เพื่อไทยประกาศขอ 3 เดือนยกเครื่องประกันสังคม ชงปฏิรูปโครงสร้างบอร์ด

เพื่อไทยประกาศขอ 3 เดือนยกเครื่องประกันสังคม ชงปฏิรูปโครงสร้างบอร์ด

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.09 น.

เพื่อไทยประกาศ หากได้เป็นรัฐบาล ยกเครื่องประกันสังคมใน 3 เดือน เปิดแผน เสนอปฏิรูปโครงสร้างบอร์ด คืนอำนาจผู้ประกันตนเลือกประธานจากกรรมการแทนปลัด ลงทุนโดยมืออาชีพอิสระ เปิดข้อมูลโปร่งใส ตรวจสอบได้จริง ชี้กองทุน 2.8 ล้านล้านได้ผลตอบแทนเพียง 2.8% ต่ำกว่าศักยภาพ ทำผู้ประกันตนสูญเสียโอกาสมหาศาล

วันที่ 29 มกราคม 2569 พรรคเพื่อไทยแถลงข่าว ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของกองทุนประกันสังคมโดยมีผู้ร่วมแถลงของคือ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี


นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กองทุนประกันสังคมเวลานี้มีเงินสะสมสูงถึง 2.8 ล้านล้านบาท แต่กลับสามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ยเพียง 2.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้สัดส่วนกับกองทุน หากเทียบกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะพบว่ามีผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่านี้มาก 

นายพงศ์กวิน ชี้ว่าสถานการณ์นี้คือสัญญาณอันตราย เนื่องจากผู้ประกันตนกำลังสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพราะเงินที่ควรจะเติบเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้ประกันตนกลับโตไม่ทันเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น 

พร้อมย้ำด้วยว่า สิ่งที่ได้ทำทันทีหลังจากได้เข้ารับตำแหน่งแม้จะมีโอกาสทำงานเพียงสองเดือน คือการโยกย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อครหาต่างๆ อย่างโปร่งใส และสิ่งที่พยายามที่จะผลักดันต่อ คือการปรับโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม ให้ประธานบอร์ดประกันสังคมมาจากการเลือกตั้งของกรรมการบอร์ด แทนที่การกำหนดให้ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานบอร์ด เพื่อให้กรรมการเป็นตัวแทนของผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง

“การทุจริตเป็นเรื่องที่มีมานาน แต่อีกเรื่องที่ไม่แพ้กัน คือความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ หากกองทุนประกันสังคมมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เราอาจจะได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกประมาณปีละแสนล้านต่อปี และสามารถที่จะจัดสรรสวัสดิการต่างๆ ให้กับผู้ประกันตนได้มากขึ้น  เงินในกองทุน 2.8 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เงินของรัฐ ไม่ใช่เงินของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นเงินของผู้ประกันตนทุกคน เราต้องไม่ให้เงินนี้ถูกบริหารโดยคนที่ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ และบริหารโดยความไม่โปร่งใส” นายพงศ์กวิน  กล่าวย้ำจุดยืน

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาของกองทุนประกันสังคมของพรรคเพื่อไทย โดยชี้ว่า ที่ผ่านมาการบริหารกองทุนประกันสังคม โดยสำนักงานประกันสังคม มีข้อครหามากมายที่ปรากฎตามสื่อมวลชน 

พรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการยกเครื่องกองทุนประกันสังคม เพื่อเปลี่ยนกองทุนประกันสังคมให้กลายเป็นหลักประกันความมั่นคงของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ในรัฐบาลที่มีแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทันทีที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากพรรคเพื่อไทยเข้าดำรงตำแหน่ง ได้มีคำสั่งโอนย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีข้อครหาเกี่ยวข้องกับข้อทุจริตเรื่องตึกสกายไนน์ เพื่อให้การตรวจสอบข้อกังขาต่างๆ อย่างเป็นอิสระและโปร่งใส 

2. พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า การได้มาซึ่งกรรมการฝ่ายผู้ประกันตน ต้องยึดหลักประชาธิปไตย โดยให้ผู้ประกันตน 1 คน มีสิทธิเลือกตัวแทนได้ 7 คน เต็มตามสัดส่วนเดิม เพื่อให้กรรมการในฝ่ายผู้ประกันตนซึ่งมาจากผู้ใช้แรงงานกว่า 20 ล้านคนขับเคลื่อนนโยบายและดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนได้อย่างเต็มที่

3. เพื่อให้กรรมการกองทุนประกันสังคมเป็นตัวแทนที่แท้จริงของผู้ประกันตน พรรคเพื่อไทยเสนอให้ ‘ประธานคณะกรรมการ’ ต้องมาจากการเลือกตั้งภายในคณะกรรมการ แทนที่ประธานกรรมการโดยตำแหน่งจะมาจากฝ่ายราชการ คือ ปลัดกระทรวงแรงงาน

4. เพื่อแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และลบข้อครหาที่เกิดขึ้นจากการนำเงินกองทุนฯ ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย จึงมีความจำเป็นต้องปรับระบบการบริหารกองทุนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญในการบริหารกองทุน เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยปราศการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง ฝ่ายราชการหรืออำนาจใดๆ ที่พยายามทำให้กองทุนประกันสังคมกลายเป็นกองทุนประกันความมั่งคั่งของกลุ่มบุคคล และทำให้ฟื้นกลับมาเป็นกองทุนเพื่อประกันความมั่นคงของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง

5. ในด้านความโปร่งใส พรรคเพื่อไทยเสนอให้ เปิดเผยข้อมูลการลงทุน งบประมาณ และผลตอบแทนของกองทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระที่ไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร หากพบความผิดปกติหรือการทุจริต ต้องสามารถดำเนินการลงโทษและเปลี่ยนผู้บริหารได้ทันที เพื่อปกป้องเงินของผู้ประกันตน

6. พรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่า เงินสมทบของผู้ประกันตนทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตน การดำเนินงานทั้งในส่วนสำนักงานและการบริหารกองทุนประกันสังคมจะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยให้การบริการผู้ส่งเงินสมทบถูกปล่อยปละละเลยดังเช่นที่เป็นอยู่ ดังนั้น สำนักงานและกองทุนจะต้องกำหนดตัวชี้วัด เป้าหมายและความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งด้านสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการ และประกาศต่อสาธารณะ โดยคณะกรรมการในฐานะผู้แทนเจ้าของเงินสมทบ จะต้องทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เกิดการบริหารแบบลอยตัว ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้งบประมาณแบบไร้ทิศทางดังที่เป็นอยู่

7. สำหรับการจัดการสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ควรแยกภารกิจการดูแลด้านต่าง ๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งการว่างงาน บำเหน็จบำนาญ ทุพพลภาพ โดยในส่วนการรักษาพยาบาล ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างดำเนินการบูรณาการกองทุนสุขภาพที่มีอยู่ อาทิ โครงการสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการรักษาและบริการทัดเทียมกันกับผู้ได้รับสิทธิในกองทุนอื่นๆ 

นพ.พรหมินทร์ กล่าวย้ำว่า การปฏิรูปประกันสังคมเป็นแนวคิดที่พรรคผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราตระหนักดีว่า กองทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน ผู้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจ และเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรม สร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับผู้ประกันตนทุกคน โดยหากพรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะสะสางปัญหา และยกเครื่องประกันสังคมให้ได้ภายใน 3 เดือน 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top