วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
"ยศชนัน"ลุยบางรัก เตะบอลกับเยาวรุ่น-ฟังปัญหาพื้นที่ ดันโมเดล"Common Space"พลิกฟื้นที่รกร้าง ขายนโยบาย"คนไทยไร้จนเติมเงิน 3,000-ปลุกพลังสูงวัย Reskill สร้างอาชีพ"
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ศูนย์นันทนาการบางรัก (ใต้ทางด่วน) กรุงเทพมหานคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นำคณะผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส.ลงพื้นที่พบปะเยาวชนและประชาชน ในพื้นที่ของ นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 เบอร์ 8 โดย นายยศชนัน ได้ร่วมเล่นฟุตซอลและบาสเกตบอลกับกลุ่มนักเรียนที่มาออกกำลังกาย พร้อมถือโอกาสรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ทางด่วนและบริเวณโดยรอบอย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์คนในชุมชนมากที่สุด
นายยศชนัน กล่าวภายหลังการแลกเปลี่ยนความเห็นว่า ความสำเร็จในการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้ง กทม.และกระทรวงต่างๆ การพูดคุยในวันนี้ทำให้เห็นความชัดเจนในความต้องการของพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพอากาศและความปลอดภัย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องและเยาวชนใช้งานพื้นที่ได้อย่างมั่นใจ การออกแบบเมืองใหม่ (Urban Design) คือการสร้างโอกาสให้ลูกหลานได้พบปะผู้คน เรียนรู้ความหลากหลายในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
นายยศชนัน ยังเน้นย้ำเรื่อง "คนไทยไร้จน" ซึ่งจากการลงพื้นที่ทำให้เห็นปัญหาเชิงลึก เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง หรือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียงและแบกรับภาระค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งสวัสดิการเดิมอาจไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วน เติมเงินให้ประชาชนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน อย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน
"หลายคนอาจมองว่าเป็นการแจกเงิน แต่แท้จริงแล้วนี่คือกระบวนการดึงข้อมูลเข้าระบบ เพื่อให้รัฐทราบพิกัดความเดือดร้อนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการปรับสายรถเมล์ในคลองเตย หรือภัยพิบัติต่างๆ หากรัฐมีข้อมูลเหล่านี้ เราจะสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เช่น กรณีน้ำท่วม ต้องช่วยชีวิตคนก่อน กฎระเบียบว่ากันทีหลัง เพื่อให้เขากลับมายืนได้ด้วยตัวเอง เพราะประเทศไทยและคนไทยคือทีมเดียวกัน" นายยศชนัน กล่าว
นอกจากนี้ ยังเน้นศักยภาพของ "สังคมสูงวัย" โดยมองว่าวัย 60 ปี คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สามารถ Reskill หรือสร้างอาชีพจากสิ่งที่รัก รวมถึงนำประสบการณ์มาถ่ายทอดข้ามรุ่น เช่น อดีตนักกีฬาทีมชาติ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะให้เอื้อต่อเศรษฐกิจชุมชน จัดสรรพื้นที่แนวตั้งให้คุ้มค่าเหมือนโมเดลในญี่ปุ่น เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายทำมาหากินรอบพื้นที่ได้ โดย นายยศชนัน ได้ทิ้งท้ายขอโอกาสให้ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 33 เขต ได้เข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน
ด้าน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า พื้นที่แห่งนี้เดิมถูกปล่อยรกร้างมานานหลายสิบปี ตนในฐานะผู้ผลักดันโครงการเล็งเห็นว่า พื้นที่ชั้นในที่มีความหนาแน่นสูงอย่างบางรัก จำเป็นต้องมีพื้นที่ส่วนกลาง (Common Space) ให้คนทุกวัยได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งถือเป็น Pain Point หลักที่พรรคเพื่อไทยพยายามแก้ไข แม้จะมีข้อจำกัดด้านระเบียบราชการ แต่ความสำเร็จของศูนย์นันทนาการบางรักแห่งนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถเปลี่ยนพื้นที่ใต้ทางด่วนให้เป็นศูนย์รวมใจของชุมชนได้ ซึ่งปัจจุบันรองรับทั้งลานกีฬา กิจกรรมเยาวชน และบริการตรวจสุขภาพครบวงจร
"หัวใจของการพัฒนาเมืองไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือการทำให้เมือง "มีชีวิตชีวา" ผู้คนอยากออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้ที่นี่เป็นโมเดลต้นแบบ เพื่อขยายผลไปสู่การพัฒนาที่ดินรกร้างของรัฐอีกกว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร ทั้งพื้นที่การรถไฟฯ และกรมทางหลวงชนบท ให้กลายเป็นพื้นที่คุณภาพสำหรับประชาชน" นายวิพุธ กล่าว
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมผลักดันนโยบาย "เมืองดีมีที่ให้" ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ 1.พัฒนาที่ดินรัฐรกร้างเป็นลานกิจกรรม 2.แก้ปัญหาพื้นที่ส่วนกลางในหมู่บ้านจัดสรร และ 3.ใช้มาตรการผังเมืองและภาษีจูงใจเอกชนให้แบ่งปันพื้นที่หน้าอาคารเพื่อสาธารณประโยชน์
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี