วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
กำหนดเวลาแล้วเสร็จใน360วัน
เปิดสาระร่างแก้รธน.
ขีดเส้นห้ามแตะหมวด1-หมวด2
ส่งรัฐสภาโหวตเห็นชอบหรือไม่
ห้ามคนถูกเพิกถอนสิทธิร่วมร่าง
เปิดสาระร่างแก้ รธน.ให้มี 2 กลไก ปูทางจัดทำฉบับใหม่ มาจากการเลือกของรัฐสภา ขีดกฎห้ามคนถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง-ระงับสิทธิมีส่วนร่วม กำหนดเวลาทำร่างใหม่ 360 วัน ให้รัฐสภาโหวตเห็นชอบหรือไม่ ขีดเส้นห้ามยุ่ง “หมวด1-2” รมว.ยุติธรรม ย้ำภาพถ่ายของ“ทักษิณ ชินวัตร”กับครอบครัวเป็นกิจกรรมทั่วไปของเรือนจำที่เปิดโอกาสให้ญาติเยี่ยมใกล้ชิด ชี้จัดมานานแล้ว ญาติผู้ต้องขังที่เข้าเยี่ยมช่วงนี้จะถ่ายภาพได้
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ที่มีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ.ซึ่งได้พิจารณาเนื้อหาแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ และขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งรายงานกมธ.ไปยัง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อให้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ช่วงวันที่ 10-11พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาในวาระสอง ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาที่ กมธ.พิจารณา และเสนอต่อที่ประชุมนั้น มีการปรับเปลี่ยนจากร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภารับหลักการเกือบทุกมาตรา โดยประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ คือ องค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35คน มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 360วันและปรับสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นกมธ.รับฟังความคิดเห็นและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35คน ทำหน้าที่ อาทิ รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงในการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงแจ้งให้ สส. สว. คณะรัฐมนตรี(ครม.) และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้แสดงความคิดเห็น
ขณะที่หลักเกณฑ์การรับสมัคร ลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นนั้น ใช้หลักเกณฑ์ คุมสมบัติ และลักษณะต้องห้ามเดียวกัน ทั้งนี้มีประเด็นที่ กมธ. เขียนเพิ่มเติม ได้แก่ ห้ามบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างถูกรระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ลงสมัคร
สำหรับในส่วนของคุณสมบัติกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ นั้น กมธ.ได้กำหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีคุณสมบัติเฉพาะส่วนของนักวิชาการ ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ทั้งนี้พบว่ากมธ.ได้เติมคุณสมบัติเฉพาะขึ้นใหม่ อาทิ เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ หรือผู้วิจัยที่มีรายชื่อในโครงการวิจัยของหน่วยงานในระบบวิจัย และนวัตกรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เคยับราชการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เคยรับราชการเป็นหน้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนของนักการเมือง ได้เพิ่มข้อความให้ครอบคลุมถึงนายกเมืองพัทยา ด้วย
นอกจากนั้นได้เพิ่มคุณสมบัติที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับการประกอบวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 5 ปี และบุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5ปี สามารถสมัครเข้ารับการเลือกเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่คุณสมบัติของกมธ.รับฟังความคิดเห็น กมธ.เสียงข้างมาก ให้ใช้คุณสมบัติ 2 ประการ คือ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 18ปี ซึ่ง กมธ.ได้ลดเกณฑ์อายุที่สมัครลงจากเดิมที่กำหนด ไม่ต่ำกว่า 20ปี ทั้งนี้ กมธ.ได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อขจัดการมีส่วนได้เสีย คือห้าม กมธ.ร่างรับธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 2ปี นับจากวันที่พ้นตำแหน่งไว้ด้วย สำหรับการรับสมัคร บุคคลเพื่อเข้ารับคัดเลือก เป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ใช้กลไกเดียวกัน คือ ให้สมัครผ่าน กกต. ด้วยหลักฐานที่กำหนดพร้อมกับวิสัยทัศน์ และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนไม่น้อยกว่า 100 คน ทั้งนี้ยังกำหนดให้ประชาชนมีส่วนตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครและผู้สนับสนุนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญและกมธ.