วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
พท.ผสมโรงไล่‘หน’
มันปากแท็กทีมรุมขย้ำไม่ยง
ซัดแก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก
เสื้อแดงจัดต่อชะตาชีวิตแม้ว
พปชร.ดัน‘ตรีนุช’นั่งเลขาฯ
“เพื่อไทย” ผสมโรงโหนน้ำท่วม“อนุสรณ์” ชี้กระแสเรียกร้องจี้นายกฯอนุทินให้ลาออก ตอกย้ำสะท้อนภาวะผู้นำสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงของรัฐบาลเสียงข้างน้อย เย้ยโดนชาวบ้านไม่ไว้วางใจไปแล้ว คนเสื้อแดงมาตามนัดหน้าคลองเปรม ร่วมทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้ “ทักษิณ”
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกภายหลังที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่าวิกฤตน้ำท่วมได้พัฒนาไปเป็นวิกฤตศรัทธาของรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ ความเชื่อมั่นของประชาชนเสื่อมทรุดอย่างมีนัยสำคัญ ภาพลักษณ์ที่รัฐบาลพยายามสร้าง คะแนนความนิยมที่พยายามหา ถูกกระแสน้ำพัดพาไปอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ มีนักวิชาการออกมาประเมินสถานการณ์ตรงกันว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยกำลังตกที่นั่งลำบาก อยู่ในภาวะเปราะบาง และถูกจับตามองจากสาธารณะในแทบทุกมิติ แม้นายอนุทินจะออกมาขอโทษหรือร้องไห้แสดงอารมณ์สะเทือนใจอีกกี่ครั้งแต่การกระทำดังกล่าว ไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นต่อศักยภาพของรัฐบาลในการคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม แม้ระดับน้ำในจังหวัดสงขลาจะเริ่มลดลง
แต่หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และภาคกลางยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่จมน้ำและรอความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้ง ในด้านการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเป็นมาตรฐาน การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การบริหารจัดการภัยพิบัติตามหลักสากล การวางระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม
เย้ย ปชช.ไม่ไว้วางใจรบ.ไปแล้ว
“ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียงข้างน้อยเมื่อไหร่เป็นเรื่องที่สังคมกำลังจับตามอง แต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วคือประชาชนได้ลุกขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปก่อนหน้านี้อย่างกว้างขวาง ผ่านทุกช่องทางสาธารณะ และได้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ให้พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ด้วยพลังของประชาชนเอง” นายอนุสรณ์ กล่าว
‘ชลน่าน’ชี้ศก.ใต้อีกนานกว่าฟื้นตัว
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมเลวร้ายมาก มีคนตายนับร้อย เพราะปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าท่วมในหลายจังหวัด ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประชาชนยังต้องจมอยู่กับน้ำในหลายพื้นที่ โดยจากรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 723 ตำบล 5,381 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,226,627 ครัวเรือน3,542,583 คน หนักที่สุดคือพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะต้องยอมรับว่าหาดใหญ่ คือศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ ดังนั้น ผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ และหลายฝ่ายประมาณการในพื้นที่หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้อีกนานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเช่นเดิม
แม้ขอโทษแต่แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทยแม้จะออกมาขอโทษประชาชน แต่ กว่าจะยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมาจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการบกพร่องอย่างร้ายแรง มันช้าไปมาก เพราะจากการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดล้มเหลว ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ประชาชนเสียชีวิตที่ล่าสุดมีมากกว่าร้อยคน ขณะเดียวกัน พบว่าภาคธุรกิจพังยับ ประชาชนหลายแสนคน หลายหมื่นครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านพัง ทรัพย์สินหายไปกับน้ำ
“ล่าสุดนายอนุทินรีบประกาศความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมรายละ 2 ล้าน เป็นเจตนาประกาศออกมาเพื่อกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุออกมาต่อต้าน ขับไล่ ทำให้นายอนุทินต้องรีบพูดเพื่อหวังกลบกระแสวิจารณ์สถานการณ์ตอนนี้ จำเป็นต้องพูดถึงมาตรการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างอื่นที่จำเป็นก่อนไหม หรือบทเรียนจากภัยโควิด ไม่ได้ทำให้คุณอนุทินเรียนรู้อะไรนอกจากเสียน้ำตา การบริหารภาวะวิกฤตจึงล้มเหลวซ้ำซาก”นพ.ชลน่าน ย้ำ
จี้รัฐเร่งช่วยเหลือปชช.หลังน้ำลด
“สิ่งที่ต้องดำเนินการคือรัฐบาลต้องระดมกำลังเร่งอพยพประชาชน และต้องระดมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลประชาชนที่ประสบเหตุ เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบทั้งร่างกายและจิตใจประชาชนมาก ประชาชนยังหวาดระแวงต้องคิดเสมอว่าทุกคนที่ประสบภัยเป็นคนป่วย คาดการณ์ว่ามีจำนวนนับแสนคน คณะแพทย์ต้องเร่งนำประชาชนเข้าสู่การดูแลด้านสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจ เตรียมสถานบริการทางการแพทย์ รพ.สนาม เครือข่ายส่งต่อ ระดมทีมแพทย์ พยาบาลอาสา บุคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือ ยาเวชภัณฑ์ ให้พร้อมที่จะรองรับ นอกจากนี้ ควรเร่งป้องกันโรคระบาด โรคที่มาจากน้ำ โรคฉี่หนูที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา สำหรับคนที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ เร่งรัด จัดเก็บเพื่อดำเนินการตรวจอัตลักษณ์บุคคลอย่างรวดเร็ว เพื่อส่งมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป หลังจากนี้จึงประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติเร่งฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็วทุกหน่วยงานรัฐต้องบูรณาการการทำงาน ที่สำคัญผู้บัญชาการหน่วยงานต้องชัดเจนอย่ามั่วเหมือนที่ผ่านมาเพราะจะส่งผลให้การทำงานล่าช้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะปัญหาของประชาชนรอไม่ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว
เสื้อแดงทำบุญสะเดาะเคราะห์ให้‘แม้ว’
ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง เดินทางรวมตัวจัดกิจกรรม “กินข้าว-ให้กำลังใจนายกฯ ทักษิณ” อย่างต่อเนื่องทุกเสาร์ โดยกิจกรรมหลักในวันนี้ มีการนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ประกอบพิธีทำบุญสะเดาะเคราะห์และต่อชะตาให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่
โดยช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มชาวเชียงใหม่ราว 10 คน ซึ่งเหมารถมากรุงเทพฯ เพื่อร่วมทำบุญให้กับนายทักษิณโดยเฉพาะ ขณะเดียวกัน ภายในกิจกรรมได้มีการจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ร่วมงาน โดยเมนูที่นำมาแจกประกอบด้วย ขนมจีนน้ำยา แกงเขียวหวาน ผัดซีอิ๊ว รวมถึงขนมหวานไทยหลากหลายชนิด
ภายหลังพิธีทำบุญ ช่วงสายถึงเที่ยงเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนจากต่างจังหวัดและแกนนำกลุ่มเสื้อแดงหลายราย ประกอบด้วย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, วรชัย เหมะ,“โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ, ทนายอั๋น บุรีรัมย์, น้องณภพ “ย๊ะ” รวมถึงผู้ใหญ่ในเครือข่ายอีกหลายคน โดยมีการกล่าวให้กำลังใจและอัปเดตสถานการณ์แก่ผู้ร่วมกิจกรรม และช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. จะมีการเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด”
พปชร.ประชุมปรับทัพใหม่
ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 3/2568 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธานการประชุม พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค สส. ตัวแทนภาค ตัวแทนสาขา และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง
จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการรับรองรายงานการประชุมและแก้ไขข้อบังคับพรรค โดยมีเรื่องสำคัญคือการเปลี่ยน ที่ตั้งของสำนักงานพรรคและเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเลือก รองหัวหน้าพรรค 1 ตำแหน่ง และเลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรคอีก 7 ตำแหน่ง ซึ่งผลของการเลือกทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคของพรรค พปชร.ประกอบด้วยดังนี้
ดัน‘ตรีนุช’นั่งเลขาธิการพปชร.
1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค 2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค 3.นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค 4.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค 5.นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค 6.นายภัครธรณ์ เทียนไชย รองหัวหน้าพรรค 7.นายนิพันธ์ ศิริธร รองหัวหน้าพรรค 8.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์
เหรัญญิกพรรค 9.นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ กรรมการบริหารพรรค 10.พลตำรวจโทปิยะ ต๊ะวิชัย กรรมการบริหารพรรค
11.หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค 12.นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค 13.พลตำรวจเอก ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ กรรมการบริหารพรรค 14.นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการบริหารพรรค 15.พลโท กิตติพนธ์ สมจิต กรรมการบริหารพรรค 16.นายสามารถ แก้วมีชัย กรรมการบริหารพรรค 17.นายอนุมัติ อาหมัด กรรมการบริหารพรรค 18.นายอดิศร นุชดำรงค์ กรรมการบริหารพรรค 19.นายยุทธนา ศรีตะบุตร กรรมการบริหารพรรค 20.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรมสรเดช กรรมการบริหารพรรค 21.นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น กรรมการบริหารพรรค 22.นายสมโภชน์ แพงแก้ว กรรมการบริหารพรรค
เคาะตั้งกก.สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งประกอบด้วย ประเภทกรรมการบริหาร 5 คน ได้แก่ 1.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 2.นางสาวตรีนุช เทียนทอง 3.พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ 4.นายภัครธรณ์ เทียนไชย 5.นายยุทธนา ศรีตะบุตร ประเภท หัวหน้าสาขา จำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย 1.สาขาพรรคจังหวัดเชียงใหม่ 2.สาขาพรรคจังหวัดปัตตานี 3.สาขาพรรคจังหวัดร้อยเอ็ด 4.สาขาพรรคจังหวัดสิงห์บุรี ประเภท ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ 1.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดสระแก้ว 2.ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร
เสนอแคนดิเดตนายกฯ8ธ.ค.เล็งส่ง3คน
นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมจึงมีการประกาศเชิญชวนให้มีการเสนอชื่อคนที่เห็นสมควรที่จะได้รับพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการบริหารพรรค โดยให้เสนอภายในวันที่ 8 ธันวาคมนี้
เมื่อถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะเสนอครบทั้ง 3 รายชื่อหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ครั้งนี้จะเสนอแคนดิเดตนายกฯมากกว่า 1 คนถ้าเป็นไปได้จะส่งให้ครบทั้ง 3 คน ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความ พร้อมส่งผู้สมัคร สส.ของพรรคนายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้เรามีผู้สมัครสส.ทุกภาคแล้ว และชัดเจนว่าพรรคพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนจะครบ 400 เขตหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้สมัคร สส. ส่วนจะส่งได้กี่เขตนั้น ต้องรอให้คณะกรรมการฯที่ ได้รับมอบหมายไปดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนที่มากเพียงพอ
‘ลุงป้อม’อยากได้สส.มากที่สุด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพปชร.ว่า การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี เมื่อถามถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปตั้งเป้าสส.กี่ที่นั่ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า“จะไปตอบได้ยังไง เราก็อยากได้มากที่สุด” เมื่อถามอีกว่าจะส่งผู้สมัครสส.ครบทุกเขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ร้องโอ้โหก่อนกล่าวว่าถามอย่างนี้อย่าถามดีกว่า ใครจะไปทำได้กับทุกเขต
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะยังทำให้ พล.อ.ประวิตรยังคงอยู่ในการเมืองต่อ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้า ก่อนจะกล่าวว่า “เราตอบไม่ได้ ต้องถามประชาชน คุณไปถามทุกคนเลยไป ไปถามทั้ง 70 ล้านคนเลย”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมใหญ่พรรค พลเอกประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสมาชิกพรรคที่เข้ามาแสดงความเคารพและยังมีสมาชิกพรรคบางส่วนได้มาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับพล.อ.ประวิตรโดยได้ทักทายสมาชิกพรรคและร่วมถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง
พรฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญ10ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2568 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี