ยันไทยคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม ‘กองทัพ’โต้เขมร กล่าวหาทำลายตาควาย เตือนหยุดปล่อยข่าวเท็จ

ยันไทยคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม ‘กองทัพ’โต้เขมร กล่าวหาทำลายตาควาย เตือนหยุดปล่อยข่าวเท็จ

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยันไทยคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม

‘กองทัพ’โต้เขมร

กล่าวหาทำลายตาควาย

เตือนหยุดปล่อยข่าวเท็จ

ทบ.ยกระดับคุมชายแดน

ลุยล้างบางไซเบอร์สแกม

 

กองทัพ โต้ข้อกล่าวหาเขมร ลั่นไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยประชาชน สิทธิมนุษยชน-คุ้มครองมรดกวัฒนธรรม แนะใช้กลไกทวิภาคี มากกว่ากล่าวอ้างฝ่ายเดียวในที่สาธารณะ ขณะที่โฆษก ทบ.แถลงความร่วมมือคุมเข้มชายแดน ปราบ Cyber Scam ขยายผลจับกุมเครือข่ายลอบส่งสัญญาณข้ามแดน


เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชาเปิดเผยว่า ไทยยืนยันจุดยืนแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้กลไกทวิภาคีเป็นหลัก พร้อมให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชน สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม หลังเกิดกระแสข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาในหลายประเด็น กรณีกัมพูชากล่าวหาไทยทำลายปราสาทตาควายและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้โบราณสถานนั้น ไทยยืนยันไม่สนับสนุนการกระทำใดๆ ที่กระทบโบราณสถานหรือศาสนสถาน พร้อมขอให้ประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันก่อนการเผยแพร่ข้อมูลหรือกล่าวหา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตึงเครียด

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตย กรณีอัญเชิญพระพุทธรูปบริเวณช่องอานม้านั้น พล.อ.อ.ประภาสยืนยันว่า เราเคารพความเชื่อและวัฒนธรรมของทุกฝ่าย และเห็นว่าประเด็นอ่อนไหวควรอยู่ในกรอบการหารืออย่างเป็นทางการมากกว่าการกล่าวหาในที่สาธารณะ โดยไทยพร้อมประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านช่องทางที่เหมาะสม เพื่อรักษาบรรยากาศสันติและความไว้วางใจระหว่างกัน

ในประเด็นที่กัมพูชาร้องขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เข้าติดตามสถานการณ์ โดยกล่าวหาว่าไทยทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินประชาชน ไทยขอย้ำว่าเราให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมสากล และมุ่งลดผลกระทบต่อพลเรือนเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบใดๆควรตั้งอยู่บนหลักฐาน ข้อเท็จจริง ความเป็นกลางและความเป็นมืออาชีพ ไม่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำหรับสถานการณ์ผู้พลัดถิ่น ไทยแสดงความเห็นใจผู้ได้รับผลกระทบ และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านมนุษยธรรมที่เหมาะสม อีกทั้ง ขอให้ทุกฝ่ายสื่อสารข้อมูลอย่างรับผิดชอบ ไม่สร้างกระแสที่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น

ขณะเดียวกันกรณีเขมรขอบคุณ UNESCO และกล่าวหาว่าทหารไทยโจมตีมรดกโลก ไทยยืนยันพร้อมสนับสนุนบทบาทของ UNESCO ในการอนุรักษ์มรดกโลก และเห็นว่าการพิจารณาความเสียหายควรอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลาง ไม่ใช่ข้อสรุปฝ่ายเดียว ไทยพร้อมให้ความร่วมมือในกระบวนการที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้มรดกวัฒนธรรม ถูกนำมาใช้เป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้ง นอกจากนี้ ไทยย้ำขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดียวที่อาจเพิ่มความตึงเครียด และร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพ เพื่อส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจและเสถียรภาพในภูมิภาค

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวถึงกรณีกองกำลังบูรพาร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และกสทช. ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบส่งสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดนผ่านสายสื่อสารในต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)ว่า จากการตรวจสอบพบตู้จุดส่งต่อสัญญาณบริเวณบ้านเลขที่ 142/2 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีคนไทยในพื้นที่เป็นเจ้าของ และให้บริษัทเอกชนเป็นผู้เช่าพื้นที่ตั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตปล่อยสัญญาณไปกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งได้ประสานงานให้บริษัทเอกชนเจ้าของเครือข่ายเข้าชี้แจงสาเหตุและที่มาของสัญญาณดังกล่าว เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงการใช้โครงข่ายนี้หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ การป้องกันและปราบปรามการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกนอกจากการป้องกันอธิปไตย ทั้งการปราบปรามยาเสพติด การจับกุมการลักลอบเข้าเมือง และที่สำคัญขณะนี้คือ การบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการปราบปราม Cyber Scam ซึ่งกองทัพบกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความร่วมมือกับที่ตำรวจในการสืบสวนขยายผลทางเทคนิค และการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการที่มักใช้ช่องทางชายแดนเป็นเส้นทางผ่าน

สำหรับกรณีดังกล่าว ที่พบการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตส่งไปเขมรนั้น เรามีกฎหมายที่ควบคุมและบังคับใช้อยู่แล้ว รวมถึงมีมติ กสทช. ซึ่งมีคำสั่งห้ามส่งสัญญาณในลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการนำไปใช้ผิดกฎหมายและถ้าพบเป็นการลักลอบดำเนินการก็จะเป็นความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม ฐานประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ปัจจุบันกองกำลังบูรพาร่วมกับตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจับกุมเครือข่ายขบวนการที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top