รับฟังความคิดเห็น ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกนั้น กำหนดเวลาให้รัฐสภาทำให้เสร็จภายใน 60วัน โดยใช้สูตร20หยิบ1 คือให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มๆละ20คน ตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภากำหนด เพื่อเสนอ กมธ.ร่างรัฐธรรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นได้กมธ.ละ1คน จนครบจำนวน จากนั้นให้ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ได้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญและกมธ.รับฟังความคิดเห็นแล้ว กำหนดให้ประชุมร่วมกันครั้งแรกภายใน15วัน เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยกำหนดให้รับฟังความเห็นประชาชนอย่างทั่วถึง รอบด้านและเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้ประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ1ครั้ง
ขณะที่ระยะเวลาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน360วันและเมื่อทำแล้วเสร็จต้องส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ โดยไม่ลงมติ ภายใน 30 วัน จากนั้นให้รัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญพร้อมคามเห็นและข้อเสนอแนะคืนให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้แล้วเสร็จภายใน 30วัน ทั้งนี้ยังให้โอกาสขยายเวลาพิจารณาได้1ครั้ง ไม่เกิน30วัน จากนั้นส่งกลับให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งวิธีการออกเสียงให้ใช้การขานชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย แต่หากที่รัฐสภาไม่เห็นชอบ ให้ร่างรัฐธรรรมนูญนั้นตกไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเนื้อหาที่กมธ.เพิ่มเติมขึ้น คือ ข้อกำหนดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1บททั่วไป และหมวด2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้โดยไม่ให้แก้ไขด้วย
จากประเด็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมครอบครัวโชว์ภาพถ่ายร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยเป็นการเยี่ยมในห้วงสัปดาห์ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จัดกิจกรรมเยี่ยมพิเศษที่ญาติผู้ต้องขังสามารถทำกิจกรรมใกล้ชิดผู้ต้องขังได้ตามประกาศของกรมราชทัณฑ์ที่กำหนดให้เป็นสัปดาห์พิเศษเนื่องในใกล้เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ จนทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเรื่องของอภิสิทธิ์ชนหรือไม่
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว ว่า กรณีภาพถ่ายดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นช่วงที่ทางเรือนจำจัดกิจกรรมเยี่ยมใกล้ชิด ที่มีกิจกรรมให้ญาติผู้ต้องขังรับประทานอาหารและถ่ายรูปร่วมได้ โดยเป็นกิจกรรมที่จัดมานานแล้วกว่า 10 ปี และเป็นกิจกรรมปกติของกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้ได้มอบหมายสั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดำเนินการรวบรวมภาพของผู้ต้องขังรายอื่นทั่วไป เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่าญาติผู้ต้องขังที่เข้าเยี่ยมได้ช่วงนี้จะสามารถถ่ายภาพคู่กับผู้ต้องขังทั้งหมด เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกันตามที่มีการจัดกิจกรรม แต่ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จะออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นนี้อีกครั้ง
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามเหตุใดจึงมีการถ่ายภาพข่าวดังกล่าวออกมาเผยแพร่ได้ เป็นการอนุญาตทั่วไปหรือไม่ หลัง นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรชาย บุตรสาว พร้อมด้วยคู่สมรส เดินทางไปเยี่ยมนายทักษิณ หลังเข้าเยี่ยมได้ปรินท์ภาพสี ขนาดเอสี่ที่ลูกๆ ถ่ายภาพร่วมกับนายทักษิณหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูว่า กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเป็นการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ภายใต้โครงการถ่ายภาพร่วมกับครอบครัว เป็นการให้บริการของทางเรือนจำ เป็นความสมัครใจของครอบครัวและผู้ถูกคุมขัง สามารถปรินท์ภาพออกมาให้ครอบครัว ญาตินำไปเป็นที่ระลึกได้ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวถ่ายภาพ รวมทั้งโครงการนี้ทำต่อเนื่องมาหลายปี เท่าที่ทราบโครงการเยี่ยมญาติแบบใกล้ชิดมีมาตั้งแต่ปี 2540 และถูกยกระดับเป็นนโยบายตั้งแต่ปี2550จนถึงปัจจุบัน เรือนจำที่มีความพร้อมจะจัดโครงการตามเทศกาลสำคัญๆ ใกล้สงกรานต์ ใกล้ปีใหม่ เพื่อเสริมสร้างความผูกพันอันดีของผู้ถูกคุมขังกับญาติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี