วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
“สีหศักดิ์” แจ้งอุปทูตสหรัฐฯ กังวลใจถูกเหมารวม ปมระงับวีซ่าถาวร 75 ประเทศ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย ขณะที่ กต.สหรัฐฯ แจงระงับแค่วีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ ไม่เกี่ยววีซ่าท่องเที่ยว-ธุรกิจ
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวเรื่องสหรัฐอเมริกาประกาศระงับกระบวนการออกวีซ่าถาวร (immigrant visas) โดยมีไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ว่าได้เชิญอุปทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย มาพบหารือพูดคุย เพื่อรับทราบรายละเอียดข้อมูล ซึ่งอุปทูตสหรัฐฯ แจ้งว่ายังไม่มีข้อมูลทั้งหมด และพยายามหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ พร้อมชี้แจงว่า การระงับวีซ่านี้ เฉพาะกลุ่มบุคคลที่ไปอยู่ถาวร ไปอยู่ในระยะยาว หรือบุคคลที่มุ่งหวังจะมีสัญชาติอเมริกันดังนั้น นักเดินทาง นักธุรกิจ นักศึกษา ไม่เกี่ยว ขอให้เข้าใจตรงนี้ และการระงับดังกล่าวไม่ได้ประกาศถาวรต่อเนื่อง แต่เพื่อขอดูกระบวนการ ดูสถานการณ์ในภาพรวม ซึ่งเหตุผลที่มีการประกาศนี้ เนื่องจากสหรัฐมองว่า งบประมาณสำหรับดูแลบุคคลเหล่านี้ ที่หลายคนต้องพึ่งระบบสวัสดิการของอเมริกัน ทำให้ไปแย่งงบประมาณที่จะไปดูแลในส่วนของคนอเมริกัน ซึ่งตนเองได้มอบคุณอุปทูตสหรัฐฯ ที่ได้มาชี้แจง และจะหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้แสดงความกังวลและไม่สบายใจว่าการจะเหมารวมทุกประเทศ ใน 75 ประเทศนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เหมือนกับหลายประเทศในกลุ่มดังกล่าว เหตุใดถึงไม่คุยกับแต่ละประเทศเป็นรายๆ ไป และคนไทยที่อยู่ในอเมริกัน ที่อยู่แบบผิดกฎหมายอาจไม่เยอะ หากเทียบกับบางประเทศ และมีบางประเทศที่อาจจะมีปัญหามากกว่าไทยถึงแม้ไม่อยู่ในลิสต์ ซึ่งคนไทยที่อยู่ในอเมริกาหลายคน ประกอบอาชีพสุจริต ทำงานในสาขาต่างๆ รวมถึงมีการเปิดร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นการช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปที่สหรัฐอเมริกา
“ด้วยเหตุนี้จึงสงสัยว่าเหตุผลที่การประกาศนี้เป็นเพราะอะไรกันแน่ ที่ประกาศแบบเหมารวม ซึ่งตรงนี้ฝ่ายสหรัฐฯ ต้องทำให้เกิดความกระจ่าง เพราะขณะนี้มีการส่งสัญญาณที่ปิดในเรื่องของความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ เพราะผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่งมาเยือนไทย และบอกว่าจากนี้เราต้องเดินหน้าความสัมพันธ์ ซึ่งไทย-สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่พิเศษ เป็นพันธมิตรที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เหตุใดไทยถึงไปอยู่ในลิสต์นี้ และมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามเหล่านี้ ซึ่งอุปทูตสหรัฐอเมริกาก็เข้าใจ และความจริงแล้วต้องมองในภาพรวม เพราะจริงๆ แล้ว มีบริษัทไทย ที่ไปลงทุนในอเมริกา สร้างงานเป็นหมื่นงานให้กับคนอเมริกัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ภายใต้ข้อตกลงที่กำลังเจรจาเรื่องภาษีการค้า เราจะลงทุนมากขึ้น ซื้อสินค้ามากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ทำคุ้มหรือไม่กับความรู้สึกของคนไทย สวนทางกับนโยบายที่กำลังเดินหน้าหรือไม่ เพราะฉะนั้นภายในสหรัฐฯ คงต้องไปคุยกันเอง เพื่อให้มีทิศทางเดียวกัน และการที่เชิญอุปทูตสหรัฐฯ มาพูดคุยเพราะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจของคนไทย เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของประเทศไทย ว่า ทำไมถึงได้รับการปฏิบัติแบบนี้ และหลังจากนี้ขอให้รอฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมจากสถานทูตสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน นายมาร์โค รูบิโอ รมว.การต่างประเทศ สหรัฐฯ ระบุว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กงสุลระงับการยื่นคำร้องขอวีซ่าผู้อพยพจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งที่ออกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ให้เพิ่มความเข้มงวดของกฎเกณฑ์เกี่ยวกับผู้อพยพที่อาจกลายเป็น “ภาระของภาครัฐ” ในสหรัฐฯ มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากข้อจำกัดด้านการเข้าเมืองและการเดินทางที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้ต่อเกือบ 40 ประเทศก่อนหน้านี้ และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการยกระดับมาตรฐานการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ
“รัฐบาลทรัมป์กำลังยุติการเอาเปรียบระบบและการใช้การเข้าเมืองของอเมริกาในทางที่ผิด โดยผู้ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์จากประชาชนชาวอเมริกัน การดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศเหล่านี้จะถูกระงับไว้ชั่วคราว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศประเมินขั้นตอนการดำเนินการด้านการเข้าเมืองอีกครั้ง เพื่อป้องกันการเข้าประเทศของชาวต่างชาติที่อาจเข้ามาใช้สวัสดิการและผลประโยชน์จากรัฐ” กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์
สำหรับการระงับการรับคำร้องวีซ่าผู้อพยพดังกล่าวจะเริ่มมีผลในวันที่ 21 มกราคมนี้ แต่ไม่ครอบคลุมถึงผู้ยื่นขอวีซ่าชั่วคราวหรือวีซ่าที่ไม่ใช่ผู้อพยพ เช่น วีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ขอวีซ่าส่วนใหญ่ โดยคาดว่าความต้องการวีซ่าประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนและหลายปีข้างหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพหรือร่วมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2026 และโอลิมปิกปี 2028
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่ามีการส่งคำสั่งอีกฉบับไปยังสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลกว่าผู้ยื่นขอวีซ่าไม่ใช่ผู้อพยพควรถูกตรวจสอบความเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจขอรับสวัสดิการสาธารณะในสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ หนังสือคำสั่งดังกล่าวซึ่งถูกส่งออกไปเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า จากการเปิดโปงการฉ้อโกงสวัสดิการสาธารณะครั้งใหญ่ทั่วสหรัฐฯ รัฐบาลทรัมป์จึงมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะขจัดและป้องกันการทุจริตในโครงการสวัสดิการของรัฐ โดยอ้างถึงคำร้องขอวีซ่าไม่ใช่ผู้อพยพส่วนใหญ่
หนังสือคำสั่งซึ่งเอพีได้มายังระบุให้เจ้าหน้าที่กงสุลตรวจสอบให้แน่ใจว่าชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องได้รับการตรวจสอบและคัดกรองอย่างครบถ้วน ว่าจะไม่พึ่งพาบริการสาธารณะก่อนจะออกวีซ่าให้ ทั้งยังเน้นย้ำหลายครั้งว่าเป็นหน้าที่ของผู้ยื่นขอวีซ่าที่จะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาจะไม่ขอรับสวัสดิการสาธารณะระหว่างอยู่ในสหรัฐฯ และหากเจ้าหน้าที่กงสุลสงสัยว่าผู้สมัครอาจขอรับสวัสดิการ ควรขอให้พวกเขากรอกแบบฟอร์มเพื่อแสดงหลักฐานความมั่นคงทางการเงินของตน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี