เมินกระแสนิยม 'อภิสิทธิ์'พุ่ง  ภท.มั่นใจ‘อนุทิน’  ‘เอกนิติ-ศุภจี’ลุยช่วย11ม.ค.นี้

เมินกระแสนิยม 'อภิสิทธิ์'พุ่ง ภท.มั่นใจ‘อนุทิน’ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ลุยช่วย11ม.ค.นี้

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมินกระแสนิยม 'อภิสิทธิ์'พุ่ง

ภท.มั่นใจ‘อนุทิน’

‘เอกนิติ-ศุภจี’ลุยช่วย11ม.ค.นี้

‘บิ๊กป้อม’ลาออกหัวหน้าพปชร.

ปชป.อ้อนคนกรุงขอสส.33เขต

“ภูมิใจไทย”ปลื้มกทม.ให้การตอบรับดีมากรวมถึง“อนุทิน”ความนิยมเพิ่มขึ้น เผยปชช.หวัง“คนละครึ่งพลัส”กลับมาอีก“ศุภมาส”เผย 11 มกราคมนี้ ‘ศุภจี-เอกนิติ’ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงกทม.‘พิพัฒน์’มั่นใจยึดสส.ใต้ 31คน ไม่กังวลคะแนนนิยม‘อภิสิทธิ์’เริ่มนำ หวังปชช.ไว้วางใจมากขึ้น’สุชาติ’ฟุ้งชลบุรีตอบรับดี แม่ค้าเรียกร้อง’คนละครึ่ง’บอกหาก’อนุทิน’เป็นนายกฯ เดินหน้าได้เลย‘อภิสิทธิ์’นำปชป.ลุยหาเสียงตลาดดินแดงคึกคัก อ้อนไม่ขอมาก แค่ปชช.กาเลือกทั้ง33 เขตเตรียมปราศรัยใหญ่กทม.เวทีแรก11ม.ค.ที่สวนเบญจสิริ‘บิ๊กป้อม’ลาออกพ้นหน.พปชร.เหตุผลสุขภาพ ขยับนั่งปธ.ที่ปรึกษากก.บห.เคาะ‘ตรีนุช’รับไม้ต่อ หน.พรรค

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดเผยถึงแผนการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ในวันอาทิตย์นี้ (11 ม.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จะร่วมลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ ในจุดที่สามารถพูดคุยกับประชาชนเพื่อสื่อสารนโยบายของพรรคให้ประชาชนมีความมั่นใจ ซึ่งก่อนหน้านี้แกนนำพรรคฯก็ร่วมลงพื้นที่ด้วยแล้ว ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยได้ยืนยันแล้วว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะมีนายเอกนิติ,นางศุภจีและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกแน่


ภท.ปลื้มกทม.กระแสตอบรับดี

น.ส.ศุภมาศ กล่าวว่าในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนให้การตอบรับดีมาก เห็นความแตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ รู้จักพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น และรู้จัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ มากขึ้น และมีความชื่นชอบที่นายอนุทิน มีความจงรักภักดี รักษาสถาบันหลักของชาติ รวมถึงยังมีนโยบายสร้างรั้ว สร้างกำแพง และยังมีนโยบายที่พรรคต่อสู้เพื่อประเทศชาติ ซึ่งแม้ไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่ก็เป็นนโยบายที่รัฐบาลจะต้องทำตามหน้าที่ และประชาชนก็มีการพูดถึงมาก

ปชช.หวัง‘คนละครึ่งพลัส’กลับมา

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่ประชาชนต้องการให้กลับมาดำเนินการต่อเช่นโครงการคนละครึ่งพลัส รวมถึงนโยบายหลักอีกหลายด้านที่พรรคกำลังติดป้ายหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งด้านพลังงานไฟฟ้าและนโยบายสำคัญอื่นๆ ทั้งนี้พรรคคาดหวังได้ผู้สมัครทุกเขตเนื่องจากผู้สมัครมีขวัญและกำลังใจดีทำงานหนัก ก็มีกำลังใจที่ดีขยันหาเสียงเป็นอันดับที่ 1และยังมีเสียงตอบรับจากประชาชน ที่บอกว่า ครั้งก่อนไม่เคยเลือก แต่ครั้งนี้จะเลือก พร้อมเชื่อว่าความขยันและความตั้งใจจริงจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนกระแสข่าวเรื่องการใช้เงินจำนวนมากในการหาเสียง น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินในพื้นที่กรุงเทพฯโดยย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเน้นการสร้างกระแสด้วยการทำงานเชิงพื้นที่ควบคู่กับการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียหรือทั้งกราวนด์เวิร์กและแอร์วอร์ไปพร้อมกันเช่นเดียวกับการหาเสียงในต่างจังหวัด

‘พิพัฒน์’เมินคะแนนนิยม‘มาร์ค’พุ่ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงความมั่นใจในกระแสของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยังมั่นใจว่าพรรคไม่น้อยกว่า 31 คน ที่จะผ่านการเลือกตั้งเข้ามา ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย เราก็จะเอาสิ่งต่างๆเข้าไปทำงบประมาณเพื่อพัฒนา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ส่วนที่คะแนนนิยมของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เริ่มนำขึ้นมาจะกระทบการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นายพิพัฒน์กล่าวว่าตนไม่กังวล เพราะพื้นฐานเดิมในภาคใต้ เคยได้ สส. สูงสุดถึง 54 คนจาก 55 คน หรือประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ แม้บางช่วงคะแนนนิยมจะร่วงลดน้อยลง แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค การที่คะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาสูงขึ้นก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ขึ้นถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะจิตใต้สำนึกของคนใต้มีคำว่าประชาธิปัตย์ในใจอยู่แล้ว อยู่ที่ผู้นำของพรรคว่าจะไปฟื้นคะแนนได้อย่างไร แต่ตนเชื่อว่าภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ คะแนนจะเยอะขึ้น ตนก็หวังว่าประชาชนภาคใต้จะให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยมากขึ้นเพราะเรามีฐานเดิม 31 ที่นั่ง และมั่นใจว่าทั้ง 31 คน จะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

จัดคิวให้‘หนู’ขึ้น4-5เวทีหาเสียง

เมื่อถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะจะขึ้นหาเสียงกี่เวที นายพิพัฒน์ กล่าวว่าที่กำหนดไว้น่าจะจังหวัดใหญ่ 4-5 เวที เช่น ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ส่วนภาคอื่นๆอยู่ที่ผู้สมัครแต่ละภาคจะเชิญ เชื่อว่านายอนุทิน จะเดินสายทั้งประเทศ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ก็จะร่วมขบวนหาเสียงกับหัวหน้าพรรคเช่นกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ามีการซื้อเสียงในพื้นที่ภาคใต้ นายพิพัฒน์กล่าวว่าไม่ทราบต้องไปถามนายชวนเอง เมื่อพยายามถามย้ำถึง“น้อง”ที่นายพิพัฒน์ พูดถึงหมายถึงใครนายพิพัฒน์ ตอบว่า‘น้องอะไรก็ไปดูเอาเองแล้วกัน น้องสีส้ม’

‘สุชาติ’ฟุ้งชลบุรีกระแสดี‘คนละครึ่ง’

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับในจ.ชลบุรีว่าได้รับการตอบรับที่ดีขณะลงพื้นที่หาเสียงที่ชายหาดบางแสน แม่ค้ายังเรียกร้องโครงการคนละครึ่งพลัสอยู่เหมือนเดิม ที่ผ่านมารัฐบาลเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่บังเอิญมีเหตุการณ์ยุบสภาก่อนทำให้มีโครงการคนละครึ่งเฟสสองไม่ได้ สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าเรียกร้องเป็นสิ่งที่เรานึกถึงอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง วันใดที่เลือกตั้งจบ เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ โดยนายกฯชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ทุกอย่างเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องศึกษา อันนี้ถือเป็นข้อดีของการทำงานต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชนอย่างดีที่สุดตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ให้ประชาชนได้มีตัวเลือกที่ดี

ชี้‘อนุทิน’เป็นนายกฯเดินหน้าได้เลย

ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัสจะได้แน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนยังรับปากไม่ได้เพราะยังอยู่ในการเลือกตั้งแต่เป็นนโยบายของรัฐบาลซึ่งนายกฯที่ชื่ออนุทินได้ทำไว้หากได้เป็นนายกฯต่อจากการเลือกตั้งครั้งนี้และเป็นนายกฯที่เคยทำอยู่ สามารถเดินหน้าได้โดยไม่ต้องศึกษา ชาวบ้านชอบ เป็นสิ่งที่พูดแล้วทำ ความเด็ดขาดของนายกฯในช่วง2 เดือนกว่าได้พิสูจน์แล้วว่าเราปกป้องดูแลพี่น้องประชาชนด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี

เมื่อถามว่าหลังแท็กทีมกับนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำชลบุรี พรรคภท.มั่นใจว่าได้ยกจังหวัดหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ถ้าพูดไปเดี๋ยวประชาชนหรือพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเอาไปโจมตี แต่ขอบอกเลยว่า การที่รวมตัวกันเกิดจากที่ผ่านมาความคิดไปคนละพรรคเท่านั้นเอง เมื่อวันหนึ่งที่อยู่พรรคเดียวกันการทำงานร่วมกัน เราเป็นพี่น้องกัน เราโตมาด้วยกัน เราเติบโตทางการเมืองมาด้วยกัน ตนถือเป็นน้องในบ้านถึงเวลาวันหนึ่งเราจำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ความเป็นพี่เป็นน้องมันง่ายกว่า

ซัด‘นักการเมืองจอมปลอม’

“ในประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่เป็นแบบนั้นที่ไม่มีความเจริญ เพราะขัดแข้งขัดขากัน ไม่เอาผลประโยชน์ประชาชน ต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ในเมื่อวันหนึ่งเรารวมกัน เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว การพัฒนาบ้านเมืองเป็นทางเดียวกันหมด แต่นักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ไม่มีอุดมการณ์ประชาชนเลย มองแต่ผลลัพธ์อย่างเดียว พูดในสิ่งที่จอมปลอม มันน่ากลัว พูดในสิ่งที่โกหกไปวันๆ น่ากลัวเหมือนกัน เราเชื่อว่าคนที่ไม่ใช่คนจริง ไม่ใช่คนพูดจริง ไม่ใช่คนทำจริง มันโกหกทุกวันไม่ได้ ก็ต้องถูกจับได้ ย้ำว่าชลบุรีเราเป็นหนึ่งรอดูผลลัพธ์วันที่ 8 ก.พ.นี้”นายสุชาติ ย้ำ

‘อภิสิทธิ์’นำหาเสียงตลาดดินแดง

ที่ตลาดดินแดง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)นำทีมลงพื้นที่หาเสียง พร้อมด้วย นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรดูแลกรุงเทพฯและน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 5 (เขตดินแดง-พญาไท) พรรคประชาธิปัตย์บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดแห่งนี้ ขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ และให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะขึ้นรถแห่ตระเวนขอคะแนนเสียงจากประชาชนในที่พักอาศัยอยู่ตามแฟลตการเคหะชุมชนดินแดงถนนมิตรไมตรีและประชาชนที่อยู่2ข้างทางถนนดินแดงกระทั่งถึงที่ตลาดศรีดินแดงและได้ลงเดินขอคะแนนเสียงจากประชาชนในตลาดดังกล่าวโดยยังคงได้รับการตอบรับที่ดีมีประชาชนเข้ามารุมกอดเอวนายอภิสิทธิ์บางส่วนบอกว่าเป็นแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์มานานหลายปีที่พรรคประชาธิปัตย์หายไปจากพื้นที่เขตดินแดงจึงอยากให้นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาลงพื้นที่มีให้มากขึ้นอีกครั้งนายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า ไม่ทิ้งพื้นที่ดินแดนนี้อย่างแน่นอน

อ้อนไม่ขอมากอยากให้เลือกทั้ง33เขต

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับในการลงพื้นที่ดินแดง พญาไทว่าตนกลับมาที่นี่ ก็ดีใจได้เสียงตอบรับดี เพราะเคยเป็นผู้แทนฯอยู่ที่นี่เมื่อ20ปีที่แล้ว ยังมีความผูกพันกับหลายคนที่นี่ ลงพื้นที่มาเขาก็ให้การสนับสนุนและรู้จักผู้สมัครเราแล้ว ก็แสดงว่าผู้สมัครลงพื้นที่มาพอสมควรแล้วให้การต้อนรับอย่างดี จริงๆแล้วผู้สมัครของเราทุกคนก็เดินหน้าลงพื้นที่และอาศัยความเป็นคนใหม่บวกกับพรรคที่มีความผูกพันกับประชาชนมา

เมื่อถามว่ากระแสตอบรับในกรุงเทพค่อนข้างดีตอนนี้มีการประเมินในใจแล้วหรือยังว่าจะได้ สส.กี่ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ายัง แต่อยากให้พี่น้องประชาชนเลือกทุกเขตเราต้องเดินหน้าทำงานหนัก เพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่ต้องไปบอกกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เขาได้มีความมั่นใจว่าจะมีรัฐบาลที่ดีได้ ถ้าเลือกเราเข้าไปเยอะการที่เราจะไปร่วมรัฐบาลกับใครก็จะให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของความสุจริต ไม่มีเรื่องของทุนเทาและไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

เวทีแรก11ม.ค.ที่สวนเบญจสิริ

เมื่อถามว่าแคมเปญในส่วนของ กทม.หลังจากนี้มีอะไรออกมาอีกเหลือเวลาไม่ถึงเดือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงนี้เรายังเดินหน้าในการพูดถึงนโยบายที่จะทำให้ไทยหายจน โดยเฉพาะ 27 ข้อที่เลือกมา เพราะจุดที่เด่นที่สุด ตรงนี้ก็ยังต้องอธิบาย อยากรู้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ช่วงนี้เราก็เดินหน้าพูดเรื่องนโยบาย และในช่วงหลังจะได้มีการรณรงค์ในเรื่องอื่นต่อไป

เมื่อถามว่า จะมีการเปิดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวทีแรกจะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนเบญจสิริ ในวันที่ 11 ม.ค.และเวทีสุดท้ายในกทม.วันที่ 6 ก.พ. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

‘มาร์ค’ลงหาเสียงเมืองคอนฯ

ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเรียกร้องให้ลงพื้นที่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าในวันที่ 7ม.ค.ตนและคณะเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อถามย้ำว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดและมีเรื่องการใช้เงินเข้ามาด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดุเดือดทั้งนั้นไม่มีปัญหาเป็นเรื่องที่ดีประชาชนจะได้มีทางเลือก ซึ่งการใช้เงินในการเลือกตั้งเป็นปัญหามาตลอด เที่ยวนี้ที่ตนมีกำลังใจ ทั้งภาคธุรกิจเอกชนและพี่น้องประชาชน พูดเองว่าคราวนี้จะต้องต่อต้านไม่ให้ทุนเข้ามาครอบงำประเทศอีกต่อไป

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะเปิดปราศรัยใหญ่ 4 เวทีทางภาคใต้ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะมีกี่เวที นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังดูว่ามีกี่จังหวัดที่เราจะจัดได้บ้าง แต่จ.นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี น่าจะค่อนข้างชัดเจน ส่วนภาคตะวันออกจะไปที่จ.ระยองงที่ผ่านมาตนก็ได้ไปที่ จ.ระยอง จันทบุรี ตราด มาแล้ว

ยัน‘อภิทิน’น่าจะดีกว่า‘อนุสิทธิ์’

เมื่อถามว่าตอนนี้มีการล็อกตรวจสเปกนายกฯกันแล้วโดยมีอักษรย่อ อ.ออกมา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตัว อ.น่าจะไม่มีปัญหา เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าตัว อ.หมายถึงคนที่มีชื่อเล่น น.นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่มีมั้ง พร้อมหัวเราะและกล่าวว่า “เห็นเมื่อวานเขาพูด“อภิทิน”ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า”อนุสิทธิ์”นะ”

เมื่อถามว่ามีแคนดิเดตนายกฯของบางพรรค บอกว่าถ้าได้เลือกให้เป็นนายกฯจะทำงานให้ได้ดีกว่านายกคนอื่นๆที่ผ่านมา ในฐานะที่นายอภิสิทธิ์เป็นอดีตนายกฯมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกันซึ่งประชาชนประชาชนก็จะพิจารณาตรงนั้น

ย้ำ‘แลนด์บริดจ์’ไม่ได้คุ้มค่า

เมื่อข้อถามว่าเมื่อวันที่ 6ม.ค.นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถึงเรื่องแลนด์บริดจ์ขณะที่ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ที่ทำกันมาต้องบอกว่าตัวเลขการศึกษา โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานแตกต่างกันมากแต่ว่าภาคเอกชนที่เขาทำงานเรื่องนี้เขายืนยันมาตลอดว่าไม่ได้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินที่ต้องลงทุนไปเทียบกับการประหยัดเวลาซึ่งน้อยกว่าที่คิด เพราะการทำแลนด์บริดจ์ทำให้ต้องมีการขนของลง ขนของขึ้นต้นทุนไม่ได้ประหยัดเท่าไหร่ ดังนั้นแนวคิดเรื่องแลนด์บริดจ์เราคิดว่าไม่ได้คุ้มค่า แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ และการเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆทั้งถนน รถไฟ เป็นนโยบายของเราอยู่แล้ว และความพยายามในการที่จะเชื่อมสองฝั่งเราสามารถทำได้แต่ไม่ใช่ในจุดที่เคยมีการศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์

‘บิ๊กป้อม’ลาออก’ตรีนุช’รับไม้ต่อ

ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพปชร.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค จากนั้นนายไพบูลย์ แถลงภายหลังการประชุมว่าเนื่องจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้มีหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 5ม.ค.เมื่อหัวหน้าพรรคลาออกส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคพ้นทั้งคณะตามข้อบังคับพรรค โดยตนในฐานะรองหัวหน้าพรรคอันดับ 1ได้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ซึ่งที่ประชุมนี้มีมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงานในฐานะเลขาธิการพรรคดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคพปชรโดยมีผลในวันนี้ทันที

เหตุผลสุขภาพ-ขยับปธ.ที่ปรึกษา

“ตอนที่พล.อ.ประวิตรให้ผมไปรับหนังสือลาออกได้กำชับไว้ว่าพล.อ.ประวิตรจะยังช่วยพรรคต่อไปโดยจะมาเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรคฯท่านจะเป็นลมใต้ปีกให้กับน.ส.ตรีนุชในการนำพาพรรคไปในทิศทางที่มั่นคง ยั่งยืนและแข็งแรง ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้”นายไพบูลย์ และว่าพล.อ.ประวิตรให้เหตุผลในการลาออกเป็นเรื่องของสุขภาพ ท่านสุขภาพไม่ดี ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น ถ้าไปต่อจะมีปัญหามากขึ้น อายุท่านเยอะแล้ว 81 ปีแล้ว แต่ใจพล.อ.ประวิตร ยังรักพรรคและเป็นห่วงพรรค พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ท่านยังอยู่ในพรรค พปชร.ตลอดไป

แจงไม่ได้‘เปลี่ยนม้ากลางศึก’

นายไพบูลย์ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นเรื่องที่คิดกันไว้ พล.อ.ประวิตร ได้มองน.ส.ตรีนุช ไว้นานแล้วว่าจะเป็นผู้ที่รับช่วงต่อ จะเห็นได้ว่าการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ก็จะมี น.ส.ตรีนุช อยู่ตลอด ทุกคนได้เห็นแล้วว่าไม่ผิดหวังเลย ภาพพรรคจะไปได้อย่างดี เป็นภาพพรรคในยุคสองในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และตนเชื่อมั่นว่าเป็นทิศทางที่ดีที่สุด

กธ.เปิด17เวทีใหญ่หาเสียงทุกภาค

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดเวทีปราศรัยและหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายว่า มีการกำหนดไว้แล้ว ทั้งหมด 17 เวทีใหญ่ โดยจะจัดทุกภาคของประเทศ ส่วนใหญ่จะดูเป็นกลุ่มจังหวัดตามการบริหารงานของกระทรวงมหาดไทย อย่างภาคเหนือในกลุ่มยังจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอนจะจัด 1 เวที ขณะที่พะเยา แพร่ น่าน จะเป็นอีก1เวทีดยจะจัดตามหัวเมืองใหญ่ ส่วนเวทีกรุงเทพมหานครมีแน่นอน มอบหมายให้นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน กำกับดูแลยุทธศาสตร์พื้นที่ กทม.ส่วนน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ดูแลภาคอีสาน

พร้อมยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมเราชัดเจนในนโยบายที่จับต้องได้ โดยจะเน้นในเรื่องของที่ดินทำกิน การจัดการน้ำ ธนาคารประชาชน สวัสดิการสังคม การทำเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและการกีฬา อะไรที่จับต้องได้จริงๆ ไม่ใช่การสร้างฝัน และไม่ขายฝัน

สั่งลูกพรรคใจเย็นๆไม่ต้องตอบโต้

ส่วนกรณีที่ผู้สมัครสส.นนทบุรี พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่หาเสียง และถูกทีมงานพรรคการเมืองหนึ่งชูนิ้วกลางใส่ได้รับรายงานแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าได้รับรายงานจากฝ่ายกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมที่มีฝ่ายกฎหมายดูแล สิ่งใดที่ถูกละเมิดก็จะมีขั้นตอนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำว่าจะไม่ทำอะไรโต้ตอบที่ทำให้เกิดความเสียหายโดยตนได้ฟังเรื่องราวจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และที่สื่อนำเสนอ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่สื่อได้นำเสนอ ตนได้แต่บอกว่าให้ใจเย็นๆไม่ต้องโต้ตอบอะไร

ร.อ.ธรรมนัสย้ำว่า“หลายๆเรื่องที่สั่งให้ลูกพรรค ไม่ต้องโต้ตอบ บางเรื่องเป็นสิ่งที่สังคมกำลังสนใจซึ่งข้อเท็จจริงบางเรื่องตนรู้ดีที่สุด อย่าปล่อย อย่าทำกันจนเกินไป หากผมหมดความอดทน และผมตอบกลับจะทำให้ท่านเดือดร้อน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เป็นเรื่องที่สื่อให้ความสนใจ”

ขู่ทุกพรรคมีแผล อย่าให้เปิดมีหนาว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีพรรคการเมืองบางพรรค พยายามจะนำเสนอผ่านสื่อในหลายๆ เรื่องซึ่งตนรู้ดีที่สุด หากเราหมดความอดทน หรือจำเป็นต้องโต้ตอบท่านจะเสีย แต่ตนไม่อยากทำอย่างนั้น เพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศการเมืองส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่าย

เมื่อถามย้ำว่าหลักฐานที่จะออกมาเปิดเผยเป็นหลักฐานเด็ดใช่หรือไม่ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า“ผมมีเยอะ” ส่วนหลักฐานที่มีจะถูกนำมาเปิดเผยเมื่อใดร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า“กล้าธรรมโดยเฉพาะผมชัดเจนใครไม่ทำผมก่อน ผมก็ไม่ทำ แต่หากทำผม ไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็ตาม ถ้าพรรคกล้าธรรมสวนกลับแล้วจะหนาว”และย้ำว่า“มีแผลกันทุกพรรค”อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าตนไม่ทำเรื่องพวกนี้ แต่ว่าอย่าทำตนก่อน พร้อมย้ำว่า ตนมีมากกว่านั้นอีกส่วนตอนนี้ยังสามารถทนได้ใช่หรือไม่ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า“ตอนนี้ยังทนได้ นัสยังทนได้อยู่”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top