วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
โต้เดือด‘เป็นนายกฯที่ดีกว่า’
‘อนุทิน’ฉะ‘เท้ง’
ยันไม่เคยชมตัวเอง/มุ่งทำงาน
‘พีระพันธุ์’ชูปราบโกง
เครื่องประหารหัวพยัคฆ์
“อนุทิน” ซัดกลับแคมเปญ “เท้ง” ชู “เป็นนายกฯที่ดีกว่า” ย้อนอดีต“ธนาธร” พูดถูกไม่ได้รอบนี้ 4 ปีไม่ต้องเลือก ยันไม่เคยชมตัวเองแต่ขอทำงานให้ประชาชน เดินหน้า“คนละครึ่งพลัส” ขณะที่ “พิพัฒน์” ขุนพลสายใต้ “ภูมิใจไทย”’มั่นใจกว่าสส.ใต้31ที่นั่ง ฝ่าย‘พีระพันธุ์’รทสช.เดินหน้าปราบโกง โชว์‘เครื่องประหารหัวพยัคฆ์’ ด้าน‘ยศชนัน’ขนลูกทีมเพื่อไทยลุยกรุงเก่า พบชาวนา ชูนโยบายประกันกำไร 30% ปชป.ขยับไม่เอาแลนด์บริจด์‘มาร์ค’ปลื้มโพลมาแรงจัด
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ช่วงหนึ่งขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ว่า คำว่าทำตัวเป็นกลางก็ทั้งสองอย่างคือไม่ต้องไปเอื้อใคร หรือไปบี้ใครในฐานะที่เป็นข้าราชการ แต่ในฐานะส่วนตัวคงไปบังคับกันไม่ได้
เมื่อถามว่าขณะนี้หลายพรรคการเมืองเริ่มใช้กลยุทธ์นำลูกชาย ลูกสาวมาช่วยในการหาเสียง จะพิจารณา นำลูกชายมาช่วยงานการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะยืนยันว่า “ไม่มี” ครอบครัวของตนต่างคนต่างดูแลตัวเอง และเขาก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไร
ผู้สื่อข่าวจึงถามแซวว่าความหล่อของนายกรัฐมนตรียังสู้เด็กๆได้อยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“ให้ไปถามภรรยาของผม”
ลั่นพยายามปักธงกรุงเทพ
ส่วนเรื่องการหาเสียงจะมีหมัดเด็ดอะไรในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจริงจังจริงใจ และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าถ้าเขาเลือกเรามา เราก็ทำให้ประชาชนได้ จะไปมีหมัดเด็ดไปชกกับใคร ไม่เอาพอแล้ว เมื่อถามถึงนโยบายกรุงเทพมหานครของภูมิใจไทย มีอะไรที่จะมัดใจคนกรุง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็นำเสนอนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงชายแดน และสิ่งแวดล้อม หรือปัญหา 4 ภัย
ส่วนที่มีการตั้งเป้าจำนวน สส.มากกว่า 100 ที่นั่ง นั้น คิดว่าพรรคภูมิใจไทยต้องสู้กับอะไร เพื่อให้เป็นไปตามเป้า นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยคิดสู้อะไรกับใคร คิดแต่ว่าต้องเข้าไปรับใช้บ้านเมือง เข้าไปทำงานให้กับประชาชน ไม่ได้ไปสู้อะไรกับใคร
‘หนู’ย้ำไม่เคยชมตัวเอง
เมื่อถามว่ามองอย่างไรถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)ออกแคมเปญหาเสียงจะเป็นนายกฯ ที่ดีกว่านายกฯ ที่ผ่านมา นายอนุทิน นิ่งและคิดไปสักระยะ ก่อนกล่าว “ไม่รู้ ไม่เคยชมตัวเอง”
เมื่อถามว่า ส่วนกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าอยากให้ประชาชนให้โอกาสพรรคประชาชน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ถ้ารอบนี้ทำไม่ได้ 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องมาเลือกแล้ว นายอนุทิน พยักหน้ารับ ก่อนกล่าวต่อว่า “ท่านก็พูดถูก”
ให้เลือกตั้งมีความเรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าขอให้การเลือกตั้งมีความเรียบร้อย สำหรับพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไรแต่เดินหน้าต่อโครงการคนละครึ่งพลัส
เมื่อถามย้ำว่าเราคาดหวังในพื้นที่กรุงเทพฯต้องมีสส.ของพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่งลงที่ไหนก็คาดหวังทุกที่แหละครับ เป็นสิ่งที่ผู้สมัครทุกคนของพรรคสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า ผลสำรวจนิด้าโพลพบว่าในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกฯ มีคะแนนนำนายอนุทิน นายอนุทิน กล่าวว่าภูมิใจไทยขอยึดโพลของตัวเอง และทำงานให้หนักกว่าเดิม
เมื่อถามว่า มองกระแสข่าวว่ามีการล็อคนายกฯไว้แล้วในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าอย่าพูดกระแส กระแสมันไม่นิ่ง กระแสแปลว่าใหลไปเรื่อยๆเอาอะไรที่มันนิ่งๆดีกว่า เมื่อถามว่ามีนักวิชาการออกมาระบุว่ามีการล็อคเป้านายกฯและตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่วงหน้า นายอนุทิน กล่าวว่า นักวิชาการก็ต้องวิเคราะห์ตามข้อมูลที่เขามี
เมื่อถามอีกว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า มีพ่อค้างูเห่า รองเลขาธิการนายกฯคนหนึ่ง บอกผู้สมัครสส.พรรคประชาธิปัตย์ว่าหากชนะเลือกตั้งขอให้เลือก อ. เป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า อ. ก็มีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนยิ้มและหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า เขาก็ต้องเชียร์หัวหน้าเขาสิ ก่อนพูดติดตลกว่า “อภิทิน”
‘พิพัฒน์’โวกวาด31สส.ใต้
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดตัวแคมเปญเลือกตั้งครั้งใหญ่ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ ด้วยการปล่อยวิดีโอแคมเปญ “พิพัฒน์ หยัดได้” ภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืน30 ปีที่เสียไป” ประกาศบทบาทผู้นำการเลือกตั้งภาคใต้ เดินหน้าปลุกพลังพี่น้องประชาชนทั้ง 14 จังหวัด ยืนยันความพร้อมนำพาภาคใต้กลับมาเป็นหัวใจการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภาคใต้สูญเสียโอกาสการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน คุณภาพชีวิตและความมั่นคง ทั้งที่ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้เป็นลำดับต้นๆ ของประเทศไทยแต่กลับถูกปล่อยให้ขาดการพัฒนามาอย่างยาวนาน ส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐาน ลูกหลานขาดโอกาส และปัญหาเชิงโครงสร้างไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
“แคมเปญเพื่อขอความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องคนใต้ในการกำหนดอนาคตของตนเอง และขอโอกาส ทวงคืนเวลาทวงคืนโอกาส และทวงคืนศักดิ์ศรีคนใต้ ที่สูญเสียไปกว่า 30 ปี กลับคืนมา” นายพิพัฒน์ กล่าว
สำหรับเนื้อหาแคมเปญ จะถูกถ่ายทอดผ่านวิดีโอชุด “พิพัฒน์ หยัดได้” และวิดีโอ EP ต่อเนื่องรวม 8 ตอน นำเสนอนโยบายภาคใต้อย่างเป็นระบบและครบวงจร ภายใต้ นโยบาย 3 เสาหลัก ครอบคลุม 7 ด้านสำคัญ ได้แก่
เสาที่ 1 วางรากฐานและสร้างการพัฒนา ครอบคลุม 1. โครงสร้างพื้นฐานทางบก ราง อากาศ และทางทะเล ทั้งถนน รถไฟ สะพาน ระบบโลจิสติกส์ และระบบป้องกันน้ำท่วม 2. การยกระดับการท่องเที่ยว 3. พัฒนาการค้า เกษตร และประมง 4. อุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่อสร้างงานและรายได้ในพื้นที่
เสาที่ 2 ประชาภูมิใจ ครอบคลุม 5. การศึกษา ทักษะอาชีพ เทคโนโลยีและ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้เยาวชน-คนทำงาน เพื่อให้คนใต้สามารถเรียน ทำงาน และเติบโตในบ้านเกิดได้อย่างมั่นคง
เสาที่ 3 ไทยใต้มั่นคง ครอบคลุม 6. สังคมพหุวัฒนธรรม การอยู่ร่วมบนความหลากหลาย ด้วยความเป็นธรรมและโอกาสที่เท่าเทียม 7. สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้
พร้อมพัฒนาภาคใต้
นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจ และมีบทบาทเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นโยบายภาคใต้ชุดนี้จะถูกผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติทันที เพื่อให้ภาคใต้เติบโตและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย โดยที่ชีวิตความเป็นอยู่ของคนรุ่นก่อนหน้า ต้องได้รับการดูแลใส่ใจ และคนรุ่นใหม่ ต้องไม่ถูกปล่อยให้เสียโอกาสซ้ำสองอีก
“มั่นใจว่า จากการตอบรับของประชาชนในพื้นที่ และการเปิดตัวแคมเปญในครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสคว้าที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ มากกว่า 30 ที่นั่งตามเป้าหมาย และจะเป็นพลังหลักในการสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภาคใต้ในการเลือกตั้งปี 2569” นายพิพัฒน์ กล่าว
ชูเครื่องประหารหัวพยัคฆ์
เวลา 10.00น. ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 16 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต เข้าพบนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต และประกาศเจตนารมณ์ในการทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส โดยในพิธีลงนามดังกล่าว พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดเตรียมเครื่องประหารหัวพยัคฆ์จำลองมาแสดง เพื่อตอกย้ำการต่อต้านการทุจริตและเอาจริงเอาจังกับบทลงโทษผู้ทุจริต
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคือมะเร็งร้ายของสังคมที่กัดกินงบประมาณจากภาษีประชาชนมากขึ้นทุกปี หากไม่มีมาตรการ “ยาแรง” จะทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ตนจึงมีนโยบายเสนอให้ปรับบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับคดีทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังได้นำกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะลงสมัคร สส. มาร่วมให้สัตยาบันว่าจะเริ่มต้นชีวิตทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์ ไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตในทุกรูปแบบ
ด้าน นายมานะ นิมิตมงคล ในฐานะตัวแทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้กล่าวชื่นชมบทบาทและผลงานของหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและทีมงาน โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องพลังงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสังคมไทย นายมานะมองว่านี่เป็นการกระทำที่กล้าหาญมาก เพราะการต่อสู้กับกลุ่มทุนหรือผู้มีอำนาจในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมักจะถูกกีดกันหรือคุกคาม ซึ่งทางองค์กรได้ติดตามและเก็บข้อมูลการทำงานมาโดยตลอด และมีความศรัทธาในความมุ่งมั่นของพรรคที่จะยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ปัญหาพลังงานถือเป็นการทุจริตขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนการปล้นประชาชน ซึ่งทางพรรคได้พยายามผลักดันกฎหมายเพื่อแก้ไขโครงสร้างนี้มาโดยตลอด
“เพื่อไทย”ลุยหาเสียงกรุงเก่า
ที่ร้านเจริญทรัพย์เพิ่มพูน จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียงกับชาวนา
ขณะที่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเดินเข้าหาประชาชน และมาพร้อมนโยบายที่ดี ซึ่งในภาคกลางไม่พูดถึงเรื่องข้าวไม่ได้ โดยตั้งเป้าจะทำราคาข้าวหอมมะลิให้ถึง 15,000 บาทต่อตัน ข้าวขาว 10,000 บาทต่อตัน ซึ่งเรามีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% แตกต่างจากประกันราคา เพราะปักหมุดไว้ที่ต้นทุน ไม่ว่าต้นทุนจะอยู่ที่เท่าไหร่ ราคาตลาดจะผันผวนอย่างไร แต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้ทุกคนมีกำไร รวมถึงต้องดูปัจจัยการผลิตว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องจักรการเกษตร ซึ่งขณะนี้จะมีโครงการคูปองปุ๋ย คูปองเมล็ดพันธุ์ เพราะให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวเกษตรกร พร้อมทั้งเดินหน้านโยบายพักหนี้ แก้ปัญหาหนี้สิน
พรรครักชาติสักการะพระเจ้าตาก
เช้าช่วง วันเดียวกัน นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรครักชาติ พร้อมด้วยสมาชิกพรรค เดินทางไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แขวงคลองสาน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
นายเจตฎ์ กล่าวเหน็บบางพรรคว่า ถึงนโยบายการหาเสียงเกี่ยวกับการโดยสารรถไฟฟ้าว่าการหาเสียงว่า20 บาทตลอดสายมันทำไม่ได้ เพราะรถไฟฟ้าคนละสัปทานกัน จะมาหลอกประชาชนทำไมครั้งที่แล้วก็ทำไม่ได้ตอนเป็นรัฐบาล
ทั้งยังเหน็บอีกพรรคที่ระบุ“มีทหารไว้ทำไม” ว่ายังไม่สำนึกจริง อยู่ร่วมชาติกันลำบาก บ้านเมืองเจริญยากถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
พปชร.ทำบุญไร้เงา‘บิ๊กป้อม’
เมื่อเวลา 09.39 น.ที่วิลล่า เดอ บัว ถ.เทพรักษ์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ทำบุญในโอกาสปีใหม่2569 โดยถวายสังฆทานพระสงฆ์ 9 รูป “เพื่อบ้านของเรา” ก่อนแถลงนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการ ซึ่งนำโดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ
โดยน.ส.ตรีนุช กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ กำหนดการทำงานภายใต้ 3 เสาหลัก คือ “มั่นคง ฟื้นฟู และดูแล” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง ความมั่นคง และความเดือดร้อนของประชาชน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม
เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ฝากอะไรมาหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้ให้โอกาสและมอบหมายให้พวกเราทำงาน +ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งท่านก็เป็นห่วงประเทศชาติ จึงเปิดโอกาสให้พวกเราเป็นแนวหน้าในการทำงาน เสนอนโยบายรับใช้ประชาชน ซึ่งจากประสบการณ์ของ พล.อ.ประวิตร ที่สะสมเรื่องขององค์ความรู้ ฝ่าฟันมาโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง เรายังต้องขอคำปรึกษา เพื่อให้นโยบายถูกนำไปปฏิบัติและถึงมือประชาชนได้จริง
“ขณะนี้พล.อ.ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่ท่านได้มอบหมายให้พวกเรา ขับเคลื่อนพรรคโดยอิสระ ซึ่งพวกเราได้มีการปรึกษากับพล.อ.ประวิตร ตลอด เปรียบเสมือนเป็นลมใต้ปีกของพวกเรา เพื่อให้พวกเราได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า”
‘สุดารัตน์’พร้อมสู้แม้ป่วย
ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย เขตดอนเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีประชาชนเป็นห่วงด้านสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ ว่า ตนใช้ร่างกายหนักมันก็ต้องซ่อมสุขภาพ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ซ่อมเพราะว่ามาออกฤทธิ์เจ็บป่วยในช่วงการออกรบพอดี เมื่อเป็นแม่ทัพแล้วแม้เจ็บป่วยเราก็ต้องเข้มแข็งพอที่จะนำทัพออกไปสู้ แน่นอนว่าเราก็กำหนดร่างกายไม่ได้แต่ก็จะสู้อย่างเต็มที่เท่าที่ร่างกายจะอำนวย แล้หลังจากนั้นก็คงต้องไปซ่อมสุขภาพ ต้องขอบคุณในทุกความห่วงใย ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ตอกย้ำ แคมเปญ” คนไทยหายเหนื่อย” ขออาสาดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัยในการหาเสียง
‘มาร์ค’ปลื้มโพลมาแรงจัด
ที่ตลาดนัดกระทรวงการคลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ7 ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง ได้รับความสนใจจากแม่ค้า พ่อค้า และผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอย ขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่กรุงเทพฯ มา 2-3 วันฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้างว่า ก็อบอุ่นดี หลายคนก็เอ่ยปากว่าดีใจที่ตนกลับมา และพรรคประชาธิปัตย์กลับมา ให้การต้อนรับอย่างดีแล้วก็สนับสนุนให้เราเข้าไปทำการเมืองสุจริต
เมื่อถามว่าเขตนี้ก็เป็นอีกเขตหนึ่งที่อยู่ใกล้พรรคประชาธิปัตย์ด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ วันนี้ก็เป็นเรื่องของคนเกือบทุกเขต แทบจะบอกว่าทั่วประเทศก็ว่าได้ ทั้งผู้ที่ทำงานเป็นข้าราชการอยู่ในบริเวณนี้ ทั้งที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
เมื่อถามว่ามาถึงวันนี้ นโยบายยังเพิ่มเดิมอีกหรือว่าลงตัวแล้ว 27 นโยบาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นโยบาย 27 ข้อที่คัดมาแล้ว แต่ความจริงๆ นโยบายทั้งหมดมีเป็น 100-200 น่าจะเกินแล้ว จึงอยากจะให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามาติดตาม สามารถดูได้เดี๋ยวเราจะค่อยๆ ทยอยออกมาให้กับพี่น้องประชาชนให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายเลยว่าคุณเป็นใคร อยู่ที่ไหน จะได้อะไรจากนโยบายพรรคประชาธิปัตย์
ปชป.ไม่เอาแลนด์บริจด์
วันเดียวกัน นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร และกล่าวยืนยันกับประชาชนที่ร่วมรับฟังและเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ-เครือข่ายรักษ์ระนอง ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งวันนี้เราต้องพูดความจริงกันว่าแลนด์บริดจ์ประชาชนได้อะไร รัฐบาลได้อะไร หรือรัฐบาลที่ผลักดันต้องการแค่เมกะโปรเจคเพื่อไปนำเสนอต่อนักลงทุน เพราะการจะพัฒนาอะไรต้องถามความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย และถ้ามีเรื่องนี้มีการเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร หากตนและคณะได้เป็นสส.จะคัดค้านทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี