วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
'ศุภชัย'จ่อร้อง'DSI-ป.ป.ช.'ฟันเอาผิด'ประเสริฐ-ปลัดดีอี' ปล่อย'บริษัทเครือข่ายเจ้าพ่อสแกมเมอร์'ดูดข้อมูลม่านตาคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย เสี่ยงใช้'ทำบัญชีม้า'ชี้เข้าข่ายละเว้นหน้าที่ ซ้ำรอย'คดีจำนำข้าว'
เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีพบความผิดปกติในการปฏิบัติหน้าที่ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เกี่ยวกับการปล่อยให้บริษัทเอกชนจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ของประชาชนโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2567 พบการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทจากสิงคโปร์ในเครือของ นายเบน สมิธ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น "เจ้าพ่อสแกมเมอร์ระดับโลก" โดยกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ มีการส่งเรื่องสอบถามความเห็นจากกฤษฎีกา อัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 25 มี.ค.2567 และเพียงวันเดียวมีการลงนามทันที โดยมีนายประเสริฐร่วมเป็นสักขีพยาน
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ต่อมาในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส (TIDC Metaverse) ในเครือของนายเบน สมิธ ได้พยายามขออนุญาตดำเนินโครงการ World ID เพื่อเก็บข้อมูลสแกนม่านตาแลกกับสินทรัพย์ดิจิทัลต่อหน่วยงานในกำกับของกระทรวงดีอี (ETDA และ PDPC) ซึ่งในขณะนั้นหน่วยงานไม่อนุญาตเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตรวจพบว่ามีการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาประชาชนเพื่อแลกกับสินทรัพย์ดิจิทัล และมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไปแล้วกว่า 1,200,000 ราย ซึ่งปลัดกระทรวงฯ ได้รายงานเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีทราบตามลำดับชั้นแต่นายประเสริฐกลับเพิกเฉย ไม่สั่งระงับยับยั้งหรือตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวทำให้ข้อมูลอ่อนไหวของคนไทยตกอยู่ในความเสี่ยง อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การสร้างบัญชีม้าหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช.
“เรื่องนี้เคยมีบรรทัดฐานเดียวกับคดีจำนำข้าวที่ศาลเคยพิพากษาลงโทษอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ผมจึงขอเรียกร้องให้มีการสอบสวน และจะนำเรื่องนี้ไปร้องต่อดีเสไอ และ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับนายประเสริฐ และปลัดกระทรวงดีอี ต่อไป” นายศุภชัย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี