วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
‘อนุทิน’ ยันหาก ‘ภูมิใจไทย’ ได้กลับมาบริหารประเทศ ไม่มีนโยบายประชานิยม พร้อมลุยคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เชื่อประชาชนพอใจ 50:50 อยู่แล้ว ไร้ 70:30 ชี้ผลโพลดูไว้เป็นกำลังใจ เน้นทำงานใกล้ชิดชาวบ้านมากกว่า แจง ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องเดินหน้า เหตุสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ มั่นใจทำพรรคเดียวได้ ลั่นพร้อมดีเบต แต่ไม่มีเวลาไปขัดแย้งบนเวทีกับใคร ปัดตอบคัดพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล
วันที่ 17 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ถนนคนเดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีนโยบายประชานิยม ซึ่งในส่วนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง จะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ให้พี่น้องประชาชน และจะไม่เป็น 70 : 30 เหมือนบางพรรค เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่แล้วในโครงการคนละครึ่ง และงบประมาณก็มีอยู่แล้ว เพราะการทำโครงการพวกนี้จะต้องมีงบประมาณจึงทำได้
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงผลสำรวจความเห็นต่อคะแนนนิยมพรรคการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ดูไว้เป็นกำลังใจ แต่ในการทำงานจริงๆ เชื่อมั่นเรื่องการลงพื้นที่อย่างทุ่มเท สม่ำเสมอ และใกล้ชิดประชาชนให้มากที่สุด ไม่ได้เอาผลโพลมาเป็นตัวนำในการลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน
เมื่อถามถึงโครงการแลนด์บริดจ์ในพื้นที่จังหวัดระนอง จะยังเดินหน้าโครงการต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ตนเป็นคนเริ่มมาตั้งแต่สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีคุมกระทรวงคมนาคม คงจะต้องทำต่อไปเพราะมีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจ และการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงสุด
เมื่อถามว่า มีพรรคการเมืองอื่นสนับสนุนการทำโครงการแลนด์บริดจ์ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทำคนเดียวได้แน่นอน
เมื่อถามถึงความรู้สึกในการหาเสียงในวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เน้นอยู่สองจังหวัดคือ ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นเกินคาด ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ด้วยความทราบซึ้งจริงๆ ส่วนมั่นใจว่าจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมั่นใจสิครับ ก่อนจะหัวเราะใส่ผู้สื่อข่าว
เมื่อถามว่าเมกะโปรเจกใหญ่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และภาคใต้ตอนบนจะมีอะไรบ้างนั้น นายอนุทิน กล่าวว่าไม่ได้พูดระดับจังหวัด เพราะการเป็นรัฐบาลต้องทำภาพรวมทั้งประเทศ ต้องเน้นการพัฒนายกระดับการคมนาคมขนส่ง เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ประชาชนและผู้ผลิตมีโอกาสในการเสริมสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ผลักดันให้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 3 4 ต่อไปให้มากที่สุด สิ่งสำคัญคือการบริหารงบประมาณในแต่ละปี
เมื่อถามถึงการขึ้นเวทีดีเบตจะไปเองหรือมอบใครแทนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นดีเบตจะไป แต่หากเป็นการเถียงกัน ต่างคนต่างคิดว่าจะกำจัดคู่แข่ง หรือสร้างข้อขัดแย้งอย่างไร ตนไม่ไป เพราะไม่มีเวลาไปขัดแย้งกับใคร ขอนำเวลาไปหาพี่น้องประชาชน ใช้เวลาราชการทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และคิดว่าทำแบบนี้ถือว่าดีแล้ว
เมื่อถามทิ้งท้ายว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งมีความเห็นกับการคัดเลือกพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร นายอนุทินหัวเราะ และไม่ได้ตอบคำถาม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี