‘ทรัมป์’ของขึ้น! ขู่บุกโจมตี‘เวเนซุเอลา’อีกรอบ หมายหัว‘โคลอมเบีย’ปท.ต่อไป

‘ทรัมป์’ของขึ้น! ขู่บุกโจมตี‘เวเนซุเอลา’อีกรอบ หมายหัว‘โคลอมเบีย’ปท.ต่อไป

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทรัมป์ของขึ้น!

ขู่บุกโจมตีเวเนซุเอลาอีกรอบ

หมายหัวโคลอมเบียปท.ต่อไป

ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เตรียมถูกนำตัวขึ้นศาลในนครนิวยอร์กวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังถูกจับกุมในเวเนซุเอลา และนำตัวมายังสหรัฐฯเมื่อวันเสาร์ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันสหรัฐฯไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา ส่วนผู้นำสหรัฐฯยังขู่จะจัดการกับอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโคลอมเบีย หรือ เกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก

สื่อต่างประเทศรายงานความคืบหน้า หลังจากประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ที่ถูกนำตัวจากกรุงการากัสไปยังสหรัฐฯ ตั้งแต่วันเสาร์ จากปฏิบัติการโจมตีกรุงการากัสแบบสายฟ้าแลบของกองทัพสหรัฐฯ ที่นำไปสู่การจับกุมตัวมาดูโรพร้อมกับภริยา มาดูโรถูกคุมขังภายในศูนย์กักกันนักโทษในย่านบรูคลินของนครนิวยอร์กตั้งแต่คืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในเวลาเที่ยงวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเที่ยงคืนของคืนวันจันทร์ตามเวลาบ้านเรา เพื่อรับทราบข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการก่อการร้าย


ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงปกป้องปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมาดูโร โดยระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐสภาเพราะนี่ไม่ใช่การรุกราน ไม่ได้เข้ายึดครองประเทศหรือทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่เป็นปฏิบัติการจับกุมและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำตัวอาชญากรค้ายาเสพติด หมายถึงมาดูโรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหมายจับของศาลสหรัฐฯ และว่าทหารสหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติภารกิจเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อควบคุมตัวมาดูโรและภริยาออกมาเท่านั้น และปัจจุบันไม่มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่บนแผ่นดินเวเนซุเอลา

รูบิโอบอกด้วยว่า สหรัฐฯ จะใช้มาตรการกักกันทางทะเลเป็นเครื่องมือหลัก ด้วยการจะใช้กองเรือปิดกั้นและยึดเรือขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรทุกลำ เพื่อตัดวงจรรายได้ของกลุ่มขั้วอำนาจเก่า บีบให้ผู้ที่กุมอำนาจในเวเนซุเอลาปัจจุบัน เช่น รอง ประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ ยอมเปลี่ยนแปลงนโยบายให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และภูมิภาค พร้อมกับย้ำว่า สหรัฐฯ ไม่ได้จะเข้าไปบริหารจัดการกิจการภายในวันต่อวัน แต่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายผ่านมาตรการคว่ำบาตรและการเจรจา เพื่อให้มั่นใจว่าเวเนซุเอลาจะก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ส่วนสถานการณ์ในเวเนซุเอลา พลเอก วลาดิมีร์ ปาดริโน รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา เผยว่าทีมรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีมาดูโร ถูกสังหารในการบุกโจมตีโดยสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมตัวมาดูโรช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด และสนับสนุนการประกาศแต่งตั้งโรดริเกซ ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ย้ำว่ากองทัพทั่วประเทศเตรียมพร้อมปฏิบัติการเพื่อพิทักษ์อธิปไตยของชาติ

ขณะที่ เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการประธานาธิบดีตามคำสั่งศาลฎีกาเมื่อวันเสาร์ โพสต์ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันอาทิตย์ว่า เวเนซุเอลายึดมั่นต่อสันติภาพและการอยู่ร่วมอย่างสันติ เวเนซุเอลาปรารถนาที่จะดำรงอยู่โดยปราศจากการข่มขู่จากภายนอก ท่ามกลางบรรยากาศของการให้เกียรติและร่วมมือระหว่างประเทศ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องการมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สมดุลและให้เกียรติกันกับสหรัฐและกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยตั้งอยู่บนความเท่าเทียมทางอธิปไตยและการไม่แทรกแซง ดังนั้น เวเนซุเอลาจึงขอเชิญรัฐบาลสหรัฐฯ มาร่วมมือกันมุ่งหน้าสู่การพัฒนาแบบแบ่งปันกันภายใต้กรอบกฎหมายสากลเพื่อเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

โรดริเกซยังได้ร้องขอต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า ชาวเวเนซุเอลาและภูมิภาคนี้ควรค่าต่อการมีสันติภาพและการเจรจา ไม่ใช่การทำสงคราม เวเนซุเอลามีสิทธิที่จะมีสันติภาพ การพัฒนา อธิปไตย และอนาคต

รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลายื่นไมตรีให้แก่สหรัฐฯ หลังจากทรัมป์ขู่ในวันเดียวกันว่า เธอจะต้องชดใช้อย่างหนัก และอาจจะหนักกว่าที่มาดูโรเผชิญ หากเธอไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ เนื่องจากเธอได้ประกาศในวันที่มาดูโรถูกจับว่า เขายังคงเป็นประธานาธิบดีคนเดียวของเวเนซุเอลา และว่าสำหรับเวเนซุเอลาแล้ว การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะต้องดีกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันขณะเดินทางกลับจากการพักผ่อนที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันอาทิตย์ว่า โคลอมเบียเป็นประเทศที่แย่มาก เพราะปกครองโดยผู้ที่ผลิตโคเคนแล้วส่งเข้ามาขายในสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์หมายถึง กุสตาโบ เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ซึ่งทรัมป์บอกว่าเป็น “ชายผู้ป่วยไข้” (Sick man) และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับโคลอมเบียหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าฟังดูมีเหตุผล

ด้านประธานาธิบดีเปโตรได้โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ ออกมาเตือนสหรัฐฯ ทันทีว่า การข่มขู่อธิปไตยของโคลอมเบียถือเป็นการประกาศสงคราม และวิจารณ์ว่าคำพูดของทรัมป์เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง เปโตรใช้คำเปรียบเปรยเตือนสหรัฐฯ ว่าอย่าดูหมิ่นศักดิ์ศรีของชาวโคลอมเบีย และระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดเป็นข้อมูลเท็จ โดยเปโตรอ้างว่ารัฐบาลของเขาทำลายห้องแล็บยาเสพติดได้มหาศาล หรือ 1 แห่งในทุก 40 นาที แต่ปัญหาที่แท้จริงคือความต้องการใช้ยาเสพติดภายในสหรัฐฯ เอง เปโตรเชื่อว่าการที่ทรัมป์พุ่งเป้ามาที่ภูมิภาคลาตินอเมริกา ทั้งเวเนซุเอลาและโคลอมเบีย แท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการปราบยาเสพติด แต่ต้องการควบคุมแหล่งน้ำมันในภูมิภาคมากกว่า

ไม่เพียงแต่ประเทศในภูมิภาคอเมริกาเท่านั้น ท่าทีของทรัมป์ที่ย้ำความต้องการเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์กยังจุดกระแสหวั่นวิตกว่าเกาะแห่งนี้อาจมีชะตากรรมเหมือนเวเนซุเอลา ทำให้ผู้นำเดนมาร์กและกรีนแลนด์ต่างออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์ยุติการขู่จะยึดเกาะกรีนแลนด์ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและยังเป็นการไม่ให้เกียรติกันด้วย

ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC มีกำหนดประชุมฉุกเฉินในวันจันทร์ตามคำร้องขอของโคลอมเบีย ด้านเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำยูเอ็นกล่าวต่อ UNSC ว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ คือสงครามล่าอาณานิคมที่มุ่งทำลายระบอบสาธารณรัฐ การเลือกตั้งเสรีของประชาชน และกำหนดรัฐบาลหุ่นเชิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำมัน ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้รัฐสมาชิกงดเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่น

สำหรับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ที่บุกเข้าไปจับกุมตัว มาดูโร วัย 63 ปี และ ซิเลีย ฟลอเรส ภริยา วัย 69 ปี ที่เซฟเฮาส์ในกรุงการากัสช่วงเช้ามืดวันที่ 3 มกราคม เจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาระบุว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงเจ้าหน้าที่คิวบา 32 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกกองทัพและหน่วยข่าวกรองของคิวบาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติและเยี่ยงวีรบุรุษในฐานะหน่วยอารักขาของมาดูโร

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ภายหลังสหรัฐอเมริกาได้มีปฏิบัติการทางทหารและประกาศว่าจะเข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา ว่าผลกระทบที่ต้องจับตาในทางเศรษฐกิจคือเรื่องของน้ำมันเป็นหลัก โดยคาดว่าผลกระทบทางตรงกับประเทศไทยอาจจะมีไม่มากนัก แต่ถ้าจะมีก็จะเป็นผลกระทบทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรมว.พลังงานให้ดูแลในส่วนนี้แล้ว

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในเวเนซุเอลา ในระยะสั้นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อไป ส่วนที่ต้องจับตามองในระยะต่อไปคือประเด็นความกังวลเรื่องอุปทาน (Supply) ของน้ำมันในตลาดโลกว่าจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการได้ดี จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศเวเนซุเอลาเป็นแหล่งที่มีปริมาณสำรองน้ำมันในระดับสูง

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า หากไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือมีการปะทะที่ลุกลามไปยังประเทศอื่น การที่อุปทานน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจะถือเป็นผลดี และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าไปบริหารจัดการ รวมถึงกระบวนการนำน้ำมันขึ้นมาใช้ต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top