องดูประเพณีการปกครองด้วย 

ผมเห็นว่ารัฐบาลรักษาการต้องผ่าน2ด่าน

ด่านแรกคือ หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญทั่วไป ที่ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้เฉพาะงานประจำ (affaires courantes) จะทำงานนโยบายมิได้ เรื่องนี้ นอกจากมีมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้ว ก็ยังมีหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ผมโพสต์ขึ้นให้อ่านในภาพ ยืนยันอยู่ ( กระซิบนิดนึงว่า คนวางหลักเรื่องนี้คือ ดร วิษณุ เครืองามเมื่อเป็เลขาธิการ ครม และผมเองก็ใช้หลักนี้ลงนามในหนังสือเวียน ตอนสภาครบอายุเมื่อปี 2548 มาแล้ว) ดังนั้น ถ้าดูตามประเพณีการปกครองที่ถือกันมาอย่างน้อยเกือบสามสิบปี การกราบบังคมทูลให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภา ซึ่งเป็นนโยบายที่มีผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้สภาผู้แทนราษฎรพ้นตำแหน่งทั้งสภา จึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง ในเรื่องนี้ของฝรั่งเศส สภาแห่งรัฐConseil d’Etat เคยมีคำพิพากษาที่ประชุมใหญ่ ในคดีSyndicat regional des quotidian d’Algerie ลงวันที่ 4 เมษายน 1952 วินิจฉัยว่า” รัฐบาลที่ลาออกไปและรักษาการ มีอำนาจเฉพาะทำงานประจำที่ไม่ใช่นโยบาย ตามหลักกฎหมายมหาชนตามประเพณี(principe traditional de droit public) “ ดังนั้นการออกรัฐกฤษฎีกา(decret)ทีเป็นนโยบายจึงปราศจากอำนาจ พิพากษาให้เพิกถอนรัฐกฤษฎีกานั้น รัฐบาลรักษาการทำได้เฉพาะงานประจำเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของบริการสาธาณะเท่านั้น ตามหลักความต่อเนื่องของบริการสาธารณะ(principe de continuity de service public)เท่านั้น

ถ้าดูตามประเพณีการปกครองของไทย และหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญทั่วไป เราก็ต้องบอกว่า รัฐบาลรักษาการไม่อาจถวายคำแนะนำให้ยุบสภาได้

ด่านที่สองคือ หากรัฐบาลรักษาการถวายคำแนะนำโดยนายกรัฐมนตรีรักษาการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรทูลเกล้าฯถวายขึ้นไป พระมหากษัตริย์ก็ทรงมีพระราชอำนาจปฎิเสธการยุบสภา(the royal prerogative of refusal) เหมือนที่พระมหากษัตริย์อังกฤษทรงมี

ผมได้แสดงหลักวิชากการ ตามหลักรัฐธรรมนูญมาให้พิจารณากัน โปรดพิจารณาด้วยหลักวิชา อย่าใช้หลักกู นะครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top