วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไทยผิดหวังท่าทีผู้แทนการค้าสหรัฐ หลังระงับการเจรจาลดภาษีนำเข้า จนกว่าจะปฏิบัติตามปฏิญญาไทย - กัมพูชา ชี้ต้องแยกเรื่องความมั่งคงกับการค้า ยันไทยเดินหน้าบนผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเจรจาภาษีการนำเข้าสินค้ากับสหรัฐอเมริกา ว่า เมื่อคืนนี้ (14 พ.ย.) ไทยได้รับการแจ้งจากรองผู้แทนการค้าของสหรัฐ ว่าสหรัฐขอระงับการเจรจากรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย - สหรัฐเป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่า จะปฏิบัติตามปฏิญญา สันติภาพไทย- กัมพูชา และหวังว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ได้โดยเร็ว
นายนิกรเดช กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าว ไทยมีความผิดหวังในท่าที จากผู้แทนการค้าสหรัฐ โดยไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า เรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นทวิภาคี ระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องแยกออกจากประเด็นการค้า ซึ่งก็เป็นประเด็นทวิภาคีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมของไทยกับสหรัฐ
ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ได้ย้ำกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการหารือทางโทรศัพท์ว่า สหรัฐไม่ได้ประสงค์จะแทรกแซงการแก้ไขปัญหาของทั้งสองประเทศ ตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ จึงขอย้ำว่าสำหรับประเทศไทย ในประเด็นการค้าระหว่างประเทศ และมาตรการทางภาษีของประเทศที่สาม เป็นเรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจ ที่จะมีการพิจารณาโดยรอบคอบในกรอบความร่วมมือทางการค้า และคำนึงถึงผลประโยชน์บนประเทศคู่เจรจาเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลยังคงมีนโยบายขยายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านทางเจรจา และข้อตกลงการค้าเสรี การเปิดตลาดใหม่ๆ และการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของไทย
ไทยยังคงยินดี และตระหนกในบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐในการสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาลดความตึงเครียดระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ตามที่ปรากฏในการหารือระหว่างนายอนุทิน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยไทยจะเดินหน้าบนผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญที่มุ่งสู่สันติภาพ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการรับมือในการจัดเก็บภาษีของสหรัฐหลังจากนี้ นายนิกรเดช ระบุว่า นายอนุทินชี้แจงไปยังประธานาธิบดีสหรัฐ ว่าจุดยืนของไทยมีความตั้งใจในการแยกแยะเรื่องชายแดน และการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยไทยมีประสงค์จะขอให้สหรัฐแยกเรื่องนี้ออกด้วยเช่นกัน และมุ่งมั่นที่จะเจรจาการค้าเสรีกับสหรัฐต่อ ทั้งจะพยายามใช้กลไกทวิภาคีหารือกับกัมพูชา
นายนิกรเดช เปิดเผยอีกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐแสดงถึงความเข้าใจหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ รวมถึงมีการรับปากที่จะไปพูดคุยกับผู้แทนการค้าสหรัฐ อีกทั้งจากการที่นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ว่าหากจัดการทุ่นระเบิดได้ จะขอลดภาษี ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐก็ตอบรับแบบเชิงหยอกล้อว่าจะไปทำให้ด้วยความยินดี
ส่วนการดำเนินการต่อจากนี้ นายนิกรเดช ระบุว่า กระทรวงด้านเศรษฐกิจ จะดำเนินการเจรจาภาษีต่อไป อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศก็หวังว่าการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะช่วยกดดันให้กัมพูชาเข้าใจถึงเป้าประสงค์ประเทศไทยที่วางไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี