วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
กกต.ยังไม่รับรองผู้สมัคร สส.17 ราย-แคนดิเดตนายกฯ 1 คน เหตุคุณสมบัติยังต้องตรวจ เปิดช่องอุทธรณ์ศาลฎีกา ขณะยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่นิ่ง รอ มท.ส่งข้อมูล 13 ม.ค. ย้ำไม่ก้าวล่วงนโยบายพรรค แค่ตรวจความครบถ้วนตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยภายหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ กกต.ไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 16 คน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อีก 1 คน
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ ตนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าขาดคุณสมบัติในประเด็นใด อาจเป็นกรณีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก่อนวันเลือกตั้ง หรืออาจมีคำพิพากษาหรือเหตุทางกฎหมายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อยังสามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนรายชื่อผู้สมัครที่ กกต.ประกาศแล้ว หากประชาชนพบเห็นว่าผู้สมัครรายใดอาจขาดคุณสมบัติ ก็สามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.ได้ภายในระยะเวลา 7 วันนับจากวันที่ประกาศรายชื่อ
นายแสวง ยังกล่าวถึงจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากอยู่ระหว่างการประมวลและรวบรวมข้อมูลรายชื่อประชาชน ซึ่งอาจมีข้อมูลตกหล่น โดยเฉพาะหลังจากเพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและการลงทะเบียนประชามตินอกเขต เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อจากนี้ จะต้องมีการสำรวจรายชื่อประชาชนในทะเบียนบ้าน ก่อนจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อนำไปติดประกาศ ณ หน่วยเลือกตั้ง ให้ประชาชนตรวจสอบอีกครั้งว่ามีรายชื่อตกหล่นหรือมีการเพิ่มชื่อเข้ามาหรือไม่ โดยคาดว่ากระทรวงมหาดไทยจะสามารถส่งข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดให้ กกต.ได้ในวันที่ 13 ม.ค.
โดยในประเด็นการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองจำนวน 21 คณะ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะกรรมการดังกล่าวอาจมีอำนาจไปชี้ขาดว่านโยบายใดทำได้หรือทำไม่ได้ นายแสวง ชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังนโยบายบางประเภทที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม การกำหนดนโยบายถือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่มีเจตนาจะพัฒนาประเทศ โดยกฎหมายได้ออกแบบกรอบไว้ค่อนข้างยืดหยุ่น ให้พรรคการเมืองต้องจัดทำนโยบายให้ครบถ้วนอย่างน้อย 4 ประเด็น อาทิ แหล่งที่มาของเงิน งบประมาณ ผลดีและผลเสียของนโยบาย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจสั่งให้พรรคการเมืองยุติการเสนอนโยบายได้ มีเพียงหน้าที่ให้ข้อสังเกตและข้อมูลแก่ประชาชน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตั้งเท่านั้น
นายแสวง กล่าวอีกว่า หาก กกต.ไปสั่งห้ามหรือตัดสินว่านโยบายใดทำไม่ได้ จะทำให้ กกต.ขาดความเป็นกลางและอาจถูกมองว่าเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หน้าที่ของ กกต.จึงเป็นเพียงการตรวจสอบว่านโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น กรณีระบุแหล่งที่มาของเงิน หากเห็นว่ายังไม่เพียงพอ ก็สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ ไม่ใช่เพียงเขียนลอยๆ ว่าใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ ขณะนี้มีพรรคการเมืองจำนวน 6 พรรค ส่งนโยบายมาให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว โดยยังสามารถส่งเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 19 ม.ค.
ส่วนกรณีการโต้ตอบโจมตีระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนหรือโหวตเตอร์ของพรรคการเมืองต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ นายแสวง ระบุว่า ผู้สมัครและพรรคการเมืองส่วนใหญ่มีความระมัดระวังในการสื่อสารอยู่แล้ว เนื่องจากข้อความทุกอย่างบนโซเชียลมีเดียสามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ แต่โหวตเตอร์หรือผู้สนับสนุนอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะการกระทำบางอย่างอาจมีความผิดและมีโทษตามกฎหมายเดียวกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อดูแลประเด็นดังกล่าว กกต.ได้เปิดศูนย์ E-War Room เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง โดยทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก และติ๊กต๊อก เมื่อพบข้อความที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จะมีคณะทำงานทำการวิเคราะห์ก่อนเสนอให้ กกต.พิจารณา หากเห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิด จึงจะดำเนินการให้มีการลบข้อความดังกล่าวต่อไป
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี