วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
'ปธ.กมธ.แก้ รธน.'เผยมี 3 ประเด็นเห็นต่าง เชื่อไร้ถูกขวาง เดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้ ดักคอระวังเสียหายหากชิง 'ยุบสภา' ก่อน ทำไปไม่ถึงฝัน
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช.... รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงวันที่ 10-11ธ.ค.ว่า เป็นไปตามกรอบอย่างที่ กมธ.เคยประเมินไว้ว่าจะมีการเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญในช่วงต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งโดยเนื้อหาของการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและผู้เสนอคำแปรญัตติกับผู้สงวนคำแปรญัตติแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าจะพิจารณาให้เสร็จภายในสองวันได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่า กมธ.พร้อมจะตอบทุกคำถาม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการพิจารณาในวาระ 3 ช่วงวันที่ 29ธ.ค. ซึ่งถือว่าเสร็จก่อนช่วงเวลาปีใหม่ และอยากให้รัฐบาลส่งสัญญาณถึงประชาชนที่รอคอยกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญว่า จะเป็นอย่างไร จะแล้วเสร็จทันสิ้นปีจริงหรือไม่ เนื่องจากจะสัมพันธ์กับการตั้งคำถามประชามติ
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราไม่ได้ละเลยปัจจัย คือ 1.ปัจจัยทางการเมืองที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบสภา ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค. หรืออาจจะมีการปล่อยให้ผ่านวาระ 2 ก่อน แล้วค่อยมีการยุบสภาเสมือนว่าไม่อยากให้รัฐธรรมนูญผ่าน หรือเอารัฐธรรมนูญตัวประกันที่ไปเกี่ยวข้องในเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และ 2.เรื่องของสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งในภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งเราเองก็ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ในขณะนั้นมที่จำเป็นจะต้องเน้นไปในเรื่องของการช่วยเหลือ การฟื้นฟู ตลอดจนการเยียวยาความเสียหาย ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลโฟกัสกับเรื่องนี้และด้วยเหตุทั้งสองปัจจัยนี้ตนคิดว่า เราสามารถทำเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกันได้ทางการดูแลพี่น้องประชาชนเยียวยาป้องกันในกรณีที่อาจจะเกิดความเสี่ยงมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก แต่เมื่อถึงวาระของการพิจารณารัฐธรรมนูญก็อยากเข้ามาทำหน้าที่
เมื่อถามว่า ในส่วนของเนื้อหาที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ มีอะไรบ้าง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีอยู่ประมาณ 3 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ 1 เรื่องขององค์กรที่จะจะเข้ามาเกี่ยวข้องในการร่าง ซึ่งทางกมธ.พิจารณาออกมาเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนของทางพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือ สว.บางคน มองว่าหากเป็นไปได้ที่อยากให้อยู่ในคำเรียกของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. แต่ในเนื้อหาไม่ได้แตกต่างกัน โดยสิ่งที่ผู้สงวนความไว้นั้น เขามองว่าหากมีส.ส.ร. จะสามารถสร้างความเข้าใจ มีกระบวนการในการที่พี่น้องประชาชนเคยเห็นรูปแบบในลักษณะนี้มาแล้วในอดีตน่าจะทำให้ง่ายกว่าแล้วส่งผลต่อการลงประชามติ
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ 2 คือเนื่องจากการออกแบบของ กมธ.ที่มีการพิจารณาไปแล้ว มีกลไกเรื่องการรับฟังความคิดเห็น และกลไกร่าง ซึ่งทั้ง 2 กลไก มาจากสูตรที่เราใช้คำว่า 20 หยิบ 1 ทำให้ กมธ.หลายคนมีความกังวลและห่วงว่าจะมีอะไรที่จะนำไปสู่ปัจจัยที่ถูกมองในลักษณะว่ามีการตกลงกัน มีการฮั้วกัน มีการบล็อกโหวตต่างๆหรือไม่ ตนมองว่า ในประเด็นนี้ เราต้องนึกถึงเผื่อการเลือกตั้งในครั้งหน้าซึ่งเรายังไม่รู้ว่าในสภาชุดหน้า หน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่หลักประกันของ 20 หยิบ 1 นั้น อย่างน้อยทุกส่วนจะมีส่วนในการเสนอชื่อบุคคล ประเด็นที่ 3 คือ ภายใต้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีการระบุว่าให้มีการเขียนหลักการพื้นฐานหรือเนื้อหาสาระที่จะเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับถัดไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญรอบนี้ด้วย ก่อนที่จะไปถามประชาชน ซึ่งขณะนี้ตามร่างของพรรค ปชน. มีการแตกออกมานิดหน่อยว่าควรจะต้องเขียนเรื่องใดบ้าง
“ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะมีความเห็นต่างอย่างไร แต่สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด มุ่งมั่นอยากให้มีกลไกในการปลดล็อกการนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะนำไปสู่การปลดล็อกต่างๆ ได้ และไม่เห็นว่ามีประเด็นใดที่จะทำให้ครั้งนี้เราไม่สามารถเดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้ ไม่มีปัจจัยใดหรือประเด็นใดที่จะขัดขวางการพิจารณา แต่ในฐานะตัวแทนของประชาชน เราพร้อมรับทุกสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเสียดายที่สุดหากมีการยุบสภาก่อน ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่สำเร็จทั้งๆ ที่ใกล้มากที่สุดในรอบ 8-9 ปีที่ผ่านมา” นายณัฐวุฒิ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี