วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
"อภิสิทธิ์-ชัยวุฒิ"เปิดลานปราศรัยกลางทุ่ง ขอคะแนนเสียงคนสุโขทัย กระทุ้งอย่าขายเสียง "รับเงินพันบาท"สูญเสียโอกาสไปอีก 4 ปี พร้อมชูนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร 1 หมื่นบาท เอาใจเกษตรกร
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ที่ทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.สุโขทัย หาเสียง พร้อมกับเปิดลานปราศนัยกลางทุ่งนา โดยมีประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมฟัง
โดย นายชัยวุฒิ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า วันที่ 8 ก.พ.อำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกครั้ง การเข้าคูหาไม่ใช่เพียงการเลือกใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการเซ็นชื่อมอบอำนาจ ให้ไปบริหารบ้านเมืองแทน หากเลือกเพราะถูกซื้อ อนาคตของประเทศและลูกหลานจะตกอยู่ภายใต้วงจรการเมืองสีเทาที่จ้องแต่จะถอนทุนคืน
"การซื้อเสียง คือการซื้อขาดเมื่อเขาเอาเงินมาซื้อ เรากาให้เขา ถือว่าหายกัน ไม่มีหนี้บุญคุณต่อกัน หลังจากนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาสนใจปัญหาของประชาชนอีก เพราะถือว่าได้ซื้อสินค้าไปแล้ว ทั้งนี้ การซื้อขายเสียงคือการดูถูกประชาชน และไม่มีใครให้เงินฟรีๆ โดยไม่หวังผลคืน คิดให้ดีก่อนมอบอำนาจการบริหารประเทศให้ใคร" นายชัยวุฒิ กล่าว
ขณะที่ นายอภิสิททธิ์ ซึ่งสวมเสื้อม่อฮ่อม กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ความตั้งใจแรกที่ตนกลับมาที่ จ.สุโขทัย คือ อยากกลับมาทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่การเมือง เจอคนบ่นว่าการเมืองทุจริต มีการตกลงโดยประชาชนไม่รู้อยู่ตรงไหน ทั้งนี้ การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องการนำเงินมาซื้อ
"ผมไม่รู้ใครให้เท่าไร เป็นพันบาท ลองคิดดู 4 ปี ได้เงินพันบาท ตกวันละไม่ถึงบาท แต่ต้องแลกกับการสูญเสียหลายอย่าง เพราะการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้สิ่งที่อยากได้มานานไม่เกิดขึ้น ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลตลอดไป การคอร์รัปชันปัจจุบันร้ายกว่าเดิม เพราะมีทุนเทามาจากสแกมเมอร์ หลอกลวงเอาเงินมาซื้ออำนาจเพื่อไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกจับ แม้จะมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการแต่ถูกจัดการช้ามาก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายหลายเรื่อง เช่น เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า สิทธิการรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือ 50,000 บาท เพื่อให้ปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ หากได้เป็นรัฐบาลจะเริ่มต้นทำทันที เพราะได้คำนวณงบประมาณไว้แล้ว นอกจากนั้นยังมีนโยบายให้เกิดการจ้างงานคนพิการ ดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด มีเงินอุดหนุนแรกเกิด 5,000 บาท และปีแรกให้ทุกเดือนๆ รวมปีแรกได้ 65,000 บาท และเปิดบัญชีให้เด็กเพื่อรับเงินอุดหนุนเดือนละ 500 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้เมื่ออายุครบ 18 ปี เพื่อให้นำไปเรียนต่อ และมีนโยบายเรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตรด้วยว่า ประกันราคาข้าว 1 หมื่นบาท หากขายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มให้ครบ 1 หมื่น นอกจากนั้นมีการจ่ายล่วงหน้า คือ ช่วยต้นทุน ตั้งแต่การเพาะปลูก 1,000 บาท แต่จะไม่หยุดแค่นี้ เพราะมีนโยบายลดต้นทุนการทำนา ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เกษตรกรเข้าถึงได้ โดยอาศัยท้องถิ่น สภาเกษตร สหกรณ์ มีเครื่องมือให้ยืมไปใช้ ขณะที่ผลผลิตต้องแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
"ผมขอเสียงหากอยากได้บ้านเมืองสุจริตและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ช่วยเลือกและให้โอกาสผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าไปทำงานให้ประชาชน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายมีชาวบ้านตั้งคำถามถึงเงินอุดหนุนส่วนต่างราคามันสำปะหลังที่ไม่เคยได้รับ ไม่เคยดูแลอย่างทั่วถึงจากรัฐบาลก่อนๆ นายอภสิทธิ์ กล่าววว่า "ไม่เลือกปฏิบัติแน่นอน จะมีทั้งมันสำปะหลัง ข้าว ยางพารา ต้องได้รับการประกันราคา"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ และคณะได้ลงพื้นที่ และเปิดลานปราศรัยที่ จ.สุโขทัย แล้ว จะเดินทางต่อไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ประชาธิปัตย์ หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ ที่ตลาดร่วมใจเทศบาล หน้าสถานีรถไฟพิษณุโลก ด้วย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี