DSI จ่อเชิญ ธรรมนัส-นฤมล ให้ข้อมูล ร่วมพิธีลงนาม MOU ดีอี-บริษัทสิงคโปร์

DSI จ่อเชิญ ธรรมนัส-นฤมล ให้ข้อมูล ร่วมพิธีลงนาม MOU ดีอี-บริษัทสิงคโปร์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.45 น.

รองอธิบดีเผยเตรียมเรียก "ธรรมนัส-นฤมล"ให้ข้อมูล ร่วมพิธีลงนาม MOU ก.ดีอี-บริษัทสิงคโปร์ หลังลุยค้น 5 จุด ยึดเอกสาร-เครื่องสแกนม่านตา 

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่บริเวณหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 เข้าค้นบริษัทเกี่ยวข้องธุรกิจสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน แลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และเครือข่ายกองทุนดังของต่างประเทศ รวม 5 พื้นที่เป้าหมาย หลังรับเป็นคดีพิเศษ 


ร.ต.อ.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า ดีเอสไอ เข้าตรวจค้น 5 จุด จำนวน 4 หมายค้น เบื้องต้น สามารถตรวจยึดเอกสาร และ ยึดเครื่องสแกนม่านตา จำนวน 4 เครื่อง ได้ภายใน บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ย่านรามคำแหง เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ว่าเครื่องดังกล่าวเก็บข้อมูลสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน มีการถ่ายโอนหรือเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน เพราะอาจมีผลกระทบในอนาคต ส่วนผู้ต้องหาขณะนี้ยังไม่กำหนดเป็นบุคคลใดบ้าง ซึ่งต้องเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ก่อนจะทราบว่าใครเกี่ยวข้อง 

ร.ต.อ.สุรวุฒิ เผยว่า ดีเอสไอ มีการพูดคุยทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าจะมีการมากล่าวโทษใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยกรณีสแกนม่านตาในประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดว่าเป็นความผิดหรือไม่ แต่มีกฎหมายเทียบเคียงเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากมีการสแกนม่านตาเพื่อแลกเหรียญดิจิทัล เมื่อแลกเหรียญดิจิทัลแล้วจะเข้าข่าย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นกฎหมายของ ก.ล.ต. ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันว่าความผิดอะไร เนื่องจากการสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏ แต่ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีการร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว 

ร.ต.อ.สุรวุฒิ เผยอีกว่า สำหรับการตรวจค้นวันนี้พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ไม่เคยบอกและปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้มีการเก็บข้อมูลการสแกนม่านตาไว้ บอกแค่ว่าลบข้อมูลไปทั้งหมดแล้ว แต่ดีเอสไอไม่เชื่อจึงต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์หรือตรวจสอบต่อไป ส่วน บริษัทเอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มี นาย อ. เป็นเจ้าของ พบความเชื่อมโยงกับ บริษัททีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด (TIDC WORLDVERSE COMPANY LIMITED) แต่เดิมแรกมีผู้ก่อตั้งเป็นชาวสิงคโปร์ ชื่อนายจอร์จ และจากนั้นก็มีการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นมาเป็นของนาย อ. (นายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการคนปัจจุบัน) ซึ่งนาย อ. นี้ก็เป็นกรรมการของบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) อีกด้วย จึงทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ เราจึงต้องเข้าตรวจค้นในวันนี้ว่าใครคือตัวการแท้จริง แต่เราก็ยังไม่ได้พบนาย อ. ในจุดบ้านพัก เพราะเจ้าตัวแจ้งว่าอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ได้นัดหมายสอบปากคำในฐานะพยานไว้เรียบร้อยแล้วภายในสัปดาห์หน้า โดยพนักงานสอบสวนได้กำหนดประเด็นคำถามไว้ว่าเจ้าตัวมีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เพราะเรามีหลักฐานชัดเจนว่าเขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลพอสมควร เราพบได้จากทั้งเอกสารและการบัญชี 

"วันนี้ไม่เจอตัว นาย อ. ซึ่งติดต่อมาว่าทำธุระอยู่ต่างจังหวัด แต่มีการประสานส่งหมายเรียกให้แล้วก็จะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมประเด็นสอบถามไว้หมดแล้ว หลังพบว่า นาย อ. มีชื่อเป็นกรรมการทั้ง 4 บริษัท รวมทั้งมีข้อมูลว่า นาย อ. เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทสินทรัพย์ ค่อนข้างชัดพอสมควร"

ส่วนกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับ ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่มีภาพปรากฏในวันที่มีการลงนาม MOU นั้น ร.ต.อ.สุรวุฒิ ระบุว่าหลังจากนี้จะต้องเชิญมาให้ข้อมูลว่าเกี่ยวข้องในเรื่องใดบ้าง ตอนนี้อยากให้เป็นในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ไม่ใช่ประเด็นเรื่องการเมือง

ทั้งนี้ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยไปสแกนม่านตาดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวน ซึ่งขณะนี้มีมาบ้างแล้วแต่เป็นเพียงส่วนน้อย อาจเป็นเพราะด้วยนิสัยคนไทย ยังไม่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนเข้าค้นเป้าหมาย 5 จุด ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1.บริษัท ทีไอดีซี โฮสดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 18 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 2.บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด ตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 127 เกษรทาวเวอร์ ชั้นที่ 25 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 3.บริษัท ทีไอดีซี จำกัด ตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 127 เกษรทาวเวอร์ ชั้นที่ 25 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 4.บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 11/1 ซอยรามคำแหง 121 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และ 5.หมู่บ้านลดาวัลย์ พระราม 2 (สงวนบ้านเลขที่) เป็นบ้านพักของนายโอภาส เฉิดพันธุ์ ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด (TIDC WORLDVERSE COMPANY LIMITED) กรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (คดีพิเศษที่ 148/2568) เพื่อตรวจค้น รวบรวมพยานหลักฐานเอกสาร และพยานวัตถุ สำหรับนำใช้ขยายผลทางคดี

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top