วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
อธิบดี DSI เผยสเต็ปสอบเพิ่มคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. หลังอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนสั่งสอบเพิ่ม และสั่งรวมสำนวนกับ กกต. แต่ยังไม่ได้สั่งให้แจ้งข้อหาใครเพิ่ม "ยุทธนา"ย้ำต้องนัดหมายประชุมอัยการ สนง.การสอบสวนก่อน ยืนยันคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.มีความผิดมูลฐานเกิดขึ้นแล้ว จึงแจ้งข้อหาฟอกเงินได้ตามกฎหมาย ยืดอกช้าหรือเร็วก็ต้องสอบสวนอย่างเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้ส่งหนังสือแจ้งกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.จริง ภายหลังจากห้วงเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีทั้งดีเอสไอและอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวนทั้งหมด แต่อัยการคดีพิเศษเล็งเห็นว่าจากพยานหลักฐาน ยังไม่เพียงพอครอบคลุมในการเเจ้งข้อกล่าวหาต่อ 8 ผู้ต้องหานั้น
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ตนได้รับรายงานว่าพนักงานอัยการได้ส่งสำนวนมาให้ดีเอสไอดำเนินการ ซึ่งประเด็นหลักๆ คืออัยการมองว่าความผิดหลัก ทาง กกต.ยังไม่ได้พิจารณา และนอกจากนี้ พนักงานอัยการก็อยากให้สำนวนของ กกต.มารวมด้วย ซึ่งตรงนี้เราทำแล้ว และได้มีหนังสือแจ้ง กกต.ไปแล้วว่าเราขอรายละเอียด แต่ทาง กกต.ก็ยังไม่ส่งข้อมูลมาให้ ส่วนนี้เราจึงต้องนัดหมายพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อจะได้ประชุม จึงยังไม่สามารถพูดก่อนได้ ขอให้มีการประชุมก่อน
เมื่อถามว่า คำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ คือให้ดีเอสไอไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดเพิ่มเติมใช่หรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่า ใช่ โดยทางอัยการไม่ได้ให้แจ้งข้อหาใครเพิ่มเติม บอกเพียงว่าความผิดหลัก ทาง กกต.ยังไม่ได้พิจารณา เพราะในประเด็นเหล่านี้มันเป็นทั้งเรื่องข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เราจึงต้องร่วมประชุมกับอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน
ต่อข้อถามว่ากรณีที่ กกต.บอกว่าทางดีเอสไอส่งไปผิดช่องทางกรณีเรื่องที่ดีเอสไอส่งหลักฐานมาให้ กกต.พิจารณาตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. ทาง กกต.ให้เหตุผลอย่างไรหรือไม่ จึงไม่ได้รับพยานหลักฐานจากดีเอสไอ เพราะ กกต.อ้างว่าไม่เป็นไปตามมาตรา 24 นั้น อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า อย่างไรในทุกๆ ประเด็น เราจะขอคุยกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อถามว่า ทางดีเอสไอมีกรอบเวลาอย่างไรหรือไม่ในการสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังอัยการคดีพิเศษได้ตีกลับสำนวนคืนมานั้น อธิบดีดีเอสไอ แจงว่า อย่างไรขอร่วมประชุมกับอัยการก่อน โดยจะประชุมให้เร็วที่สุด
ต่อข้อถามว่า หมายความว่าดีเอสไอทำสอบสวนเรื่องอั้งยี่ - ฟอกเงิน สว. ก่อนที่จะปรากฏคดีมูลฐานใช่หรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ความผิดมูลฐานมันมีการเกิด อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นแล้ว จึงสามารถดำเนินคดีความผิดฟอกเงินได้อยู่แล้วตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าอัยการอยากให้ กกต.มีการพิจารณาในเรื่องนี้ก่อน เพื่อจะได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เมื่อถามอีกว่า อย่างนี้ดีเอสไอก็ต้องรอจนกว่า กกต.จะสรุปใช่หรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ย้ำว่า เราต้องประชุมกับอัยการสำนักงานการสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน และเมื่อถามว่า จะใช้เวลานานหรือไม่ เพราะ สว.67 ก็ดำรงตำแหน่งมาระยะหนึ่งแล้วนั้น อธิบดีดีเอสไอ ปิดท้ายว่า ในการสอบสวน มันต้องสอบสวนรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ก็เพื่อความยุติธรรม จะช้าหรือเร็วก็ต้องดูเหตุและผลในแต่ละเรื่อง
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี