ซัดแนวคิดเท้ง! นักเขียนดัง ยกกำแพงเมืองจีนโต้ ชาญวิทย์ ยันรั้วมั่นคงกว่าปลูกไมตรีคนเถื่อน

ซัดแนวคิดเท้ง! นักเขียนดัง ยกกำแพงเมืองจีนโต้ ชาญวิทย์ ยันรั้วมั่นคงกว่าปลูกไมตรีคนเถื่อน

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.50 น.

 

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "Padipon Apinyankul" ระบุว่า ผมมีความเห็นต่างจากอ.ชาญวิทย์ ครับ . ขออนุญาตนะครับ
ยาวสักนิด โดยจะพยายามอธิบายให้สั้นกระชับ

การที่อ.ชาญวิทย์ เห็นด้วยกับคุณเท้ง ในการไม่สร้างรั้วกั้นชายแดน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอาจารย์คุ้นเคย เห็นด้วย กับแนวทางของพรรคนี้มาตั้งแต่อนาคตใหม่แล้ว อีกทั้งยังสนับสนุนการเกิดของม็อบสามนิ้ว ที่เชียร์ให้ก้าวไปสู่การ ปฏิวัติประชาชน .. เสียดายมันไม่เกิดขึ้นจริงในช่วงอายุขัยของอาจารย์

เอาละ ! ขอแย้งและเห็นต่างกับสิ่งที่อาจารย์เขียนไว้เริ่มจากการปลูกไมตรีกับเขมร ดีกว่าการสร้างรั้ว ?


- อาจารย์คิดว่า การปลูกไมตรีกับคนเถื่อนอย่างฮุนเซนและลูกหลานของเขา ต้องใช่เวลากี่สิบปี หรือกว่าร้อยปีแล้วในเวลาหลายสิบปีนั้น ทำไมเราต้องใช้ขาทหารไทยไปเดินย้ำตรวจตรา เอาขาไปเสี่ยงอีกกี่ขา เพื่อพิสูจน์ไมตรี อาจารย์คงรู้จักเบื้องหลังการขึ้นมาอยู่ในอำนาจของนายฮุนเซน ดี . เอาอะไรมามั่นใจว่า สามารถปลูกไมตรีกับคนที่เหยียบซากศพคนของประเทศตัวเองขึ้นมาได้ ?

ทีนี้เรื่อง รั้วเม็กซิโก .. การที่รั้วเม็กซิโก ไม่สามารถกั้นคนเม็กซิโกที่อพยพเข้ามาในสหรัฐได้ . ก็เพราะสร้างเพียง 700 กว่ากิโลเมตร เท่านั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ยาวตลอดแนวมีถึง 3,200 กิโลเมตร . เต็มไปด้วยป่าเขาสลับไปมามากมาย , รั้วเริ่มต้นสร้างในสมัย ปธน. ทรัมป์ เมื่อคราวดำรงตำแหน่ง ปธน.สมัยแรก / - พอถึงสมัยปธน. โจ ไบเด็น สร้างต่อได้เพียง 32 กม. นั้นเพราะสหรัฐไม่มีเงินงบประมาณแล้ว .. เรียกได้ว่าสหรัฐกรอบ . กรอบ .. นับเป็นเหตุผลให้ทรัมป์ในสมัยที่ 2 ต้องขึ้นภาษีอย่างบ้าเลือดทั่วโลกอีกทั้งไม่มีการกวดขันอย่างจริงจัง -  สหรัฐปากก็ว่าไป แต่ตาก็ขยิกไป เพราะเม็กซิโกคือแรงงานระดับล่างราคาถูกสุด ๆ เหมาะสำหรับโรงงานต่าง ๆ ของสหรัฐ . การปิดตาข้างหนึ่งจึงเกิดขึ้นจ้างคนเม็กซิกัน ดีกว่าจ้างคนสหรัฐที่ค่าแรงแพง . ก็เหมือนโรงงานในไทย จ้างผู้หลบหนีชาวพม่า ลาว เขมร ดีกว่าจ้างคนไทย

ทีนี้มาดูกำแพงเมืองจีน ..อาจารย์บอกว่ากั้นคนเถื่อนไม่ได้ .. ไม่จริงครับคนเถื่อนในความหมายของอาจารย์ก็คือ ชนเผ่าที่อยู่ทางเหนือนอกกำแพงเมืองจีน (คนจีนเรียก กำแพง ฉางเฉิง - ปัจจุบันชอบเรียกว่า กำแพงหมื่นลี้)สร้างในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ สร้างต่อเนื่องเรื่อยมาหลายราชวงศ์ ยาวถึง 21,000 กม.ในสมัยเริ่มต้นที่สร้างกำแพงนี้ คนที่อยู่เหนือนอกกำแพงใหญ่จะถูกเรียกว่า คนเถื่อน . - จุดประสงค์แรกคือ ป้องกันพวกซงหนู ที่เป็นเผ่าเร่รอน ชอบเข้ามารุกรานกำแพงเมืองจีน ป้องกันได้จริง ...ตัวกำแพงสร้างตามความสูงต่ำของพื้นที่ต่าง ๆ  มีประตูด่านเป็นจุด ๆ มีทั้งที่เก็บคลังอาวุธ คลังเสบียง  

○ การสร้างกำแพงนี้ เป็นยุทธวิธี  > บีบบังคับให้พวกซงหนู หรือเผ่าอื่น ๆ หันมาโจมตีในบริเวณช่องประตู ด้านโรงเก็บเสบียบ  

○  เท่ากับป้องกันศัตรูไปโจมตีวุ่นวายในส่วนอื่น ๆ ของชายแดน ทำให้ยากต่อการเคลื่อนย้ายกำลังพล

หลายพันปี . กำแพงเมืองจีนทำงานป้องกันได้อย่างดี และมีบ้างที่ผิดพลาด ซึ่งน้อยครั้งมากความผิดพลาดล้วนเกิดจาก "คน" ในยุคปลายราชวงศ์ซ่ง ภายในอ่อนแอ . มองโกลนอกด่านเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรบบนหลังม้า ที่นำโดย "เจงกิสข่าน"มองโกลของท่านข่าน ชนะแผ่นดินอื่น ๆ ได้หมด แล้วจึงหันมาล้อมแผ่น ๆ จีนเอาไว้  รอโอกาสพอยุคกุบไลข่าน ราชวงศ์ซ่งอ่อนแอสุด ๆ  / เผ่ามองโกลใช้กองทัพม้า บุกมาด้านหน้ากำแพงเมืองจีน . ตียังไงก็ทะลุเข้ามาไม่ได้ (ซึ่งไม่ได้ตั้งใจตีจริง)มันเป็นกลยุทธ์  "ส่งเสียงบรูพา ตีฝ่าประจิม"คือทำแกล้งตีที่หน้าด่านกำแพงเมืองจีน - ที่แท้จริงกองกำลังทหารมองโกลส่วนหนึ่ง ได้แอบเคลื่อนไปสุดปลายกำแพงซึ่งติดทะเล (หรือที่เรียกว่า ด่านซ่านไห่กวน)แล้วลุยว่ายน้ำข้ามมา อ้อมเข้าข้างหลัง ฆ่าฟันทหารของราชวงศ์ซ่ง เปิดประตูด่านกำแพงเมืองจีน . กุบไลข่านพาทหารเข้ามา ยึดแผ่นดินจีน ก่อตั้งราชวงศ์หยวน

ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิง ด่านซ่านไห่กวน จึงต้องมีแม่ทัพผู้เก่งกาจเฝ้าเอาไว้ตลอดเวลา ในปลายราชวงศ์หมิง "อู๋ซานกุ้ย" คือแม่ทัพใหญ่ของหมิง เฝ้าด่านนี้ด้วยตัวเอง แต่แล้ว อู๋ซานกุ้ยก็ทรยศแผ่นดินตน . ยอมเปิดด่านให้พวกชนเผ่าแมนจูผ่านเข้ามา - จากความเครียดแค้นส่วนตัวต่อ หลี่ จื้อเฉิง ที่ชิงบังลังก์ กำแพงนั้นดีอยู่แล้ว แต่จุดหักเหล้วนอยู่ที่ "คน" ถ้าไม่มีกำแพงเมืองจีนตั้งแต่หลายพันปีก่อน ป่านนี้จีนคงเป็นเหมือนพม่า ที่ฝ่ายต่าง ๆ ตั้งรัฐอิสระของชนเผ่าตน ขึ้นมาฆ่าฟันกัน

ทีนี้มาดูกำแพงเมอร์ลิน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 . โลกแยกออกเป็น 2 ค่าย คือค่ายประชาธิปไตย กับคอมมิวนิสต์ เยอรมันแยกออกเป็น เยอรมันตะวันตก - เยอรมันตะวันออก . สร้างกำแพงกั้นยาวถึง 155 กม. ในปี พ.ศ 2504 ยี่สิบกว่าปี ผ่านไป - เยอรมันตะวันออกซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ประสบปัญหาเศรษฐกิจ สังคม มีแต่ความทุกข์ยาก .. พี่น้องที่อยู่อีกฝั่งก็ข้ามมาหาไม่ได้ และทางนี้ถ้าข้ามไปก็จะถูกจับ มีคนทางฝั่งตะวันออกไม่กลัวถูกจับ ลักลอบข้ามไปเป็นประจำ เพื่อหาชีวิตที่ดีกว่า หาปากท้องที่ดีกว่า . จนคนทางฝั่งตะวันตกตระหนักและเห็นใจพวกเขา และเกิดการทุบกำแพงเบอร์ลินในปี 2535 . 

ผมจะเขียนถึงเพื่อนของน้องสาว ที่เป็นวิศวกรชาวเยอรมันให้ฟัง . เขาพูดยังไงถึงการทุบกำแพงเบอร์ลิน ?

Dr. Uwe (ดร.อูเว้) มาเที่ยวพระที่นั่งวิมานเมฆ เมื่อปี 2541 . ระหว่างเดินชม .. เขาถามโน่นนี่ และเล่าเรื่องรัสเซียกับรัชกาลที่ 5 . จากนั้นเขาพูดถึงชาติเยอรมัน ว่ากำแพงเบอร์ลิน กั้นพวกเราชาวเยอรมันออกจากกัน ด้วยความแตกต่างทางลัทธิการปกครอง - 28 ปีต่อมา ได้เกิดกระแสรวมชาติเข้าด้วยกันก่อนถึงวันทุบกำแพงนี้ทิ้ง

○  คนเยอรมันตะวันตก รู้สึกลังเลและกังวลในการตัดสินใจ  เพราะเศรษฐกิจความเป็นอยู่ชาวเยอรมันตะวันตก ดีวันดีคืน ประเทศก้าวหน้าไปมากกลัวว่า ถ้าทุบกำแพงแล้ว ชาวเยอรมันตะวันออก . จะกลายมาเป็นภาระของประเทศและในที่สุด . ชาวเยอรมันตะวันตกและรัฐบาล ยอมรับที่จะอุ้มภาระนี้ ไม่ว่าจะยากเย็น หนักหนา หรือล้มเหลว เหนื่อยล้าเพียงใด ก็จะแบกรับเอาไว้เพราะสิ่งที่อยู่ใหัวใจคนเยอรมันก็คือ #เราเป็นชาติเดียวกัน  #ต้องพร้อมฝ่าฟันไปด้วยกัน

แต่เขมร ไม่ใช่  .. ด้วยไม่เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ขาดสิ่งที่เรียกว่า สุภาพบุรุษและการเคารพต่อกันกำแพงจึงเป็นหลักที่มั่นคง .. กว่าการปลูกไมตรีที่เลื่อนลอย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top