'เอ็ดดี้'ร่ายยาวคดี 44 สส.พรรคส้ม จับตาสึนามิทางการเมือง!
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คดี 44 สส.พรรคส้ม ยังไงศาลจะตัดสินว่า ผิดแน่นอนและจะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต เรื่องนี้ต้องเขึยนยาวแต่ถ้าไม่อ่านจนจบคุณพลาดข้อมูลสำคัญ
อ.วีระ รายงานข่าวถึงเรื่อง ปปช.เลื่อนลงมติชี้ขาด และท่านยังวิเคราะห์ในรายการว่าเพราะอะไรไปตามเนื้อผ้า แต่ถ้าคนฟังเป็นติ่งส้มก็จะเห็นฉากทัศน์ในมุมของตนเองว่า พรรคส้มโดนกลั่นแกล้ง
ส่วนตัวผมพอจะเดาได้ว่า ถ้าศาลตัดสินก่อนการเลือกตั้งกับหลังการเลือกตั้งจะมีผลกระทบต่อทางการเมืองที่ต่างกันอย่างรุนแรงอย่างไร แต่ขอไม่นำมาเขียน
แต่ผมจะขออนุญาตมาวิเคราะห์ในมุมมองของผมว่า ความจริงเป็นอย่างไร
1. คดีนี้ศาลตัดสินแล้วว่ามีความผิดจริงจนนำไปสู่การยุบพรรค ขนาดพรรคยังโดนยุบ ดังนั้น สส.ก้าวไกลที่ร่วมลงชื่อก็ไม่น่าจะรอดจากความผิดไปได้ และจะกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งหรือเป็นการเล่นการเมืองจากมือที่มองไม่เห็นย่อมไม่ถูกต้อง จริงมั้ย?
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า การเสนอแก้ ม.112 เป็นการล้มล้างการปกครอง ได้ถูกศาล รธน. ตีตรารับรองไว้แล้ว จะผูกพันทุกองค์กร และมาตรฐานจริยธรรมข้อที่ร้ายแรงที่สุดคือ "การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์" เมื่อศาล รธน. ชี้ว่าพฤติการณ์นี้คือการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยเป็นอื่นว่า "ไม่ผิดจริยธรรม"
การกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้งหรือมีมือที่มองไม่เห็น เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองและ"กลยุทธ์การสื่อสารทางการเมือง" (IO) เพื่อรักษาฐานมวลชน ให้รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมและรวมพลังกันต่อ แต่ในทางคดี ข้อเท็จจริงทางกฎหมายมัดตัวแน่นหนามาก
2. ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า แกนนำหลายคนของพรรคส้มสละสิทธิ์ไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ ด้วยคำพูดเท่ๆ ว่า เป็นการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ และสร้างภาพพจน์การไม่ยึดติดกับอำนาจ
แต่ความจริงน่าจะเพราะมีการประเมินแล้วว่า จะโดนศาลตัดสินความผิดจากคดีนี้นั่นเอง
หากแกนนำเหล่านี้ลงสมัครแล้วชนะ แต่ต่อมาถูกศาลฎีกาตัดสินตัดสิทธิ์ จะทำให้พรรคเสียเก้าอี้ ต้องเลือกตั้งซ่อม และเสียโมเมนตัม
3. กฎหมายมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนี่เองเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่พรรคการเมืองส่วนมากสนับสนุนให้ประชาชนลงมติ “ เห็นชอบ” ให้แก้รัฐธรรมนูญ
4. หากศาลฎีกาตัดสินตัดสิทธิ์ 44 สส. (ซึ่งหลายคนเป็นแกนนำพรรคประชาชนในปัจจุบัน) หลังจากเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ไปแล้ว จะเกิดสินามิทางการเมืองในสภา พรรคประชาชนจะสูญเสียแม่ทัพที่มีประสบการณ์และบารมีไปเกือบหมด (รุ่น 1 โดนยุบ, รุ่น 2 โดนตัดสิทธิ์) เหลือเพียง "รุ่น 3" ที่กระดูกทางการเมืองยังไม่แข็ง ซึ่งอาจทำให้พรรคอ่อนแอลงในการอภิปรายและการต่อสู้ในสภา
กรณี 44 สส. คือบทพิสูจน์ว่า รธน. 60 ออกแบบมาเพื่อปราบโจรในคราบนักการเมือง
การที่แกนนำพรรคส้มไม่ลงเลือกตั้งคือการยอมรับความจริงข้อนี้ และพยายามรักษาขุมกำลังสุดท้ายไว้
ส่วนการแก้ รธน. คือความพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของนักการเมือง เพื่อปลดแอกออกจากรัฐธรรมนูญปราบโจรนี้
ความจริงยังไงก็เป็นความจริง
44 สส.เดิมของพรรคก้าวไกลกำลังรอให้ ป.ป.ช.ลงมติในคดี “จริยธรรมร้ายแรง” จากการร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
คดีนี้ต่อยอดมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าการเดินหน้านโยบายแก้ ม.112 ของพรรคก้าวไกล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการหาเสียงนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลและพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำนี้ถูกมองว่าอันตรายต่อความมั่นคงรัฐ และนำไปสู่คดีจริยธรรมที่ ป.ป.ช.กำลังรอลงมติ
คำวินิจฉัยนี้ถูกใช้เป็นฐานโดยกกต.ยื่นยุบพรรคก้าวไกล (7 ส.ค. 2567) และ ป.ป.ช.ไต่สวน สส.44 คน ในข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง (ข้อ 5-6)
กระบวนการไต่สวนในชั้นอนุกรรมการของ ป.ป.ช. เสร็จแล้ว เหลือขั้นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่บรรจุวาระและลงมติว่าจะ “ชี้มูลผิด–ยกคำร้อง–หรือชี้ผิดบางคน” ในคดีจริยธรรมนี้
การลงมติจะพิจารณาเป็นรายบุคคลทั้ง 44 คน ไม่ใช่เหมารวมคนเดียวกันทั้งหมด
หาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกา (แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) วินิจฉัย ซึ่งอาจนำไปสู่โทษตัดสิทธิทางการเมืองยาวนาน หรือถึงขั้นตลอดชีวิต
ส่วนติ่งส้มที่มาคอมเมนต์ว่า ถ้าศาลตัดสินคดี 44 สส.ว่ามีความผิดจริง จะทำให้เกิด “เนปาลโมเดล“ ?
“เนปาลโมเดล” หมายถึงแนวคิดหรือตัวอย่างจากสถานการณ์การเมืองในเนปาล ในประเด็นการล้มเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์
นี่คือคำขู่และความต้องการของติ่งส้ม ใช่หรือไม่? "
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี