พีระพันธุ์ ชูนโยบายแก้จน-รื้อโครงสร้างพลังงาน ย้ำน้ำมัน 25 บาท/ลิตรทำได้จริง!

พีระพันธุ์ ชูนโยบายแก้จน-รื้อโครงสร้างพลังงาน ย้ำน้ำมัน 25 บาท/ลิตรทำได้จริง!

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.58 น.

"พีระพันธุ์"ชูนโยบายแก้จน-รื้อโครงสร้างพลังงาน ย้ำน้ำมัน 25 บาท/ลิตรทำได้จริง! หนุนกองทัพจบปัญหาชายแดน จี้รัฐตัองเยียวยา บีบกัมพูชาต้องชดเชยไทย

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ "ศึกคนชน AI" ทางช่อง one 31 โดยระบุถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า นอกจากปัญหาเรื่องไทย-กัมพูชาแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศคือเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้มองปัญหาเศรษฐกิจเป็นเพียงเรื่องของตัวเลข GDP แต่มองไปที่เศรษฐกิจปากท้องของคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำ และมนุษย์เงินเดือนที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ซึ่งทางพรรคมีนโยบายที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับประชาชน ด้วยการตั้งกองทุนเพื่อให้กู้ยืมเงินแบบไม่คิดดอกเบี้ยวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชน 1 ล้านคน ได้กู้เงินเริ่มต้นคนละ 50,000 บาท ไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องกู้นอกระบบ ควบคู่ไปกับการจ้างงานภาครัฐอีก 300,000 ตำแหน่ง และการนำระบบ "ใช้หนี้ด้วยงาน" เข้ามาเพื่อยกเลิกและแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)


นอกจากนี้ ยังมีแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้วยการตั้งกองทุนเพื่อดูแลสังคม โดยจะเก็บภาษีจากธุรกิจรายใหญ่ที่มีกำไรเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไปมาดูแล ที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยทำมาแล้วในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยยืนยันว่าค่าไฟ ค่าน้ำมัน และแก๊สหุงต้มต้องลง ซึ่งตั้งเป้าหมายให้น้ำมันอยู่ที่ 25 บาทต่อลิตร ไฟฟ้าอยู่ที่ 3.30 บาท และก๊าซหุงต้มอยู่ที่ 360 บาท/15 กก.

นายพีระพันธุ์ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายลดราคาน้ำมันเหลือ 25 บาทต่อลิตร ว่า โครงสร้างราคาน้ำมันของไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลไกลเศรษฐกิจอย่างที่ตั้งคำถาม แต่ปัญหาอยู่ที่การเริ่มต้นผิดจากการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 29 บาทเศษ แต่ต้นทุนเนื้อน้ำมันแท้จริงยังไม่ถึง 20 บาท ส่วนที่เหลือเป็นภาษีและเงินที่ส่งเข้ากองทุนน้ำมัน โดยแนวทางการแก้ไขคือการปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนจากการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ มาใช้ระบบ Cost Plus ซึ่งเป็นการคิดราคาจากต้นทุนจริงบวกกำไรที่เหมาะสม พร้อมทั้งยกเลิกการเก็บภาษีซ้ำซ้อน และปรับบทบาทกองทุนน้ำมันให้เป็นคลังน้ำมันสำรองของประเทศ จะทำให้ราคาน้ำมันจาก 29 บาทกว่า ๆ ลงมา 25 บาทได้ทันที

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ว่า ปัจจุบันเมื่อราคาน้ำมันต้นทางลดลง รัฐกลับไม่ลดภาษี แต่เลือกขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อให้ราคาหน้าปั๊มอยู่เท่าเดิม ส่งผลให้ประชาชนต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและยืนยันว่า การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันตามแนวทางที่เสนอ ไม่ได้กระทบรายได้รัฐ และไม่ได้ทำลายวินัยการคลัง เพราะรัฐยังมีรายได้เท่าเดิม

นายพีระพันธุ์ ยังระบุถึงเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี "ต้องเป็นคนที่สะอาด" ซึ่งกรอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลจะต้องเป็นนโยบายที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน ทั้งการจัดการปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องดำเนินการให้จบอย่างแน่นอน การจัดการปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ทุนเทา และกลุ่มสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการจัดการกับทุนพลังงานที่เข้ามาครอบงำประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะต้องไม่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยระบุว่า แม้กองทัพจะสามารถยึดพื้นที่กลับมาได้เกือบทั้งหมด แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องยึดให้ได้ทั้งหมด และที่สำคัญคือยุทธศาสตร์กองทัพเมื่อเดินหน้าแล้วต้องเดินให้จบ ไม่ใช่เดินแล้วหยุด หยุดแล้วเดิน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลในฐานะฝ่ายนโยบายต้องสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ ไม่ควรเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติการด้านการป้องกันประเทศ

"ปัญหาชายแดนลักษณะนี้กองทัพรับรู้มานานแล้ว และเคยประเมินว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในอนาคต แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลใดรับฟังอย่างจริงจัง" นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ทางทหาร คือการทำให้ "สิ้นสภาพภัยคุกคาม" รัฐบาลต้องสนับสนุนให้กองทัพมีขีดความสามารถ มีอาวุธ และมีขวัญกำลังใจเพียงพอ ไม่เพียงแค่ยึดพื้นที่คืนมา แต่ต้องสามารถรักษาพื้นที่นั้นไว้ได้ในระยะยาว สำหรับแนวคิดเรื่องรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ควรมีรูปแบบไม่จำเป็นต้องเหมือนกันตลอดแนว คำว่า "รั้ว" ไม่จำเป็นต้องเป็นรั้วแบบกายภาพเสมอไป อาจเป็น "ลวดหนาม" หรือ "รั้วคน" คือการให้ประชาชนเข้าไปทำมาหากินเพื่อยืนยันแนวเขตแดนให้ชัดเจน หากมีการรุกล้ำต้องถือเป็นปัญหาทันที ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยาประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบ

"ผมไปเยี่ยมที่กันทรลักษ์ ทุกคนพูดเหมือนกันว่า ทำไมเวลาไปเจรจาสันติภาพ ไม่พูดถึงคนไทยที่ต้องบาดเจ็บล้มตาย จะรับผิดชอบชดเชยอย่างไร นี่เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลหน้าจะต้องดำเนินการ มันไม่เกี่ยวกับสงคราม แต่คนไทยเหล่านี้ต้องได้รับการชดเชยจากกัมพูชา"

นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า ผู้นำกัมพูชาเข้าข่ายเป็น "อาชญากรสงคราม" เนื่องจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาล ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร ส่งผลให้ประชาชนไทยเสียชีวิตจำนวนมาก

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top