วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะกรณีการแต่งกายของผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะกรณีการแต่งกายของผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ และแจ้งให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบต่อไป
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันกฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติในเรือนจำบางประการ ยังไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและหลักสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้ผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศอาจเผชิญการเลือกปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการแต่งกาย การปฏิบัติระหว่างการควบคุมตัว และระหว่างการพิจารณาคดี
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานต่อผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่การรับตัว การจัดกลุ่ม การควบคุมดูแล การส่งเสริมสุขภาพ และการคุ้มครองจากการละเมิดทางเพศ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ
ขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบว่าด้วยเครื่องแต่งกายของผู้ต้องขัง ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับเพศสภาพ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัย และสิทธิของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ รวมทั้งยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สำหรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบรายงานผลการพิจารณานี้ รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ต้องขังให้มีความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรี และความเสมอภาคของผู้ต้องขังทุกคน ไม่ว่าจะมีความหลากหลายทางเพศในลักษณะใด และจะเดินหน้าปรับปรุงกฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะกรณีการแต่งกายของผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ และแจ้งให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบต่อไป
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันกฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติในเรือนจำบางประการ ยังไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและหลักสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้ผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศอาจเผชิญการเลือกปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการแต่งกาย การปฏิบัติระหว่างการควบคุมตัว และระหว่างการพิจารณาคดี
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานต่อผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่การรับตัว การจัดกลุ่ม การควบคุมดูแล การส่งเสริมสุขภาพ และการคุ้มครองจากการละเมิดทางเพศ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ
ขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบว่าด้วยเครื่องแต่งกายของผู้ต้องขัง ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับเพศสภาพ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความปลอดภัย และสิทธิของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ รวมทั้งยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สำหรับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบรายงานผลการพิจารณานี้ รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ต้องขังให้มีความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรี และความเสมอภาคของผู้ต้องขังทุกคน ไม่ว่าจะมีความหลากหลายทางเพศในลักษณะใด และจะเดินหน้าปรับปรุงกฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี