สัมพันธ์ไทย-เขมร‘ไม่มีวันเหมือนเดิม’ อดีตบิ๊กข่าวกรองแนะ‘สมช.’กำหนดท่าทีใหม่

สัมพันธ์ไทย-เขมร‘ไม่มีวันเหมือนเดิม’ อดีตบิ๊กข่าวกรองแนะ‘สมช.’กำหนดท่าทีใหม่

วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.11 น.

สัมพันธ์ไทย-เขมร‘ไม่มีวันเหมือนเดิม’ อดีตบิ๊กข่าวกรองแนะ‘สมช.’กำหนดท่าทีใหม่

2 มกราคม 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บทใหม่ของความสัมพันธ์เขมร หนังสือความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาต้องขึ้นบทใหม่ของความสัมพันธ์


ไม่มีวันเหมือนเดิม​ มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

เราจะนิยามกัมพูชาอย่างไรดี ในฐานะเพื่อนข้างบ้านหรือเพื่อนบ้านที่ดี ทุกอย่างที่เกิดขึ้น​ เขมรเป็นผู้เริ่มต้นก่อขึ้น เราจะวางใจได้ไหมว่าเขมรจะไม่ลอบกัดอีก เราทำสงครามป้องกันอธิปไตยมาหลายเดือน

คนไทยและทหารต้องเสียชีวิตบาดเจ็บมากมาย จะให้มาคืนดีกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไหม สงครามแพ้แต่จะมาขอดินแดนไทยคืน แถมเรียกร้องค่าเสียหายจากสงคราม มันจะบ้าหรือเมา

ไทยต้องกำหนดบทบาทท่าทีที่มีต่อกัมพูชาใหม่ ไม่ใช่มิตร​ ไม่ใช่ศัตรู​ จะให้ดีๆเหมือนเดิมได้ไหม ระงับการเจรจาทวิภาคี​ ไม่ต้องรีบเปิดด่าน

สมช. ควรระดมความคิดด้วยโจทย์นี้

คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ ปฏิกิริยาของคนเขมรจะรุนแรงเพียงใด เศรษฐกิจที่ตกต่ำ ค่าครองชีพสูง​แพงทุกอย่าง คนเขมรที่กลับเข้าบ้านตนเองไม่ได้เพราะถูกปิดกั้น ญาติทหารที่เสียชีวิตในการสู้รบ คนงานเขมรที่ตกงาน​

เหลือแต่รออัศวินม้าขาวมานำทัพให้ลุกขึ้นสู้

จะรอ สม รังสี​

หรือรอคนที่มหาอำนาจให้การสนับสนุน

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top