วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
'เท้ง ณัฐพงษ์'ลุยสยามสแควร์ วัยรุ่นขอเซลฟี่ให้กำลังใจพรรคส้ม ก่อนขึ้นปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์เย็นนี้
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน นำทีมผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ สส. เขตกทม. เดินทางมาหาเสียง ที่สยามเซ็นเตอร์ โดยมีประชาชนจำนวนมาก ให้การต้อนรับและเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย
ต่อจากนั้น นายณัฐพงศ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า ตนให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับการเมืองไทย อยากให้ทุกคนมองไปที่อนาคตซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ตนคิดว่าเหลือเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น ก็คือ เลือกการเมืองแบบอดีต กับการเมืองแห่งอนาคตที่เราจะสร้างประเทศไทยให้ดีกว่า ให้กับลูกหลาน

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า นอกจากเวทีปราศรัยในวันนี้ ที่สามย่านมิดทาวน์แล้ว พรรคประชาชนจะมีคาราวาน 8 สาย ไปให้คบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ก็ขอให้ทุกคนติดตามแคมเปญของพรรคประชาชนต่อไป แล้วจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ด้วย
“มั่นใจว่าเราจะได้เสียงที่มากเพียงพอ ที่เข้มแข็งมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ ส่วนเรื่องความเสี่ยงทางการเมืองเราได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว จึงอยากให้ทุกคนมั่นใจ พรรคประชาชน ถ้าอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องลังเล กาให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน”
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในการปราศรัยวันนี้ เราจะมาโชว์วิสัยทัศน์ ฉายภาพให้เห็น ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าที่ผ่านมาการเมืองในอดีตได้ฉุดรั้งประเทศไทยไว้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุการณ์เครนถล่ม ตึกสตง. ถล่ม เรื่องของสีเทาในประเทศ การจัดการภัยพิบัติที่ผ่านมาทำไมเป็นแบบเดิมๆไม่ตอบโจทย์ และครั้งนี้นอกจากที่พรรคประชาชนได้เปิดตัวทีมผู้บริหารมืออาชีพรัฐบาลประชาชนไปแล้ว เวทีปราศรัยวันนี้เราก็จะฉายภาพให้เห็นชัดยิ่งขึ้น ว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ ถ้าคุณยังลังเลเท่ากับคุณกำลังทิ้งประเทศให้จมอยู่กับอดีต ถ้าคุณอยากสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกคุณ กาให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบ
“ก็อยากจะเชิญชวนประชาชนทุกคนโหวดยุทธศาสตร์ ให้กับพรรคประชาชนจัดตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ครั้งนี้ไม่มีเสียง สว. โหวตตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าประชาชนมีฉันทามะติร่วมกันว่าไม่เอาการเมืองแบบอดีต อยากจะได้การเมืองที่สร้างอนาคตให้กับลูกหลานก็กาให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบไม่ต้องลังเลมีทางออกแน่นอนครับ”
ส่วนผลโพลที่สำรวจออกมาว่าพรรคประชาชนได้ทั้งเขต และบัญชีรายชื่อนั้น ก็ต้องขอขอบคุณชาวสมุทรปราการ และจริงๆอีกหลายจังหวัดที่ผลโพลขณะนี้ ตน และพรรคประชาชนเริ่มมีคะแนนทิ้งห่างเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามโพลล์ก็มีขึ้นมีลง “ขึ้นไม่หลง ลงไม่ท้อ” เราก็จะทำงานหนักแบบนี้ต่อไปจนถึงวันเลือกตั้ง

ส่วนที่นักวิเคราะห์หลายคนประเมินอันดับหนึ่งไม่ใช่พรรคประชาชน แต่เป็นพรรคภูมิใจไทยนั้น ตนคิดว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองก็สามารถทำได้ แต่ตนอยากจะให้ประชาชนทุกคนช่วยกันคิดว่าการเมืองคือเรื่องแห่งการเปลี่ยนแปลง และ 8 ปีที่ผ่านมา พวกคุณทุกคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่า เสียงของพวกคุณช่วยเปลี่ยนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จากสมัยพรรคอนาคตใหม่ ที่ทุกคนวิเคราะห์กันว่าจะได้เสียงต่ำ 10 แต่เสียงของพวกคุณนั่นแหละที่ทำให้พวกเรากลายเป็นพรรคที่ได้เสียง กว่า 80 ที่นั่ง และการเลือกตั้งปี 2566 ที่มักก็พูดเหมือนกันว่า พักนี้ไม่มีทางที่จะชนะเลนส์สไลด์ได้ แต่เสียงของพวกคุณก็พิสูจน์แล้ว ทำให้เรามาเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ การทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพวกเราตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่ทุกคนไม่เคยคิดไม่เคยฝันกับคำว่าสุราก้าวหน้า กับ สมรสเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะผ่านสภามาได้ แต่ก็เป็นเสียงของพวกคุณนี่แหละที่ทำให้กฎหมายต่างๆเหล่านี้ผ่านสภาได้ แล้วก็สุดท้ายเรายังมีวาระที่เรายังอยากผลักดันต่อร่วมกันคือการยกเลิกการบังคับการเกณฑ์ทหาร การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อเอาคนโกง คนทุจริต เข้าคุกให้ได้ หรือแม้แต่การผลักดันให้กองทุนประกันสังคมโปร่งใสมากยิ่งขึ้น วาระที่ก้าวหน้า ให้กับสังคมเสียงของพวกคุณทั้งนั้นที่ จะทำให้เรื่องที่พวกเขาอยากปฏิเสธเป็นเรื่องที่พวกเขาจะปฏิเสธได้อีกต่อไป ก็ขอให้จงเชื่อพลังของตัวเองในทุกๆทุกๆคน
ส่วนที่นายพิธา กลับมาช่วยหาเสียงในครั้งนี้ นายพิธาเองก็ได้ชี้แจง ไปหมดทุกอย่างแล้วและได้แสดงออกถึงความรู้สึกและความตั้งใจของตัวเอง ไปแล้ว และโดยส่วนตัวตนก็เชื่อว่าประชาชนโดยส่วนใหญ่ก็เข้าใจดี ว่าที่ผ่านมาเราสื่อสารเรื่องนี้หมายถึงอะไร ขอยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าพรรคประชาชน อยู่ข้างกองทัพที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ก็อยากสนับสนุนให้กองทัพมีความทันสมัยและทหารชั้นผู้น้อยได้รับสวัสดิการ
นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พรรคประชาชนตั้งเป้าหมายไว้คือเราได้รับเสียงสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่มากเพียงพอ ถ้าเราได้เกินครึ่งหนึ่งของสภา ก็ไม่ต้องกังวลใดๆทั้งสิ้น แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยน้อยเราก็ตั้งเป้าหมายว่าต้องทิ้งห่างจากพรรคอันดับสองซัก 30 ถึง 40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายรวมขั้วกันแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นโจทก์ของเรา ณ ตอนนี้ เรามองไปไกลว่าเราจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ได้ แต่เราชวนประชาชนทุกคนมามองว่าทางออกของประเทศคืออะไร เรามองว่าการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนที่เสียงประชาชนมีความเข้มแข็งมากพอ ถ้าประชาชนเชื่อในสิ่งนี้แบบเดียวกับเรา กาให้กับพรรคประชาชนแบบถล่มทลาย อย่างไรก็ปิดประตูทุกช่องแน่นอน ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน
นายณัฐพงศ์ กล่าวถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นในสำนักงานประกันสังคม ว่าความจริงเงินกองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มูลค่าน่าจะอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท ผู้ประกันตนทุกคนก็มีความรู้สึกย้อนแย้งเช่นเดียวกันว่ามทำไมเงินที่ผู้ใช้แรงงานทุกคนสมทบเข้าไปกลับถูกบริหารจัดการโดยพรรคที่ขาดความโปร่งใส ทำไมเงินถูกนำไปทำปฏิทิน เอาไปสร้างโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน รวมถึงเอาไปซื้อตึกสกายไฮ ซึ่งผลสอบออกมาแล้วว่าแพงเกินจริง ถ้าหากเปรียบเทียบกับเงินกองทุน ก.บ.ข. ที่เป็นเงินของข้าราชการ ที่จ่ายสมทบเข้าไป แต่กลับบริหารโดยภาคเอกชน ดังนั้นตนคิดว่าสิ่งที่พวกเราเรียกร้องไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าที่จะทำให้เงินของผู้ประกันตนทุกคนได้รับการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส แล้วตกถึงมือทุกคนมากที่สุด

“ใครที่เคยเป็นเจ้าของตึกสกายไฮท์ ที่ขายต่อและใครที่เคยเป็นรัฐมนตรี ในอดีตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่วงการซื้อตึกสกายไฮ เกี่ยวกับทุนประกันสังคม ตอนนี้ไหลไปอยู่พรรคเดียวกันแล้ว ดังนั้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกองทุนเงินประกันสังคม และจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทา แต่ก็ยังไม่ได้รับการจัดการเท่าที่ควรเนื่องจากนายกรัฐมนตรี เอาเหตุผลทางการเมืองอยู่เหนือเหตุผลอื่นๆ ซึ่งมาตรฐานทางการเมืองซึ่งน่าจะสูงกว่านี้ เพราะฉะนั้น ในการจัดการเรื่องสีเทาและการจัดการเรื่องเงินกองทุนประกันสังคม ในการทำให้งบประมาณของรัฐทุกอย่างมีความโปร่งใสตกถึงไม้ถึงมือประชาชนมากที่สุดจึงหนีไม่พ้นต้องแก้ที่การเมืองก่อน ซึ่งที่ผ่านมาถ้าบริหาร กองทุนเงินประกันสังคม ถ้าได้ผู้บริหารมืออาชีพมากกว่านี้ตนเชื่อว่าผลตอบแทนของกองทุนเงินประกันสังคมจะมีมากกว่านี้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนการเลือกตั้งโค้งสุดท้ายนี้ อดีตหัวหน้าพรรค อย่างนายพิธา นายธนาธร รวมถึงหัวหน้าคนปัจจุบันมาช่วยกันแท็กทีมเพื่อจุดกระแสทางการเมืองก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเรายืนยันมาตลอดคือพวกเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นผมหรือทีมแกนนำและผู้สมัครสอสอ หรือองคาพยพส่วนใดก็ตามเรามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง การที่ทุกคนกลับมาช่วยกันหาเสียงเพื่อยืนยันในหลักเดิมว่าพวกเขาถึงแม้วันนี้จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ได้มีตำแหน่งที่จะมาท้าชิงเป็นรัฐมนตรีหรือเป็น ส.ส.แล้ว แต่ทุกคนก็ยังไม่หยุดที่จะทำการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ดังนั้นก็อยากจะให้ทุกคนเห็นความตั้งใจต่างๆเหล่านี้แล้วเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศของเราไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แสดงความคิดเห็นตอบโต้นายวิโรจน์ว่าถ้าพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล 100 วันแรก ต้องเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมที่มี ม.112 รวมด้วย แล้วยกเลิก พรบ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ค้างอยู่ในส.ว. ทำได้หรือไม่ถ้าได้เป็นรัฐบาล

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า จริงๆเราสามารถเดินหน้าได้โดยที่อาจจะไม่จำเป็นต้องยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม และเรื่องนี้เราก็ได้ยืนยันมาตลอดว่าการที่รับโทษกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากความเห็นต่างทางการเมือง ไม่ควรที่จะเลือกปฏิบัติ ยกโทษให้บางกลุ่มหรือนิรโทษให้บางกลุ่ม เพราะตราบใดที่เรายังมีเลือกปฏิบัติอยู่อย่างนี้ก็ไม่สามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมและหาทางออกให้กับสังคมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลหรือไม่ที่ เวทีปราศรัย ใหญ่ ที่หลายพรรคเหมือนว่าพรรคประชาชนตกเป็นเป้าปราศรัยในเรื่องของวาทะกรรมอย่างรุนแรง เช่น เรื่องการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ตรงนี้มีความกังวลหรือไม่ ว่าจะทะให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาชนอาจจะคล้อยตามได้
นายณัฐพงศ์ กล่าวว่าจริงๆแล้วตนได้อธิบายเรื่อง นี้ไปหลายครั้งแล้วที่เรามีการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกอนุรัฐมนตรีว่าเป็นไปตามเงื่อนไข เอ็มโอเอ ที่เรามองถึงเงื่อนไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกุญแจที่สำคัญที่จะปลดล็อคการเมืองเมืองไทยให้ออกจากอดีต และจะเห็นว่าการกระทำของเราที่ผ่านมานำมาซึ่งบัตรสามใบในครั้งนี้ จึงอยากชวนให้ทุกคนมองย้อนกลับไปยาวยาวก่อนเลือกตั้งปี 2566 พรรคที่เป็นพรรคหลักๆ สนับสนุนมาโดยตลอดว่าอยากผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่สองปีที่ผ่านมาไม่เกิดอะไรขึ้นเลยและจากการที่เราได้ตัดสินใจตามเอ็มโอเอ อย่างน้อยในการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะได้ตัดสินอนาคตของประเทศผ่านบัตรสองใบอีกหนึ่งบัตรอีกหนึ่งใบก็คือการเห็นชอบในการทำประชามติเดินหน้าประเทศไทยต่อไปด้วยกัน
ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศที่ขณะนี้บางประเทศยังมีปัญหาติดขัด นั้น ตนก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบในอดีตที่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรบัตรเลือกตั้งเดินทางมาไม่ถึงไทย ทำให้ประชาชนที่อยู่ต่างประเทศเสียสิทธิ์ ในการเลือกตั้งไป จึงอยากให้ กกต. เร่งรัดให้ทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่นอกประเทศสามารถเลือกตั้งได้ทุกคน
ต่อจากนั้น นายณัฐพงษ์ และคณะทำกิจกรรม เดินตามฝัน Trust the People พบปะประชาชาและเดินจนถึงสามย่านมิตรทาวน์เพื่อรอการปราศรัยใหญ่เวทีสามย่านมิตรทาวน์ ในเวลา 16.00 น.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี