วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568
“นิด้า”กางผลสำรวจปชป.มาแรงในภาคใต้ คะแนนนิยม “อภิสิทธิ์” พุ่งแซงนำทั้ง “อนุทิน-เท้ง” ขณะที่สวนดุสิตโพลชี้น้ำท่วมหาดใหญ่พัดรัฐบาลคะแนนตก ด้านภท.ไม่ห่วงเรื่องกระแสตก เชื่อชาวบ้านรู้ดีใครปรารถนาดี-ใครทำจริงลั่นถ้าบอกว่ารัฐบาลทำผิดก็ขอให้ปชช.เป็นคนตัดสินใจเองยืนยันยื่นซักฟอกยุบทันที ขณะที่ พท.ยึกยักส่อปรับแผนเช็คบิลหลังลงมติวาระ 3
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง“กระแสการเมือง ภาคใต้” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ18ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน14 ภาคใต้ จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง โดยเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
คะแนนนิยม’มาร์ค’พุ่งแซงหนู-เท้ง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.65 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 3 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 8 ร้อยละ 1.85 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) อันดับ 9 ร้อยละ 1.25 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ปชป.มาแรงภาคใต้-ภูมิใจไทยร่วงที่4
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 8 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 1.65 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี
เผยภาพรวมดัชนีการเมืองไทยลดลง
ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤศจิกายน 2568”กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28พฤศจิกายน 2568พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 เฉลี่ย 3.90คะแนน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2568 ที่ได้ 4.02 คะแนน
ผลงานของฝ่ายค้านได้คะแนนสูงสุด
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้านเฉลี่ย 4.46 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหาความยากจน 3.44 คะแนน ด้านนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่น พบว่า ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีใครผลงานโดดเด่น ร้อยละ 57.34 รองลงมาคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 23.46 ด้านฝ่ายค้าน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 39.49 รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 31.97 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ คนละครึ่งพลัส ร้อยละ 39.51 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 49.72
วิกฤติน้ำท่วมใต้ทุบคะแนนนิยมรบ.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนนี้โดยรวมปรับลดลง แม้มาตรการคนละครึ่งพลัสจะช่วยพยุงคะแนนรัฐบาลจากการบรรเทาค่าครองชีพแต่กลับไม่สามารถยกระดับคะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีได้เพราะเหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน
ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้านแม้ดัชนีภาพรวมจะลดลงเช่นกันแต่คะแนนนักการเมืองของคุณณัฐพงษ์ปรับเพิ่มหลังการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและบทบาทเชิงรุกในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย น้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความเสียหายให้ประชาชนหากแต่ยังซัดกระทบคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญด้วย
โครงการคนละครึ่งพลัสโดนใจสุดๆ
รศ.ดร.รุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่าคะแนนความนิยมจากผลโพล พบว่าการกระตุ้นการใช้จ่ายสำหรับประชาชนทั่วไปจากโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชนทั่วไปมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านปากท้องเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ปัญหามากที่สุดโดยเฉพาะปัญหาการว่างงาน
แนะรบ.เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ
“ที่ผลโพลให้คะแนนรัฐบาลอนุทินต่ำลง และสอดคล้องกับความพึงพอใจในภาพรวมของเศรษฐกิจก็มีคะแนนต่ำลงเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายของรัฐบาลอนุทินต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า รัฐบาลจะต้องจัดทำโครงการหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีเพิ่มมากขึ้น และเร่งผลักดันมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนจากการใช้อำนาจของรัฐบาลที่เหลืออยู่ เพราะมิฉะนั้นภาพจำในการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทินจะเป็นรัฐบาลที่ไม่เฉียบคมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและไม่ส่งผลดีต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า”รศ.ดร.รุ่งภพ ระบุ
ภท.ไม่สนผลโพล เชื่อชาวบ้านรู้ดี
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสนิยมของรัฐบาลลดลงจากวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ว่า ตนไม่ห่วงเรื่องกระแสการเมือง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ เขารับรู้กันเอง แต่ต้องเรียนประชาชนว่าถ้าเราเอาสถานการณ์มาปั่นเป็น กระแสแห่งความสามัคคี เฟคนิวส์ จริงบ้างหรือไม่จริงบ้าง เพื่อให้ประชาชนหลงผิด เวลาและการกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำของรัฐบาล
ลั่นถ้ารัฐบาลผิดก็ให้ประชาชนตัดสิน
”พวกผมไม่ได้วอรี่กับเรื่องกระแส เรื่องโพล วันนี้ก้าวข้ามเรื่องนั้นแล้ว สิ่งที่จะต้องทำก็คือเราจะเยียวยาจิตใจกันอย่างไร แล้วในระยะยาวจะทำกันอย่างไร มันไม่เพอร์เฟคเราก็รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำให้สมบูรณ์ได้ มันเกินคาด แต่จะทำอย่างไรในส่วนที่บกพร่องก็เป็นอุทธาหรณ์ ส่วนความนิยมทางการเมือง ถ้าบอกว่าพวกผมทำผิด ประชาชนก็ต้องตัดสิน ไม่ใช่คนบางกลุ่มที่ไปปั่น ความจริงจะปรากฎของมันเอง“ นายโสภณ กล่าว
ขอวัดใจไปเลยใครปรารถนาดี-ใครทำจริง
นายโสภณ กล่าวอีกว่าเราจะเดินหน้าฟื้นฟูสภาพจิตใจและอาชีพต่อศูนย์ช่วยเหลือจะต้องมีต่อ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร เราก็เผยแพร่ไป พร้อมย้ำว่าการเปิดศูนย์นี้ไม่ใช่การเรี่ยไร แต่ประชาชนเขาพร้อมที่จะช่วย เขาเต็มใจทำ เพราะฉะนั้นบรรยากาศเหล่านี้จะได้วัดใจคนว่าใครปรารถนาดีกับประชาชนจริงทำจริง ไม่ได้ใช้วาทกรรม อย่างที่ปรากฎ นายก ฯ ก็บิน 2 วันเว้น ฉะนั้นไม่ซีเรียส
เสียงกร้าวถ้ายื่นซักฟอกก็ยุบสภาทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วนายกฯยุบสภาในสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วม จะส่งผลกระทบในเชิงลบกับภูมิใจไทยมากกว่าหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ภูมิใจไทยไม่เกี่ยว แต่เราประกาศแล้วว่าถ้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ยุบสภา ส่วนที่ประชาชนบอกว่าจะยุบแล้วจะมีผลกระทบกับน้ำท่วมก็เป็นเรื่องของคนที่ยื่น ถ้าคนที่ยื่นไม่เห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของประชาชน
“เพราะผมประกาศมาก่อนหน้านี้แล้ว คุณยื่นมา ผมก็ยุบ ส่วนที่เราเป็นรัฐบาลรักษาการ เราก็เดินหน้าทำเต็มที่ แต่อาจจะลดลงหน่อยหนึ่ง ในฐานะเป็นรัฐบาลรักษาการ”นายโสภณ กล่าว
พท.เสียงอ่อยขอช่วยน้ำท่วมก่อน
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า จริงๆ แล้ว เราต้องมีการหารือในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคก่อน จึงค่อยนำเสนอต่อที่ประชุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูล แต่ขณะนี้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ ทุกคนจึงให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมก่อน
พท.ลุ้นคืนชีพสูตรตั้งสสร.ร่างรธน.
นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา กล่าวถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ ว่า ตนได้สงวนความเห็นในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย ขอแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ไว้หลายเรื่อง แต่ประเด็นหลักคือ จะขอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมของประชาชน เพื่อมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ซัดโมเดล20หยิบ1เปิดช่องกินรวบ
“เพราะการมีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน โดยใช้สูตร 20 หยิบ 1 ตามที่กมธ.เสียงข้างมากเห็นชอบมานั้น มีโอกาสสูงจะเกิดการบล็อกโหวตเลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น จึงควรมีกลไกป้องกันการล็อบบี้จากเสียงข้างมาก ทั้งนี้แม้สุดท้ายแล้ว เสียงพรรค พท.จะสู้ไม่ได้ และแพ้โหวตในวาระ 2 แต่ก็ต้องแสดงความเห็นคัดค้านไว้เพื่อให้ประชาชนรับทราบ” นายประยุทธ์ กล่าว
ฟันธงแก้รธน.ไม่น่าจะผ่านวาระ3
อย่างไรก็ตาม แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระ 2 ได้แต่ตนมองว่าคงผ่านวาระ 3 ยาก เพราะติดล็อกเสียงสว.1 ใน 3 หรือ 67 เสียงที่ต้องร่วมเห็นชอบด้วย ทั้งนี้ ตนประเมินแล้วเสียงสว.ไม่น่าจะให้ผ่าน ซึ่งถือเป็นการเบี้ยว MOA พรรคภูมิใจไทยก็คงจะอ้างทำเต็มที่แล้ว แต่เสียงสว.ไม่ให้ผ่าน เพราะไม่สามารถควบคุมเสียงสว.ได้
แนะรอยื่นซักฟอกหลังลงมติวาระ3
ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายประยุทธ์ กล่าวว่า จะยื่นหลังจากการอภิปรายรัฐธรรมนูญวาระ2ในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ แต่จะเป็นช่วงเวลาใดต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรค พท.หารือกับคณะกรรมการยุทธ์ศาสตร์พรรค ก่อนให้ที่ประชุมพรรคตัดสิน
“ส่วนตัวมองว่า ควรยื่นซักฟอกหลังจากการแก้รัฐธรรมนูญในวาระ 3 เสร็จสิ้นแล้ว โดยหลังจากแก้วาระ 2 เสร็จ ในวันที่ 11 ธันวาคมแล้วจะต้องทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อโหวตวาระ 3 ในวันที่ 26 ธันวาคม ดังนั้น น่าจะยื่นอภิปรายฯได้ช่วงต้นปี 2569 พรรค พท.จะได้ไม่ถูกครหาเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญ เพราะยื่นหลังรัฐธรรมนูญลงมติในวาระ 3 แล้ว ระยะเวลาการยื่นอภิปรายฯห่างจากการลงมติรัฐธรรมนูญวาระ 2 แค่ 10 กว่าวัน ไม่แตกต่างกันมาก”นายประยุทธ์ ระบุ
ขู่จัดหนักซักฟอก3ประเด็นร้อน
นายประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่จะยื่นอภิปรายนั้น เราจะนำเรื่องการการบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง เป็นหนึ่งในเรื่องหลัก แม้จะไม่มีใครคาดถึงว่า น้ำท่วมรอบนี้จะมีความรุนแรง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีผู้นำที่อ่อนแอถึงเพียงนี้ แก้ปัญหาเหมือนเด็กเล่นขายของ ทำงานไม่เป็น จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อนำไปรวมกับเรื่องความล้มเหลวแก้ปัญหาสแกมเมอร์ และปัญหาชายแดน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี