ทบ.ตอบโต้เขมร ไม่หยุดบิดเบือน อ้างทำร้ายปชช. ยันปฏิบัติตามกฎ

ทบ.ตอบโต้เขมร ไม่หยุดบิดเบือน อ้างทำร้ายปชช. ยันปฏิบัติตามกฎ

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทบ.ตอบโต้เขมร

ไม่หยุดบิดเบือน

อ้างทำร้ายปชช.

ยันปฏิบัติตามกฎ

 

โฆษกกองทัพบก ตอบโต้ กัมพูชาชี้ยังไม่หยุดบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อคณะทูต-องค์กรระหว่างประเทศ ย้ำชัดฝ่ายไทยปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง ย้ำกองทัพ เตรียมการปกป้องอธิปไตยอย่งเข้มงวด


เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ผลการบรรยายสรุปแก่คณะทูต และองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อหวังให้สังคมโลกเกิดความเข้าใจผิดต่อประเทศไทย ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความพยายามของฝ่ายกัมพูชา ในการสร้างภาพและบิดเบือนหลักฐานต่อสังคมโลก เชื่อว่าคณะทูตจากต่างประเทศ ย่อมพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ได้ฟังความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากเพียงคำกล่าวอ้าง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ชี้แจงข้อมูลและหลักฐานต่อคณะทูต รวมทั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) แล้ว โดยเฉพาะคณะเอโอทีที่ฝ่ายไทย ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ทำให้สามารถแยกแยะเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของฝ่ายกัมพูชา ออกจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชา นำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน มี 2 ประเด็น คือกรณีกล่าวหาว่าทหารไทยยิงพลเรือนกัมพูชาในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว (12 พฤศจิกายน 2568) ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า ทหารไทยยิงเข้าไปในหมู่บ้านโดยปราศจากการยั่วยุ และยืนยันว่ายังไม่มีการยิงตอบโต้จากฝ่ายกัมพูชา ตนยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงมายังจุดเฝ้าตรวจของฝ่ายไทยก่อน ลักษณะต้องการสร้างสถานการณ์ ทำให้ฝ่ายไทย จำเป็นต้องยิงเตือนกลับไปตามกฎการใช้กำลัง เพื่อป้องกันตนเอง ยืนยันว่าฝ่ายไทยยิงเตือนในทิศทางตามแนววิถีกระสุนที่ฝ่ายกัมพูชา ยิงมา ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้าง หรือพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และเมื่อเห็นว่าภัยคุกคามด้วยการยิงสิ้นสุด ฝ่ายไทยก็ได้หยุดการตอบโต้ทันที

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ที่สำคัญจากผลการตรวจสอบพื้นที่โดยหน่วยพิสูจน์หลักฐานของไทยร่วมกับคณะเอโอที พบร่องรอยกระสุนที่บังเกอร์ของฝ่ายไทย และบริเวณต้นไม้โดยรอบ ชี้ชัดว่าเป็นการยิงมาจากฝั่งกัมพูชา ส่วนวิถีกระสุนที่ฝ่ายไทยยิงไม่ได้มุ่งไปในทิศทางพลเรือน หลักฐานเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามกติกาทั้งหมด และไม่ได้มีการยิงพลเรือนตามข้อกล่าวหา

ส่วนกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ (10 พฤศจิกายน 2568) ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าและอยู่ในเขตแดนกัมพูชา ขอชี้แจงว่าจากหลักฐานการตรวจพื้นที่ของคณะเอโอที พบว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ มีลักษณะการวางเป็นกลุ่ม หลายทุ่น ไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่า และที่สำคัญคือตำแหน่งที่พบอยู่ในเขตแดนไทย แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการลักลอบวางทุ่นระเบิดโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และมีลักษณะแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อไทยอย่างเจตนา จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไทยจำเป็นต้องระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาร่วม จนกว่าจะมีการคลี่คลายสถานการณ์และยุติการกระทำที่เป็นการละเมิด

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้นอกจากการเตรียมกำลังป้องกันอธิปไตยภายใต้กฎการใช้กำลังอย่างเข้มงวดแล้ว การติดตามข่าวสารที่ถูกบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชา ยังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยต้องพยายามสื่อสารข้อเท็จจริงตอบโต้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาใช้เทคนิคการสื่อสารฝ่ายเดียว และเทคนิคการสร้างเรื่องราวอันเป็นเท็จหลอกลวงสังคมโลก เพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top