วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.30 น.

”สีหศักดิ์“ สั่ง กต.ตอบโต้ ประท้วงสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายนิกรเดช พลางกูร  เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แถลงพัฒนาการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาใช้ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังพบการละเมิด Joint Statement  จากฝ่ายกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม  เช่น ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ก็ได้หยิบยกกรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในบริบทการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement  ข้อ 6  ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น  


ล่าสุดปรากฏรายงานข่าวในสื่อกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จากสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติราชการอยู่ที่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการชี้แจงทันที เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้ 

ข้อแรก  การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่สามารถยอมรับได้ 

ข้อที่ 2 ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญและอยู่เหนือการปกครอง ฝ่ายกัมพูชาเองโดยเฉพาะผู้แทนระดับสูงในระดับวุฒิสมาชิกควรจะตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง 

ข้อที่ 3 กรณีนี้ถือเป็น อีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฎบัตรอาเซียน และขัดต่อ  Joint Statement โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 6 ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว 

ข้อ 4 ในการนี้ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและในสภากัมพูชา ให้มีวิจารณญาณยุติการออกแถลงการณ์ หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใดๆ และแสดงความจริงใจและความสุจริตใจในการปฏิบัติตาม Joint Statement  ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาที่เข้มข้นระหว่างสองฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน 

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ดังนี้  โดยการมีหนังสือประท้วงในเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และมีหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องด้วย 

ขอเรียนว่า ไทยและกัมพูชามีช่องทางสื่อสารระหว่างกันหลายช่อง และใน Joint Statement  เองก็ระบุให้ทั้งสองฝ่ายคงไว้ซึ่งการสื่อสารโดยตรงและ สม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด อีกทั้งยังกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวของทางการทั้งสองฝ่ายด้วย 

ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองต่างๆ ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดได้แสดงไมตรีจิตโดยให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาทั้งด้านมนุษยธรรม และในการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆโดยตลอด และหวังจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย 
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top