วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
เพิ่มสิทธิพิเศษ!
ทหาร3กลุ่มลุยสู้รบ‘ไทย-เขมร’
ตั้งศูนย์ข่าวร่วมฯสกัดเฟคนิวส์
“บิ๊กเล็ก” ลงนามตั้ง “ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย-กัมพูชา”มี พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี เป็นผอ.ศูนย์ฯ เพื่อป้องกันเข้าใจคลาดเคลื่อน-บิดเบือน- ลดยั่วยุ เสี่ยงตึงเครียด ยันยึดก.ม.ระหว่างประเทศ-หลักมนุษยธรรม ด้านผบ.ทบ.เพิ่มสิทธิพิเศษทหาร3 กลุ่มสู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ บวกคะแนน 15% ให้โควต้าสอบนายสิบ 156 อัตรา ส่วนกลุ่มบาดเจ็บ ได้สิทธิ์นายสิบ 50 อัตรา บรรจุทหารชั้นประทวน 30 อัตรา
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามตั้งศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชาตามแนวทางที่ระบุไว้ใน Joint Statement ข้อ 16 โดยมีพลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และพลโท เทวัญ ตันกุล เป็นเลขานุการศูนย์ฯ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผช.ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย–กัมพูชาเผยว่า รมว.กลาโหมลงนามตั้งศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย – กัมพูชา ตามแนวทางที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement (จอยน์สเตทเมนท์) ข้อ 16 มีตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และพล.ท.เทวัญ ตันกุล เป็นเลขานุการศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม
ทั้งนี้ การตั้งศูนย์ฯดังกล่าว เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน ลดความเสี่ยงของการยกระดับความตึงเครียด และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนไทย ตลอดจนประชาคมโลก การดำเนินงานของศูนย์ฯจะยึดหลักความชอบธรรมเป็นอันดับแรก ทุกการสื่อสารจะผ่านการตรวจสอบให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศหลักมนุษยธรรม และข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ โดยหลีกเลี่ยงถ้อยคำยั่วยุ การเหมารวมหรือการลดทอนศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย เพื่อให้การสื่อสารของประเทศไทยสามารถยืนหยัดได้ในทุกเวที ตั้งแต่ระดับในประเทศจนถึงเวทีระหว่างประเทศ
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวต่อว่า ศูนย์ฯจะยึดแนวทางสันติวิธีเชิงรุก ซึ่งไม่ใช่การนิ่งเฉยต่อสถานการณ์แต่เป็นการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อควบคุมการยกระดับของความขัดแย้ง โดยแยกอย่างชัดเจนระหว่างการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ กับการสร้างความเกลียดชังหรือความแตกแยกในสังคม ในด้านการทำงานกับสื่อมวลชน ศูนย์ฯจะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลกลาง จัดทำคำชี้แจงอย่างเป็นทางการในรูปแบบต่างๆ อาทิ Q&A (คิวแอนเอ) , Factsheet (แฟกต์-ชีต”) , Timeline (ไทม์ไลน์) ข้อเท็จจริงและข้อมูลด้านมนุษยธรรม เพื่อสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนให้สามารถรายงานข่าวได้อย่างรอบด้าน ถูกต้อง และลดความเสี่ยงต่อการขยายความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวย้ำว่า การตั้งศูนย์ฯสะท้อนเจตนารมณ์รัฐบาลในการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อการปกป้องอธิปไตย ควบคู่กับการคุ้มครองพลเรือน และรักษาพื้นที่การเจรจาอย่างสันติในระยะยาวซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนไทย และสอดคล้องกับความคาดหวังของประชาคมโลก ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชานี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อโต้ข่าวหรือเอาชนะทางอารมณ์แต่เพื่อรักษาความชอบธรรมของรัฐไทยผ่านการสื่อสารที่สันติ โปร่งใส และยั่งยืน
จากสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา กำลังพลกองทัพบกตลอดแนวพื้นที่ชายแดนได้เสียสละทุ่มเทกำลังกายและใจปฏิบัติภารกิจ เพื่อควบคุมพื้นที่และพิทักษ์รักษาอธิปไตยไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ตรากตรำพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องดังกล่าว จึงมอบให้กรมกำลังพลทหารบกกำหนดแนวทางการส่งเสริมความก้าวหน้าในการรับราชการทหารในกองทัพบกให้กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถ เนื่องจากช่วงที่ปฏิบัติราชการสนาม อาจทำให้กำลังพลขาดโอกาสเตรียมความพร้อมทั้งด้านวิชาการและสมรรถภาพร่างกายในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละพิทักษ์รักษาความมั่นคงของประเทศ จึงกำหนดสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามตามคำสั่งดังกล่าว ดังนี้
1.กำลังพลทุกนายจะได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษ สำหรับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ประจำปี 2569 จำนวนร้อยละ 15 ของคะแนนเต็มการสอบคัดเลือก ซึ่งเป็นการเพิ่มจากคะแนนเพิ่มพิเศษอื่นๆ ที่กองทัพบกได้กำหนด2.กำลังพลประเภททหารกองประจำการที่ปฏิบัติราชการสนามและขอเลื่อนปลดจากกองประจำการ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นอกจากได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ประจำปี 2569 จำนวนร้อยละ 15 แล้ว จะได้รับโควตาจำนวนที่นั่งสอบนักเรียนนายสิบทหารบก 156 อัตราด้วย
ทั้งนี้ กำลังพลที่สนใจและมีคุณสมบัติครบติดตามรายละเอียดการรับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานของกองทัพบก ตามโครงการ One Stop Service ประเภทนายทหารประทวน ประจำปี 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ https://recruitment.rta.mi.th/ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 มกราคมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยต้นสังกัด เพื่อรับโอกาสปฏิบัติหน้าที่และต่อยอดเส้นทางทหารอาชีพในรั้วกองทัพบก
สำหรับกำลังพลที่มีรายชื่อตามคำสั่งจักรพงษ์ภูวนารถและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนามตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมเป็นต้นไป ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญและห่วงกำลังพลซึ่งต้องใช้เวลารักษาพยาบาลและพักฟื้น จึงมอบให้กรมกำลังพลทหารบกเปิดจำนวนที่นั่งเพิ่มให้กำลังพลกลุ่มดังกล่าว ในการเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก 50 อัตรา และบรรจุเป็นนายทหารประทวน 30 อัตรา โดยให้หน่วยต้นสังกัดสำรวจกำลังพลที่ประสงค์และมีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมการระดับกองทัพบกให้ได้รับตรงตามสิทธิต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี