วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
อรรถวิชช์ ย้ำ! DNA รทสช. นักปฏิบัติ ชูผลงานตั้ง คกก. กลั่นกรอง 112 ชงรื้อกฎหมายชุมนุม ตั้งศาลที่ดิน คืนสิทธิชาวบ้าน พลิกโฉมแลนด์บริดจ์ สู่ความมั่นคงทางพลังงาน
28 มกราคม 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ เลือกตั้ง 69 วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน โดยกล่าวถึงประเด็นกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ตนเป็นผู้เสนอให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคดีขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากกฎหมายมาตราดังกล่าวไม่เคยถูกนำไปสอนในคณะนิติศาสตร์ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเกิดการฟ้องร้องจำนวนมากโดยไม่มีระบบคัดกรอง ซึ่งภายหลังพบว่าหลายคดีไม่ถูกสั่งฟ้องในชั้นอัยการ สะท้อนถึงความจำเป็นของกลไกตรวจสอบก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการจัดตั้งกองทุนยุติธรรม ซึ่งช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 60,000 ราย ทั้งในด้านค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงการลงพื้นที่จัดทำ "สาแหรกชาวบ้าน" ในจังหวัดระนองและพื้นที่ชายแดนอื่นๆ เพื่อช่วยให้คนไทยพลัดถิ่นได้รับสัญชาติและบัตรประชาชน มีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน
ดร.อรรถวิชช์ ได้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์และคนไทยไร้สัญชาติ โดยกล่าวถึงประสบการณ์ในสมัยดำรงตำแหน่ง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่ผลักดันกฎหมายคนไทยพลัดถิ่นอย่างจริงจัง จนสามารถขึ้นทะเบียนและให้สัญชาติแก่ประชาชนจำนวนมาก
สำหรับนโยบายในอนาคต ดร.อรรถวิชช์ เสนอให้จัดตั้งศาลที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชน โดยใช้ระบบไต่สวนให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริง และมีศาลสมทบจากภาคประชาชนเข้าร่วมพิจารณา หากพิสูจน์ได้ว่าชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาก่อน รัฐต้องคืนที่ดินให้ประชาชนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและรวดเร็ว
ส่วนพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ปัจจุบันกฎหมายเปิดช่องให้การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กลายเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน โดยยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะผลักดันการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว รวมถึงการแก้ปัญหา "กฎหมายปิดปาก" และการคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างจริงจัง
ด้านสิ่งแวดล้อม ดร.อรรถวิชช์ ได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม โดยใช้หลัก "รัฐจ่ายไปก่อน" เพื่อเร่งนำสารพิษออกจากพื้นที่ชุมชนทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดีที่ยาวนาน จากนั้นรัฐจึงไปเรียกเก็บค่าเสียหายจากบริษัทผู้ก่อมลพิษในภายหลัง พร้อมทั้งปรับปรุงผังเมืองไม่ให้เกิดการทับซ้อน และใช้ดุลพินิจอย่างเด็ดขาดในการระงับโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม้โครงการนั้นจะผ่านการประเมิน EIA (Environmental Impact Assessment) หรือ EHIA (Environmental and Health Impact Assessment) แล้วก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันบริษัทเอกชนเป็นผู้ว่าจ้างจัดทำรายงาน ซึ่งอาจไม่ได้รับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังแสดงความเห็นต่อโครงการ Land Bridge ว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่การขุดคลอง แต่คือการวางระบบท่อส่งน้ำมันและก๊าซเชื่อมฝั่งตะวันออกกับตะวันตก ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงาน มีระบบคลังสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ สร้างความมั่นคงทางพลังงานได้อย่างยั่งยืน
ดร.อรรถวิชช์ เน้นย้ำจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติที่ยึดแนวทางนักปฏิบัติ กล้าชนกับทุนผูกขาดและทุนพลังงาน พร้อมยกผลงานการลดค่าไฟฟ้าลงกว่า 16% ท่ามกลางโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่เอกชนถือครองกว่า 70% เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเด็ดขาดในการทำงาน
พรรครวมไทยสร้างชาติ เราเป็นนักปฏิบัติ บางอย่างเราพูดแล้วมันดูรุนแรง เพราะเราเด็ดขาดและทำในสิ่งที่เชื่อ และอยากเป็นกำแพงสุดท้ายอยู่ในใจคนไทยทุกคน ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี