วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
ลุยยกเลิก2สัญญา‘อิตาเลียนไทย’
‘หนู’ท้าฟ้องได้เลย
ฉะเป็นภัยต่อสาธารณะ
บริษัทรับเหมาฉาวดิ้น
อ้างสัญญายังบังคับใช้
“อนุทิน” รุดตรวจเครนถล่มพระราม 2 ย้ำสั่งเลิกสัญญา 2 โครงการมรณะ ชี้เป็นภัยต่อสาธารณะ ถ้าไม่พอใจก็ให้ไปฟ้องศาลปกครองได้เลย ขณะที่ “อิตาเลียนไทยฯ” ปักหลักสู้ แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ถูกเลิกสัญญา 2 โครงการ “สีคิ้ว-พระราม2”แม้นายกฯ สั่งการ พร้อมเดินหน้าเยียวยาผู้เสียหายจากเครนไฮสปิดเทรนถล่มที่สี่คิ้วเบื้องต้นศพละ 1.69 ล้าน
เมื่อเช้าวันที่ 16 มกราคม 2568 นายวรวุฒิ หิรัญยไพศาลสกุล เลขานุการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือITD แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่าตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งยกเลิกสัญญาของบริษัทอิตาเลียนไทย 2 โครงการที่เกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟโดยสารที่จังหวัดนคราชสีมาและสะพานบริเวณถนนพระราม 2 นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่าสัญญาทั้ง 2 โครงการ ดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ และบริษัทฯ ยังปฏิบัติตามสัญญา
ตามที่มีกรณีอุบัติเหตุเครนยกชิ้นส่วน Segment คอนกรีต (Launching Girder) ตกทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะกำลังวิ่งผ่านพื้นที่ก่อสร้างในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญา 3-4 ของบริษัท รวมถึงกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างและชิ้นส่วน Segment คอนกรีตหล่นบนถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฏในข่าวนั้น
ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย
บริษัทขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ บริษัทฯ ขอแสดงความรับผิดชอบในการดูแลจ่ายเงินค่าชดเชยและเยียวยาต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และพร้อมจะเร่งรัดดำเนินการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งครอบคลุมถึงความรับผิดชอบการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไว้แล้ว สำหรับโครงการอื่นๆ ของบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ
ทั้งนี้ ITD แจ้งทิ้งท้ายว่า จะพิจารณาทบทวนและปรับปรุงมาตราการด้านความปลอดภัยให้รอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป
ขณะที่บรรยากาศการเคลื่อนไหว ราคาหุ้น ITD ร่วงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ณ เวลา 10.47น. ยังอยู่ที่ 0.18 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือ 10% ราคาสูงสุด 0.19 บาท ราคาต่ำสุด 0.15 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 11.22 ล้านบาท
“หนู”หงุดหงิดเครนถล่ม
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเดินทางไปตรวจเครนถล่มที่ถนนพระราช 2 นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาไทย มให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนมาสู่ตนเลย ย ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้สั่งการไป เนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซาก ที่สำคัญเกิดเหตุสองครั้งติดกัน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ดังนั้น คงคุยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เราต้องใช้อำนาจทางปกครอง
“ในการสั่งให้หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา ขอย้ำว่า ใช้คำว่า บอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยกเลิกสัญญา เพราะคำว่ายกเลิกสัญญาต้องมาดูว่าใครผิดใครถูก แต่ถ้าบอกเลิกสัญญา คือ รัฐเห็นว่าหากกระทำเช่นนี้ต่อไป จะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ จึงต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา”นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการกระทรวงคมนาคมแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ
ไม่สนเอกชนฟ้องกลับ
ส่วนบริษัทเอกชนจะมีช่องทางฟ้องกลับรัฐบาลได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องได้หมด รัฐบาล และหน่วยงาน ต้องมีความมั่นใจ ซึ่งการประชุมวานนี้ (15 ม.ค.) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด ได้ร่วมหารือด้วย ทุกอย่างความเรียบร้อย และมีความเห็นตรงกัน หากทำเพื่อประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน และคนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับ เราก็ต้องต่อสู้ในฐานะรัฐ
ส่วนเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วได้ผู้รับเหมารายใหม่ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานเจ้าของโครงการ นี่คือรัฐเป็นอันตราย เห็นว่าประชาชนของรัฐเป็นอันตราย รัฐก็แจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการเพื่อหยุดความเป็นอันตราย
เมื่อจะถามว่า การขึ้นบัญชีดำจะมีระยะเวลานานเท่าไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วก็มีขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้เป็นหมวดคำว่าทิ้งงาน ซึ่งมีคำจำกัดความอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับไว้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็รับทราบ และดำเนินการ
สั่งไปแล้วต้องปฎิบัติตาม
ส่วนโครงการอื่นๆ ของบริษัทผู้รับเหมารายนี้ จะต้องมีการมารายงานอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้อง ตนไม่ใช่เจ้าของงาน แต่สั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่เห็นสิ่งที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน เมื่อสั่งแล้วก็ต้องไปปฏิบัติ
ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงคมนาคมมาเป็น 10 ปี หากจะเลือกกลับมาอีก ประชาชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าใครโพสต์และเจตนารมย์เป็นอย่างไร ขออย่าถามเอาข่าว ถามให้โต้เถียงกันไปมา ผู้สื่อข่าวรู้คำตอบดี รู้ว่าใครโพสต์ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการใช้ชีวิตของตน และการทำงานไม่เชื่อเรื่องแบบนี้
เมื่อถามย้ำว่า แต่ในช่วงการเลือกตั้งอาจจะถูกหยิบโยงไปดิสเครดิตทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา การจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้ อยู่ที่น้องประชาชนจะตัดสินใจ
เมื่อย้ำอีกว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบกลับว่า “รำคาญมากกว่า ไม่ได้กังวล และทำไม่ได้ รำคาญไปก็หายใจลึกๆ 2-3 ครั้ง และแผ่เมตตาไปเท่านั้น“
ส่วนจะทนได้หรือไม่ นายกฯ”ร้องโอ้โห“แล้วบอกว่า เรื่องของความทนก็มาวัดกันสิ พร้อมกล่าวต่อว่าไม่มีอะไรหรอก แผ่เมตตา และแนะนำให้ผู้สื่อข่าวใช้วิธีนี้ด้วยเวลาอารมณ์ไม่ดี แค่หายใจเข้าออกลึกๆพุธโธ ๆรับรองว่าไม่เกิน 10 ครั้ง ถ้าไม่หลับ ก็หายโกรธ สำหรับตนส่วนใหญ่จะหลับพุทโธ ครั้งที่ 6 ก็หลับแล้ว
พิพัฒน์ตั้งคณะกก.สอบแล้ว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริงและสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ โดยให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบภายใน15วัน นับตั้งแต่วันนี้
รฟท-ITD จ่ายเยียวยา
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯและบริษัทผู้รับจ้างจะมอบเงินเยียวยา1,340,000 บาท ต่อราย ส่วนกรณีบาดเจ็บ การรถไฟฯจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย หากมีความเสียหายอื่นๆหรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน
ตามมาตรฐานงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น
เคลียร์พื้นที่ภายใน7วัน
ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะรซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน พร้อมเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตรวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
เบื้องต้นศพละ1.69 ล้าน
ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา (หลังใหม่) นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ สาธารณสุขจังหวัดฯ ปภ.นครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม เรื่องการพิจารณาการเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจาก เหตุการณ์ เครนถล่มใส่ขบวนรถไฟ
นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุ เครน ก่อสร้างสะพานรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟโดยสารที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย เบื้องต้นผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาจาก รฟท. จำนวน 1 ล้านบาท และจากกรมธรรม์ประกันภัยอีกจำนวน 340,000 บาท นอกจากนี้จะได้รับเงินเยียวยาจากพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 อีกรายละ 200,000 บาท และ 150,000 บาท จาก บมจ.อิตาเลียนไทย รวมเป็นเงินเบื้องต้น 1,690,000 บาท สำหรับผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 50,000 บาท และจะได้รับตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด
รื้อเครนยักษ์ด้านบน
ส่วนด้านโครงสร้างที่เกิดเหตุ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้นำเครนขนาด 500 ตัน จำนวน 2 คัน เข้าถอดโครงสร้างเครนด้านบน คาดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน และในส่วนการเยียวยาได้ดำเนินการผ่านระบบประกันภัยของบริษัทประกันภัย สำนักงานประกันสังคม ยุติธรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา โดยดูแลเป็นรายกรณีรวมถึงผู้สูงอายุ ทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุทั้งหมดได้เก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว เพื่อพิสูจน์และ ทยอย ส่งมอบคืนไปบ้างแล้ว
นายชัยสิทธิ์ ภูผารัตน์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยกู้ชีพ มูลนิธิฮุก 31 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ กู้ภัยพร้อมรถฉุกเฉินได้ทยอยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งรวม 6 ร่าง จากเหตุการณ์เครนตกทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้วกลับภูมิลำเนา ประกอบด้วย อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา, จ.นนทบุรี และอีก 4 ร่างไปส่งยังคาร์โก้เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานีตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งเราดำเนินการให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สรุปยอดรวมส่งไปแล้ว 6 ร่าง ต้องขอขอบคุณกำลังเจ้าหน้าที่ รพ.มหาราชทุกส่วน และอาสาสมัครฮุก 31 ที่ช่วยกันอำนวยความสะดวกญาติผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ มูลนิธิฮุก 31 ได้เตรียมรถฉุกเฉินไว้บริการจำนวน 50 คัน และเจ้าหน้าที่ 150 นาย ในการอำนวยความสะดวกหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการจัดส่งผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา หรือนำร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา โดยแบ่งเป็นรถพยาบาล 20 คัน สำหรับส่งผู้บาดเจ็บ และรถยนต์ 30 คัน สำหรับนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา
คืนผิวจราจรพระราม2
ความคืบหน้าเหตุการณ์คานปูนและเครนซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 (กม.30+300) ถนนพระราม 2 พื้นที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ถล่มลงมาเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้รถของประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนถูกเครนทับ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 คน ติดอยู่ในซากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
โดยวานนี้ทางทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พร้อมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ประสานกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง ดำเนินการนำร่างของผู้เสียชีวิต 2 รายในรถออกมาได้เป็นผลสำเร็จ และส่งศพชันสูตรที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้บริเวณที่เกิดเหตุยังคงอยู่ในสภาพเดิม โดยมีการนำเครนขนาด 550 ตัน 2 คัน มาพยุงซากที่ปรักหักพังไว้เพื่อรอดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปของกรมทางหลวง ซึ่งได้ให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ ประเมิน และวางแผนเพื่อหาแนวทางในการนำเครนลงจากตอม่อเพื่อเร่งคืนผิวจราจร
เรียกตัวพยานตรวจสอบ
ส่วนด้านคดีพ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้มีการเรียกตัวพยาน ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเบื้องต้นแล้วหลายปากแต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดสมุทรสาคร อีกทั้งต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์จากตำรวจพิสูจน์หลักฐานและวิศวกรรมสถานอีกด้วย ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ค่อนข้างติดขัด แต่ยังคงเคลื่อนที่ได้เรื่อยๆ โดยฝั่งขาออกและขาเข้ากรุงเทพฯ สามารถใช้ช่องจราจรคู่ขนานได้เพียงช่องเดียวเท่านั้น
“นายกฯ”ลงเครนถล่มพระราม2
เมื่อเวลา 14.00น. ที่จุดเกิดเหตุเครนถล่ม ถนน.พระราม 2 นายอนุทิน ขาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฎิบัติงาน ติดตามรับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ เหตุเครนหล่นลงมาทับรถยนต์ที่กำลังแล่นอยู่บนถนนพระราม 2 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร
โดยนายอนุทิน รับฟังรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร โดยนายอำนาจ รายงานมาตรการเยียวยาว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ รายแรก คือ นายสมพงษ์ ได้เงินบำเหน็จชราภาพจากการเสียชีวิต 6,100 บาท เงินเยียวยาตาม พรบ.รถยนต์อีก 35,000 บาท รวม 41,000 บาท ส่วนอีก 1 ราย คือ นายศราวุฒิ ได้เงินบำเหน็จฯ 50,000 บาท เงินเยียวยาตาม พรบ.รถยนต์ 35,000 บาท รวม 40,000 บาท นอกจากนั้น นายศราวุฒิ ยังมีเงินประกันชีวิตของตัวเองอีกด้วย 2 บริษัท คือ ยอด 720,000 บาท และ 1,000,000 บาท สำหรับการเคลียพื้นที่ด้วยว่า คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมทางหลวง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี จากนั้น นายอนุทิน ได้สวมหมวกเซฟตี้ เพื่อเข้าไปดูยังจุดที่เครนถล่มทับรถ โดยไม่ให้สื่อตามเข้าไปเนื่องจากเป็นจุดอันตราย
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ว่า มาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้นอย่างที่บอกไปขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้
เมื่อถามว่าหลังจากนี้หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วจะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรง เรื่องที่สีคิ้วก็เกิดขึ้นจาก เครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้ว segment คอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีตไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกันเกิดขึ้นจากตัว โครงสร้างรองรับ (supporting Structure)
อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
เมื่อถามว่ากรณีสีคิ้วทางผู้รับเหมาขอโอกาสรัฐบาลขอสานงานต่อทำให้เสร็จ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาล ได้เห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญาแต่ตรงนี้ มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณะประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้ เมื่อถามถึงกรณีแบล็คลิส นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องแบล็คลิสจะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญาหรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญาทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามีการถอดบทเรียนหลายครั้ง กับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน ก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมาดู ว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง
ท้าเอกชนฟ้องกลับได้เลย
“ซึ่งเราก็ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญาซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้”นายอนุทิน ย้ำ
“รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการมันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ทางรัฐมนตรี จึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น”นายกฯ กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจน ว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็เป็นโครงการต่อเนื่องรถไฟความเร็วสูงไทยจีนอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่าพอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ตามสบาย” สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้เพราะจะให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ใช่ มองว่ายิ่งดี ยิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ใช้คำสั่งทางการปกครอง
เมื่อถามว่าสรุปแล้วสาเหตุหลักมาจาก เครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษซึ่งเมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้วจึงถามไปว่าแล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเวลาดึง ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ทางหลวงอนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วคุณจะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจสำหรับผมเรียกว่าทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึงดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร
นายอนุทิน ยังกล่าวต่อว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อนโดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสบุ๊ค ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ
ทรงเสียพระราชหฤทัย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและ ทรงเสียพระราชหฤทัย ต่อเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงบริเวณเกาะกลางถนนพระราม 2 อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และทับรถยนต์ที่แล่นผ่านมา ทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต
ในการนี้ ทรงรับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชา นุเคราะห์ และทรงรับผู้เสียชีวิตไว้เป็นศพในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยรายละ 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตกับพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี