วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
ประธานกกต.ไฟเขียว ส่งศาลฎีกาชี้ขาดปม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขาดคุณสมบัติลงสมัครสส.สงขลา พรรคประชาชน หรือไม่ หลัง อกพ.สาธารณสุขปลดออกจากราชการ ด้าน รมว.สธ.ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง
เมื่อวันที่ 26 มกราคมนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุขมีมติปลดนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ จากข้อกล่าวหาจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในโครงการหมอชนบทบุกกรุงปี 2564 ผิดระเบียบ ว่า ตนทราบจากข่าวจากสื่อมวล ชน แต่ทั้งนี้ก็เป็นหน้าที่ของผอ.กกต.จังหวัดสงขลา ถ้าเขาขาดคุณสมบัติจริง ผอ.กกต.สงขลา ก็จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินการถอนชื่อการเป็นผู้สมัครสส. ทั้งนี้ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเขาถูกปลดออกจากราชการจริงหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า มติของบอร์ดกระทรวงสาธารณสุข มีความชัดเจนแล้วว่าให้ออกจากราชการ หมายความว่า นพ.สุพัฒน์ กล่าวว่า เราต้องยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกา
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้งหมอสุภัทร ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการสอบสวนและนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ. เป็นไปตามวาระปกติ ไม่ใช่วาระเร่งด่วน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริง ตามที่มีการสอบสวนมา โดยมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจง ผู้สื่อข่าวถามว่านายแพทย์สุภัทร ออกมาระบุว่าไม่มีการเรียกเข้าไปชี้แจง รมว.สาธารณสุขตอบว่า มีการเรียกเข้ามาตามขั้นตอนปกติ
เมื่อถามว่าข้อเท็จจริงการจัดซื้อผิดระเบียบราชการใช่หรือไม่นายพัฒนา กล่าวว่า ในรายละเอียดมีหลายอย่าง แต่การจัดซื้อจัดจ้างและข้อเท็จจริงอยู่ในข้อเท็จจริง คือ มีการไปตรวจโควิด โดยเอาเอทีเคมาใช้ และมีการจัดซื้อจัดจ้างในภายหลังหลายครั้ง ซึ่งเป็นไปในลักษณะนั้น และ การจัดซื้อจัดจ้างหากตนจำไม่ผิดมีทั้งหมดจำนวน 5ครั้ง เมื่อซักว่า มีการเบิกเอทีเค ออกมาใช้ และจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้เบิกของหลวง แต่ตนไม่แน่ใจว่าเอามาจากไหน แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวน และการทำหน้าที่ของ อ.ก.พ. ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ ซึ่งตนเป็นประธาน
ถามว่ามีการระบุว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างราคาถูก แต่ถูกลงโทษ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่หรือไม่ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า คำว่าถูก ต้องไปดูว่านำไปเปรียบเทียบกับอะไร และการจัดซื้อเอทีเคในตอนนั้นตนทราบว่ามีการจัดซื้อในหลายแหล่งที่มา ซึ่งอันนี้เป็นแหล่งหนึ่ง แต่จะถูกที่สุดหรือไม่ขอให้ไปว่ากันในคณะกรรมการสอบสวน
ซักว่านายแพทย์สุภัทรยังสามารถอุทธรณ์มติได้ใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตามกฏหมายน่าจะเป็นอย่างนั้น ส่วนจะใช้ระยะเวลาอีกนานหรือไม่ต้องดูตามกฏหมายตนไม่ได้รายละเอียดในประเด็นนี้ ตนทำหน้าที่ในฐานะประธาน อ.ก.พ. หน้าที่เราก็คือเมื่อคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งเมื่อมีคณะกรรมการสอบสวนซึ่งตั้งขึ้นมามานานแล้ว และมีข้อสรุปมาระบะหนึ่ง กระทั่งมีการตรวจสอบ และนำเข้าที่ประชุมข้อเท็จจริงก็พิจารณาตามข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่า มีการมองว่ามีการตัดขาพรรคประชาชน ที่อาจหาผู้สมัครแทนไม่ทัน รมว.สาธารณสุขปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติ และการประชุมเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีวาระนี้ในวาระเร่งด่วน และไม่ใช่วาระเดียวยังมีวาระอื่น ที่เกี่ยวเนื่องกับการพิจารณาวินัยอีกเกือบ 20 รายการ ซึ่งเป็นวาระประจำของการประชุม อ.ก.พ.อยู่แล้ว ไม่ได้มีวาระเกี่ยวข้องกับการเมือง
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการดำนินวินัยข้าราชการช่วงรัฐบาลรักษาการได้หรือไม่ว่า เรื่องวินัยทำได้ตลอด เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจการลงโทษทางวินัย เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน
เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย – Ramkhamhaeng Network for Democracy โพสต์ข้อความระบุว่า สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอแสดงจุดยืนต่อกรณีมติของคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข ที่มีมติให้ลงโทษวินัยร้ายแรงแก่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากการจัดซื้อชุดตรวจโควิด19(ATK) ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินของการระบาดโควิด19 ในช่วงปี 2564 ซึ่งสังคมกำลังให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยเผชิญวิกฤตด้านสาธารณสุขรุนแรงที่สุด ทั้งผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิต ขณะที่ระบบตรวจคัดกรองและเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอ ภายใต้บริบทนี้ ชมรมแพทย์ชนบทได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในเมืองหลวง ภายใต้ปฏิบัติการ #แพทย์ชนบทบุกกรุง โดยมีเป้าหมายหลักคือการรักษาชีวิตประชาชนอย่างเร่งด่วน มิใช่การแสวงหาประโยชน์ใดๆ การดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจATKในขณะนั้น เป็นไปภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณการใช้งานล่วงหน้าได้ การจัดซื้อจึงเกิดขึ้นตามความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนที่เข้ารับการตรวจทุกคนสามารถเข้าถึงการคัดกรองได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม กระบวนการสอบวินัยกลับให้ความสำคัญกับการตีความเชิงระเบียบ โดยตั้งข้อกล่าวหาเรื่อง “การแบ่งซื้อ” โดยแทบไม่ปรากฏการพิจารณาเจตนา ความจำเป็น และบริบทของวิกฤตสาธารณสุขในขณะนั้นอย่างรอบด้าน
สภานักศึกษามีความสงสัยต่อจังหวะเวลาของการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วหลายปี และถูกหยิบยกขึ้นมาเร่งรัดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง อันอาจส่งผลโดยตรงต่อสิทธิทางการเมืองและคุณสมบัติของผู้ถูกกล่าวหา คำถามสำคัญคือ เหตุใดคดีที่ค้างมานาน จึงถูกเร่งตัดสินในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมือง การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ เป็นไปอย่างเสมอภาคและปราศจากอคติจริงหรือไม่ หลักนิติธรรมกำลังถูกใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม หรือกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางอำนาจ สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นว่า ผู้ที่ตัดสินใจทำหน้าที่เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรได้รับการคุ้มครองตามหลักความเป็นธรรม ไม่ใช่ถูกลงโทษย้อนหลังโดยละเลยบริบทและเจตนา การใช้อำนาจรัฐใด ๆ ที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นอิสระและความเป็นธรรมของกระบวนการ ย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบราชการและประชาธิปไตย สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบจากสาธารณชน เพราะในสังคมประชาธิปไตย ผู้ที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นผู้กระทำผิด #SAVEหมอสุภัทร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี