วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
F-16บอมบ์คลังแสง/ฐานที่มั่นทหารเขมร
บินถล่ม‘ปอยเปต’ยับ
ปืนใหญ่จัดหนักเนิน350
ไล่ตีศัตรูยึดคืน‘บ้าน3หลัง’
‘บิ๊กเล็ก’ยันยังไม่หยุดยิง
ทภ.2 แจงแนวรบ 4 จังหวัดยังปะทะเดือด “ปราสาทตาควาย-ภูมะเขือ” เขมร โจมตีหนัก- ฝูงโดรน พบพิกัดเล็งเป้า พื้นที่พลเรือน-ที่ตั้งทหารตอนใน เนิน 350 ไทยระดมยิงหนัก พบทหารเขมรเริ่มอ่อนล้า อาจต้านไม่ไหว ร้องขอกำลังหน่วยเหนือช่วยยิงสกัด ทร.ปูพรมค้นพื้นที่บ้าน3หลัง ตราด เจอคลังทุ่นระเบิดดัดแปลง 16 ลูก ‘บิ๊กเล็ก’ ยัน‘หยุดยิง’ได้ต่อเมื่อเขมรสิ้นสุดปฏิปักษ์ชัดเจน สั่งเสริมยานเกราะสระแก้ว
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 ธันวาคม กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา วันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเข้าสู่วันที่ 10 นับตั้งแต่เหตุปะทะตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม สถานการณ์ในพื้นที่ยังมีการปะทะอยู่ในระดับรุนแรงสูง มีศูนย์กลางความรุนแรงในพื้นที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ และพื้นที่ห้วยตามาเรียและภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ
ทภ.2แจงเขมรยิงBM-21-โดรนโจมตี
ทั้งนี้ทหารกัมพูชายังดำเนินการปฏิบัติการทางยุทธวิธีต่อเนื่อง โดยมุ่งเข้าตียึดคืนที่หมายสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว ด้วยการใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 100 ม.ม. และโดรนโจมตี ระดมยิงเข้าสู่พื้นที่การปะทะ และพื้นที่ส่วนหลังอย่างหนาแน่น ส่งผลกระทบความเสียหายต่อพื้นที่พลเรือน และยังพบการการใช้โดรนโจมตีและการหาพิกัด GPS สำหรับเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ตอนในด้วย ส่วนฝ่ายเราคุมอากาศยานไร้คนขับได้ดีขึ้น มีการตอบโต้เชิงระบบทำให้ควบคุมพื้นที่สำคัญได้หลายจุดและยังขยายการควบคุมตามแผนปฏิบัติการ ทำให้ภาพรวมกำลังพลฝ่ายเราขวัญกำลังใจดี และการควบคุมสถานการณ์ยังมั่นคงดี
แนวรบ4จว.ยังปะทะเดือด
ส่วนเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ได้แก่ 1.ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานีพื้นที่ช่องบก กำลังทั้งสองฝ่ายปะทะอย่างต่อเนื่อง มีข่าวทางกัมพูชาเพิ่มเติมกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่เพิ่มเติม พื้นที่ช่องอานม้า ฝ่ายไทยปฏิบัติการเชิงรุกที่หมายตามแผนเสริมความมั่นคงและจัดระเบียบใหม่ ในที่หมายซึ่งกัมพูชาไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เด็ดขาด
2.ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ซำแต–โดนตรวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า ได้มีกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา ตกบริเวณฐานทหารไทยหลายครั้ง ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ไปในทิศทางที่ตรวจพบจากเครื่องมือค้นหาเป้าหมาย นอกจากนี้ยังตรวจพบโดรนข้าศึกจำนวนมาก มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จากสะเก็ดจรวด RPG ในพื้นที่ซำแต พื้นที่บริเวณผามออีแดง - ห้วยตามาเรีย ทั้งสองฝ่ายยังปะทะเป็นระยะ ด้วยปืนเล็กยาว และเครื่องยิงลูกระเบิดกันต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่นี้ถือว่าสงครามโดรน ใช้อาวุธยิงระยะไกลอย่างเข้มข้น
“ภูมะเขือ-ตาควาย”พื้นที่ปะทะเดือด
พื้นที่ภูมะเขือ - ช่องโดนเอาว์ - พลาญยาว - พลาญหินแปดก้อน ฝ่ายกัมพูชา ได้ใช้โดรนบินทิ้งระเบิด ในพื้นที่ช่องโดนเอาว์ ฝ่ายไทยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ยังมีการปะทะกันอย่างหนาแน่น จากการพยายามเข้าตียึดคืนพื้นที่ของทหารกัมพูชาทหารไทยสามารถตรวจพบ UAV 1 ลำ และโดรน 4 ลำ บริเวณภูมะเขือและยังคงมีกระสุนปืนใหญ่กัมพูชาตกบริเวณทางขึ้นภูมะเขือ
3.ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม - ช่องเปรอ - ช่องระยี กัมพูชา มีการยิง จรวดหลายลำกล้องBM-21 เข้ามายังประเทศเป็นห้วงๆ ฝ่ายไทยจึงเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเข้าตีฐานเคลียงเมือง(ปีกขวาช่องจอม) และสามารถเข้าควบคุมและเคลียร์ที่หมายได้สมบูรณ์ มีการปักธงชาติไทยตามแนวคูเลตและฝ่ายไทยเราควบคุมพื้นที่และสถาปนาความมั่นคงได้สำเร็จ
พื้นที่คนา ฝ่ายไทยสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงในที่หมาย และตรึงกำลังตลอดแนวการวางกำลัง
พื้นที่ปราสาทตาควาย ทหารกัมพูชา มีการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด , ปืนใหญ่ , และ BM-21 เข้ามาเป็นระยะ รวมทั้งทหารกัมพูชายังเพิ่มเติมกำลังโดยฝ่ายไทยพยายามดำเนินกลยุทธ์ต่อเนิน 350 แต่ยังไม่คืบหน้าทั้งนี้มีกำลังพลเสียชีวิต 2 นาย จากการปะทะบริเวณพื้นที่ตาควายภาพรวมเป็นพื้นที่ปะทะหนัก แต่ฝ่ายเรายังยึดพื้นที่หลักไว้ได้
เขมรเติมกำลังใช้รถถังทหารยิงใส่ตาเมือนธม
พื้นที่ช่องกร่าง ตรวจพบรถถังทหารกัมพูชายิงมายังแนวการวางกำลังของฝ่ายไทยพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ทหารไทยยังตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ตลอดแนววางกำลัง โดยทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ และ BM-21 เป็นระยะ ตรวจพบ UAV จำนวนมาก อีกทั้ง ยังตรวจพบทหารกัมพูชาเพิ่มกำลังเข้าพื้นที่ และตรวจพบรถถังทหารกัมพูชาบริเวณหน้าแนว ส่วนช่วงเย็นมีกำลังพลบาดเจ็บและสถานการณ์เริ่มตึงเครียดแนวโน้มยกระดับ
4.ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์พื้นที่ช่องสายตะกู ฝ่ายไทยใช้ปืนใหญ่และรถถังยิงตึกอาคารที่ถูกใช้เป็นฐานทหาร จุดปล่อยโดรนของกัมพูชาและสถานที่ตั้งสแกมเมอร์ อาคาร/ตึกและพื้นที่โดยรอบเสียหายอย่างมาก
สำหรับผลกระทบในพื้นที่พลเรือน 1 พื้นที่ได้แก่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ชุมชนยังตรวจพบกระสุน BM-21 ตก 2 จุด สะเก็ดระเบิดโดนหลังคาบ้าน บ.สกลพัฒนา บ้านเรือนเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีกระสุนตกไร่มัน บ้านใหม่ดงเย็น ไม่มีผู้บาดเจ็บ ทรัพย์เสียหาย
เนิน350ไทยจัดหนัก-เขมรเริ่มล้าต้านไม่ไหว
ต่อมาเวลา 12.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2568 อีกครั้งดังนี้สถานการณ์พื้นที่ช่องอานม้า ไทยปฏิบัติการเชิงรุกตามแผน ฝ่ายกัมพูชาละทิ้งพื้นที่ ปัจจุบันทำการเสริมความมั่นคง และจัดระเบียบใหม่ที่หมายบริเวณขอบหน้าผา
พื้นที่โดนตรวล– ซำแต– สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส– ช่องตาเฒ่า ฝ่ายกัมพูชาใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ตลอดทั้งวัน ฝ่ายเรายิงตอบโต้ด้วยปืนเล็ก และใช้ปืนใหญ่ยิงต่อต้านปืนใหญ่ของกัมพูชา
พื้นที่ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย มีการปะทะเป็นระยะๆ ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนเล็กยาว เครื่องยิงลูกระเบิด รถถัง โดรนทิ้งระเบิด และโดรนพลีชีพ FPV โจมตีฝ่ายเรา โดยฝ่ายเราได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ ยิงทำลายเป้าหมาย และปฏิบัติตามแผนอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน มีการปะทะกันอย่างหนาแน่น ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้าตี เพื่อยึดคืนพื้นที่ มีการใช้โดรนทิ้งระเบิด โดรนพลีชีพ FPV ต่อกำลังฝ่ายเรา กำลังพลฝ่ายเราปลอดภัยพื้นที่ช่องคลาคะมุม ฝ่ายเราทำการยึดครองพื้นที่ได้เพิ่มเติม และกำลังปฏิบัติตามแผน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่
พื้นที่ช่องกร่าง – ตาเมือน– ตาควาย - บริเวณเนิน 350 มีรบปะทะกันต่อเนื่อง ฝ่ายเราระดมยิงอย่างหนัก ทำให้กำลังพลฝ่ายกัมพูชาที่เพิ่มเติมเข้ามา 160 คน ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ในส่วนกำลังพลที่ประจำการอยู่เดิมอ่อนล้า ขาดน้ำ และมีรายงานอาจต้านทานไม่ไหว ขอให้หน่วยเหนือยิงสนับสนุนทันที และบางจุดสั่งให้กำลังพลถอนตัวไปด้านล่าง ทำให้การต่อต้านฝ่ายเราในห้วงเวลาเบาบาง ส่วนหน่วยรถถังกัมพูชามีการสั่งการว่า ห้ามเคลื่อนย้ายหากไม่มีคำสั่งกัมพูชาอาจต้องการใช้เพื่อยิงสกัดกั้นในภารกิจคุ้มครองกำลังที่กำลังถอนตัว
ทอ.ทิ้งF-16สองลูกกลางปอยเปต!!!
เวลา 13:00น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ทิ้งระเบิด 2 ลูกใส่ตำแหน่งฐานปฏิบัติการทางการทหารกัมพูชาเขตที่ 5 เมืองปอยเปต เป้าหมายการโจมตีครั้งนี้คืออาคารที่เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ รวมถึงคลังอาวุธของกองกำลังกัมพูชา นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 1 ยังตรวจพบกัมพูชาซ่องสุมกำลังพลและอาวุธบนพื้นที่ดังกล่าว ในลักษณะที่คุกคามต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศไทย
สื่อเขมรเปิดคลิปF-16ถล่มปอยเปต
ขณะที่สำนักข่าวเฟรชนิวส์ (Fresh News) สื่อหลักของกัมพูชารายงานว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชารายงานว่า เมื่อเวลา 11:06 น. วันพฤหัสบดี (18 ธันวาคม) กองทัพไทยส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิด 2 ลูกในพื้นที่เทศบาลเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนชัย
แฉเขมรยิงBM-21ถล่มสระแก้ว
เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมา กัมพูชายังเปิดฉากระดมยิง BM-21 มากกว่า 100 นัดใส่เป้าหมายพลเรือนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะพื้นที่ เกษตรบ้านหนองจานบ้านหนองหญ้าแก้ว ทําให้เกิดเพลิงไหม้เสียหายกว่าหนึ่งพันไร่ ทำให้ไทยต้องป้องกันตัวเองสรุปจำนวยทหารไทยมีเสียชีวิตจากการปะทะ 20 นาย อีก1 นายเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจ รวมเสียชีวิต 21 นาย
เนิน350-ตาควายปะทะชิงพื้นที่สำคัญ
ด้านพันเอก ริชฌาสุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบกอัปเดตสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในภาพรวมยังคงมีการโจมตีฝ่ายกัมพูชาในทุกพื้นที่มีหนักเบา โดยไทยควบคุมพื้นที่ได้หลายจุดและสถาปนาความมั่นคง เพื่อป้องกันการตีโต้ตอบจากฝ่ายกัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี ช่องอานม้า ซัมแต จังหวัดสุรินทร์ ช่องจอม ช่องเปลอ ช่องระยี ปราสาทคนา แต่ยังมีความพยายามโจมตีเข้ามาของกัมพูชาเพื่อช่วงชิงพื้นที่ แต่พื้นที่นี้ฝ่ายไทยยังได้เปรียบอยู่
สำหรับพื้นที่ที่รบหนัก ปราสาทตาควาย อำเภอพนมงรักษ์ จังหวัดสุรินทร์ที่มียุทธภูมิสำคัญคือเนิน 350 ซึ่งปัจจุบันมีทหารพลีชีพจำนวนมาก และมี 2 นายที่ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ในความพยายาม และกัมพูชายังรุกคืบโจมตีอย่างหนัก
ส่วนของกองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา จุดหลักที่เราพยายามผลักดันการรุกล้ำอธิปไตยของฝ่ายกัมพูชามีอยู่ 3 จุด บ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน ซึ่งสถานการณ์ทั้งไทยและกัมพูชาพยายามควบคุมพื้นที่แต่ด้วยสภาพพื้นที่ราบและมีชุมชน การใช้กำลังในจุดนั้น เรียกว่าระดมยิงด้วยอาวุธวิถีโค้งทั้งปืนใหญ่และจรวดเข้าหากัน เพื่อช่วงชิงพื้นที่ แต่สิ่งที่พบมีการใช้ BM-21 ยิงใส่พื้นที่เกษตร และพื้นที่พลเรือนหลายร้อยลูก ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เราต้องตอบโต้แน่นอน ถือเป็นพื้นที่หนึ่งเรากําลังช่วงชิง
สำหรับในบางจุดมีสถานการณ์หนัก เบา สลับไปมา แต่ถ้าเป็นพื้นที่ช่วงชิงจะหนักหน่วงเหมือนเดิม ฝ่ายไทยต้องยับยั้งการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่รุกเข้ามายึดคืนแผ่นดินไทยควบคู่รุกยึดคืนพื้นที่อธิปไตยไทยและทําลายอาวุธยิงสนับสนุนรวมถึงที่ตั้งทางทหารที่เพ่งเล็งเป้ามาที่ประชาชนคนไทย ที่ได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น กองทัพบกยืนยันว่าเราจะโจมตีกัมพูชาให้สิ้นสภาพทางทหารไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อพี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้
ปูพรมค้นบ้าน3หลังเจอทุ่นระเบิดอื้อ
ด้านเรือโทหญิงนภัสกร ทิพย์โส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือระบุถึง สถานการณ์บ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี จังหวัดตราดหลังยึดคืนพื้นที่ได้ ซึ่งจากสถานการณ์เมื่อวานนี้ (17 ธันวาคมป กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี’ตราด(กปจ.ชต.)ลงพื้นที่ควบคุมพื้นที่ที่หมาย ตรวจค้นพื้นที่พบคลังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งดัดแปลงมาจากทุ่นระเบิดดักรถถัง 16 ลูก และอีกหลายลูกบริเวณโดยรอบการกระทำครั้งนี้เป็นการแสดงออกอย่างจงใจสร้างอันตรายแบบไม่ระบุเป้าหมาย ขอย้ำว่าการกระทําเช่นนี้เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและขัดต่อพันธกิจระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาออตตาวา
ตร.เร่งล่า7เขมรพกระเบิดป่วนชลบุรี
ขณะที่พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงความคืบหน้าการจับกุม ชาวกัมพูชาสร้างสถานการณ์ก่อกวนในจ.ชลบุรีลักษณะยั่วยุให้ประชาชนไทยกับกัมพูชาขัดแย้งกัน มีการแสดงอาวุธ ทั้งวัตถุระเบิด ในเรื่องดังกล่าว ประชาชน 2 ประเทศไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยรักษาอธิปไตย โดยยึดหลักกฎหมายสากลและหลักมนุษยธรรม ซึ่งกรณีนี้ตำรวจภูธรชลบุรีสืบทราบตัวผู้ทำความผิด เบื้องต้นประมาณ 10 คนจับกุมได้ 3 คนเป็นชาวสัญชาติกัมพูชาทั้งสิ้น แจ้งข้อหาใช้วัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรก่อความเดือดร้อนรำคาญสำหรับโทษหนักสุดคือใช้วัตถุระเบิด โทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี ซึ่งชายกัมพูชาทั้ง 3 ราย ต้องชดใช้สิ่งที่ตัวเองกระทำ และถูกดำเนินการตามกฎหมายไทยถึงที่สุด และหลังพ้นโทษจะผลักดันออกนอกประเทศ และขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศไทย
ในส่วนผู้ทําความผิดที่เหลืออีก7 คน ให้มามอบตัวกับตํารวจโดยเร็ว เพราะเราทราบตัวหมดแล้วและมีการจับกุมต่อไป
ยันหยุดยิงหมดสภาพเป็นปฎิปักษ์
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการสกัดกั้นการลำเลียงน้ำมัน-ยุทธปัจจัยทางทะเลไปยังประเทศกัมพูชา หลังมีรายงานว่าอาจมีการเล่นแร่แปรธาตุ โดยการนำเรือไทยไปรับน้ำมันประเทศที่ 3 หรือการถ่ายน้ำมันในน่านน้ำสากลว่า เราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เรามุ่งไปที่เรือไทย ไม่ว่าจะเป็นเรือไทยที่ชักธงชาติไทยหรือเรือไทยที่ชักธงสัญชาติใดก็ตาม ซึ่งอาศัยความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความชำนาญ เช่น กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กระทรวงพลังงาน ได้พูดคุยกันในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ดำเนินการตามลำพัง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวพื้นที่ชายแดนจ.สระแก้ว ไม่ใช่เป้าหมาย เราจะยึดคืน 100% ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ทุกเป้าหมาย 7 จังหวัด ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่เราตอบโต้ป้องกันตัวเองอย่างได้สัดส่วน
ถามว่าพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) จ.สระแก้ว ที่เราอาจเสียเปรียบด้านภูมิประเทศ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องเสริมยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ยานเกราะ ซึ่งได้คุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ.1) โดยการยึดที่หมายได้ ไม่ใช่ว่าต้องนำกำลังไปวางไว้ แต่ภาษาทหารเรียกว่าการ “คุ้มครองด้วยการยิง” เมื่อเรายึดก็ยิงจนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าวันเดียวแล้วเราหยุดเลย และทุกที่ลงพื้นที่ตนบอกกับน้องทหารและทหารในพื้นที่ว่า ไม่ต้องจัดการต้อนรับให้ทำงานตามปกติ แต่เวลามานั่งคุยกันแบบพี่น้องว่าพื้นที่ขาดสิ่งใด แต่ถ้าเหลือไม่ต้องบอก กระทรวงกลาโหมยินดีสนับสนุน ซึ่งรัฐบาลให้นโยบายว่าพร้อมสนับสนุนเต็มที่
ฉะหยุดยิงต้องหยุดเลยอย่าดีแต่พูด
พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า ตนมั่นใจในผบ.เหล่าทัพ ซึ่งสถานการณ์คืบหน้าตามลำดับ ภารกิจที่เราคุยกันก็เกือบ 100% แล้ว จะหยุดยิงเมื่อกัมพูชาสิ้นสุดเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง ในภาพที่ออกมาจากสื่อที่รัฐบาลกัมพูชาพูดว่า พร้อมเจรจา อยากหยุดยิง แต่หน้าแนวยังระดมยิงกับเราทุกวัน ก็ต้องหยุดยิงชัดเจนก่อน ถ้ากัมพูชาอยากหยุดยิง ก็หยุดเลย เราไม่มีไปรุกราน ซึ่งเราป้องกันตัวเองเท่านั้น ได้สัดส่วนและจำเป็น
“ถ้าเขาอยากหยุดยิงก็หยุด แล้วถอนกำลังที่เผชิญหน้าออกไป เราไม่มีการไล่ยิงตามยิงถึงพนมเปญอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากหยุดยิง ก็ต้องทำให้เราเห็นก่อน ไม่ใช่ดีแต่พูด และไม่ทำที่เคยพูดอยู่เสมอ รัฐบาลกัมพูชาพูดอยู่เสมอ แต่แนวหน้าไม่ทำตาม เราก็อยากที่จะยุติ แต่เขายังมีความเป็นปฏิปักษ์ เราก็ต้องป้องกันตัวเอง ซึ่งเราห่วงกำลังพล และประชาชนที่ต้องไปอยู่ศูนย์พักพิง” พล.อ.ณัฐพล กล่าว
ย้ำเขมรต้องหยุดยิงชัดเจนเปิดเผยต่อเนื่อง
และว่า หลังตนลงพื้นที่จ.สระแก้ว ก็สงสาร ทุกคนก็น้ำตามซึม ได้ให้กำลังใจ ฝากทางผู้ว่าฯ ดูแล และเราจะพยายามดำเนินการให้ใช้เวลาไม่นานนัก ตนไม่อยากไปบอกว่าต้องกี่วัน ก็เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์กองทัพ ซึ่งตนเชื่อมั่นในผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ เมื่อภารกิจเรียบร้อย เราก็จบภารกิจ ไม่ยืดเยื้อ เพราะการสูญเสียกำลังพลทำให้สะเทือนใจผู้บังคับบัญชา อะไรที่สามารถยุติสถานการณ์ได้ เราก็ยินดี
ถามอีกว่าการสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์ของกัมพูชาเป็นอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ก็จะมีคณะผู้บัญชาการทางทหารประเมิน ตนฟังความเห็นจากกองทัพ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องท่าที การวางกำลัง โดยกัมพูชาต้องหยุดยิงชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี