ยศชนัน ปิดทัวร์อีสานเหนือ ประกาศล้างหนี้เสีย ตัดจบหนี้ผู้สูงอายุ

ยศชนัน ปิดทัวร์อีสานเหนือ ประกาศล้างหนี้เสีย ตัดจบหนี้ผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.59 น.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และคณะแกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ณ ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เป็นเวทีสุดท้ายของทริปทัวร์อีสานเหนือ 2 วัน 3 จังหวัด 7 เวที ตั้งแต่ บึงกาฬ หนองคาย และอุดรธานี มีมีประชาชนร่วมนับหมื่นมาร่วมฟังปราศรัย มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง หมูยอ แจ่วบอง ข้าวแต๋น บรรยากาศคึกคัก

นายยศชนัน ขึ้นปราศรัย ขอพี่น้องชาวอุดรธานี "เหมาทั้งจังหวัด" และกล่าวว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ วันแห่งความหวังจะเริ่มขึ้น ขออาสาเปลี่ยนความหวังให้เป็นความจริง เปลี่ยนอุดรธานีไปตลอดกาล วันนี้ผมมาแสดงวิสัยทัศน์ให้เห็นว่า "แดงทั้งแผ่นดิน" เป็นอย่างไร เราจะทำประเทศให้มีรายได้สูง โดยเริ่มที่ "อุดรธานี" เมืองหลวงของเพื่อไทย เพราะหัวใจคือประชาชน วันนี้มีความสุขเหมือนได้กลับบ้าน ขอฝากเนื้อฝากตัว ถ้าได้เป็นนายกฯ จะมาหาตลอด แต่ผมเดินคนเดียวไม่ได้ ต้องขอ ส.ส. ยกทั้ง 10 เขต


ยศชนัน

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ต้องเดินหน้าปรัชญา "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส" เปลี่ยนอุดรฯ สู่จังหวัดรายได้สูง โดยเริ่ม "รดน้ำที่ราก ไม่ใช่รดที่ใบ" เพราะคนรากหญ้าสำคัญที่สุด รอบนี้ จะแก้หนี้ทั้งระบบ: หนี้เสีย 200,000 บาทตัดจบ, ผู้สูงอายุมีหนี้เสียตัดจบทันที, และพักชำระหนี้เกษตรกร ท่านใดรายได้ไม่ถึง 3,000 บาท รัฐบาลพร้อมสมทบคืนศักดิ์ศรีให้ "คนไทยไร้จน" พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งทั้งระบบ

พร้อมเน้นย้ำเรื่องเศรษฐกิจว่า จะช่วย SME ให้ค้าขายดีขึ้น ส่วนโครงการคนละครึ่ง ในยามลำบากพี่น้องจ่าย 50 ไม่ไหว เพื่อไทยขอกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ด้วยสูตร "รัฐบาล 70 พี่น้อง 30" นอกจากนี้ จะปั้นอุดรฯ ทำเกษตรมูลค่าสูงแปรรูปเป็น "เมืองหลวงสมุนไพร" สร้างโรงเรียนกีฬาปั้นอาชีพ และปักหมุดเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวที่ทั่วโลกต้องมาเยือน

ในช่วงท้าย นายยศชนัน สรุปว่า "อุดรธานีต้องค้าขายดี เป็นศูนย์กลางการลงทุนของอีสาน แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าอุดรฯ ไม่ใช่อุดรฯ ของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นขออุดรฯ 10 เขตไปเลยได้หรือไม่ครับ"

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวเปรียบเปรยพื้นที่แห่งนี้ว่าเป็นเสมือน "สนามกีฬาทั้งชาติของคนเสื้อแดง" และหากจะนับอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของจิตวิญญาณนักต่อสู้ก็คงไม่ผิดนัก โดยนายณัฐวุฒิได้เริ่มต้นด้วยการส่งความคิดถึงถึงพี่น้องประชาชนหลังจากห่างหายจากเวทีใหญ่ไปกว่า 2 ปี

ยศชนัน

พร้อมกันนี้ยังได้ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าคนเสื้อแดงทิ้งพรรคเพื่อไทยหรือพรรคกำลังจะสูญพันธุ์ โดยท้าให้ผู้ที่สบประมาทมาฟังเสียงตะโกนและดูพลังที่หนาแน่นในวันนี้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าความผูกพันยังคงแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง

ในส่วนของการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ นายณัฐวุฒิระบุว่า คือโอกาสสำคัญที่ประชาชนต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อผลักดันให้พรรคเป็นรัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาหนี้สิน ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้

นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังได้ให้ความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือครั้งแรกที่ประชาชนจะหย่อนบัตรในขณะที่ "ดร.ทักษิณ ชินวัตร" ยังอยู่ในเรือนจำ ดังนั้นการเลือกพรรคเพื่อไทยจึงเปรียบเสมือนการยืนยันว่าคนอุดรธานียังไม่ลืมผลงานและนโยบายในอดีต โดยระบุว่า "กาเพื่อไทย 2 ใบ เพื่อประกาศว่าคนอุดรธานียังมีทักษิณอยู่ในหัวใจ"

นายณัฐวุฒิยังได้เปิดใจถึงการยืนหยัดอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับตนที่นี่คือ "บ้าน" ที่เติบโตและต่อสู้มา ตราบใดที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังอยู่ ตนก็ไม่อาจทิ้งไปไหนได้ พร้อมยืนยันว่าตนคือคนเสื้อแดงแท้จริงที่อยู่ด้วยหัวใจ ไม่ใช่อามิสสินจ้าง และยกตัวอย่าง "ขวัญชัย ไพรพนา" ที่แม้ร่างกายจะบอบช้ำแต่ก็ยังมาร่วมเวทีด้วยจิตวิญญาณ

ยศชนัน

นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงข้อครหาเรื่องการเยียวยาคนเสื้อแดงในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ใน 3 ด้านหลักภายใน 7 เดือนแรก คือ 1. การประสานสภาทนายความประกันตัวผู้ต้องขังการเมือง 2.การจัดตั้งเรือนจำชั่วคราวหลักสี่เพื่อแยกนักโทษการเมือง 3.การอนุมัติเงินเยียวยาทุกสีเสื้อรายละ 7.75 ล้านบาท ส่วนความล่าช้าในคดีความอื่นๆ นั้นเกิดจากขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่การละเลยของพรรค

ทางด้าน นายสุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขึ้นปราศรัยเน้นย้ำถึงปัญหายาเสพติด โดยระบุว่านอกจากนโยบายเพื่อไทยจะทำให้ประชาชน "กินอิ่มและนอนอุ่น" แล้ว เรายังใส่ใจปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาด เราจะบำบัดผู้ติดยาเสพติดด้วยการตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดประจำจังหวัดทุกแห่ง เพื่อนำลูกหลานกลับคืนสู่ครอบครัว

นอกจากนี้ยังได้แจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับ "เงินสีเทา" และขบวนการซื้อเสียงที่กำลังระบาด โดยระบุว่ามีรายงานการซื้อเสียงใน กทม. สูงถึงหัวละ 7,500 บาท แต่มาถึงอุดรฯ กลับเหลือเพียง 2,500 บาท พร้อมแนะวิธีรับมือว่า "ถ้าเขาเอาเงินมาให้ก็รับไว้ แต่เวลาเข้าคูหาให้กาเพื่อไทย"

นายสุทินยังได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยระบุว่าแม้จะเป็นคนเก่งแต่ "มือไม่ถึง" ในการจัดการวิกฤต เห็นได้จากเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุด น้ำท่วมหาดใหญ่ และเหตุการณ์เครนตกทับรถไฟ ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการ

ยศชนัน

ในขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย คือ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถระดับโลก มีผลงานวิจัยมากมาย และเป็นผู้บริหารระดับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาชาติ จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวอุดรธานีในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ให้กาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อส่งต่อความหวังให้ ดร.ยศชนัน เข้าไปทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ สำหรับผู้สมัคร สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขต ประกอบด้วย นายโกเมนทร์ ทีฑธนานนท์ เขต1 เบอร์2 , นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร เขต2 เบอร์1 , นายสมัคร บุญปก เขต3 เบอร์2 , นายไตรภพ คำเพชร เขต4 เบอร์3 , นายกรวีร์ สาราคำ เขต5 เบอร์2 , นายประชาชาติ แสนแก้ว เขต6 เบอร์2 , นายธีระชัย แสนแก้ว เขต7 เบอร์6 , นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เขต8 เบอร์8 , นายวัชรพล ขาวขำ เขต9 เบอร์6 และ นางเทียบจุฑา ขาวขำ เขต10 เบอร์5

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top