เอกนัฏ ลุยบางนา ลั่นเลือกภท. ได้ 3 ดรีมทีมทำงาน เพื่อบ้านเมือง

เอกนัฏ ลุยบางนา ลั่นเลือกภท. ได้ 3 ดรีมทีมทำงาน เพื่อบ้านเมือง

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.25 น.

‘ภูมิใจไทย’ ลุยหาเสียงเคหะบางนา ด้าน ‘เอกนัฏ’ ลั่นได้ 3 ดรีมทีมทำงานเพื่อบ้านเมือง ปลอดภัย-ไร้เสี่ยง พิสูจน์ด้วยผลงานจริง ไม่อิงวาทกรรม ย้ำเดินหน้าเต็มที่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 

วันที่ 31 มกราคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพหาเสียงกทม. พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม ผู้สมัครสส. กทม.เขตบางนา พระโขนง เบอร์ 1 หาเสียงที่ตลาดเซฟวันโก และพบปะผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชนในตลาด โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 


จากนั้น นายเอกนัฏ ขึ้นเวทีปราศรัยที่ชุมชนเคหะบางนา 2 ว่า หลายครั้งเราเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้ ไม่เคยรู้หน้าตารัฐบาลจะเป็นอย่างไร ต้องไปลุ้นเอา แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ประกาศล่วงหน้าว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะเอาคนที่เก่งที่สุด มีฝีมือ เอาคนที่ทำงานสำเร็จมาแล้วทั้ง 3 ท่านมาทำงาน ซึ่งก็มีคนบอกว่าเป็นผักชีโรยหน้า แต่นายอนุทินบอกแล้วว่าทั้ง 3 คนมาเป็นเนื้อเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว เราประกาศชัดเจนว่าเอา 3 คนนี้มาทำงานให้กับพี่น้องทุกคน เพราะรู้ว่าเป็นธรรมดาที่มีการเลือกตั้ง และทุกพรรคการเมืองก็พูดได้หมดในการสร้างวามกรรมมาปลุกปั่นขายฝัน มีคนบอกว่าเราใช้กระแสชาตินิยม ทั้งที่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เราไม่ต้องเอากระแสชาตินิยมมาพูด แต่ตนเชื่อว่าความสงบเรียบร้อยที่ชายแดนนำมาซึ่งเสถียรภาพความมั่นคง ถ้าประเทศไม่มีเสถียรภาพประเทศ ไม่มั่นคงเราจะอยู่อย่างสงบสุขได้หรือไม่ ถ้านักลงทุนไม่มา เศรษฐกิจก็จะไม่ดี ปัญหาสังคมก็จะตามมา

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 ท่านอยู่นอกการเมืองเป็นผู้บริหารระดับสูงในเอกชน แต่อาสามาทำงานให้กับประเทศไทย เพราะเชื่อมั่นว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลจะให้โอกาสทั้ง 3 ท่านได้ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่เอาการเมืองมาแทรกแซง ไม่เอาประโยชน์ทางการเมืองมาอยู่เหนือประโยชน์ของบ้านเมือง เพราะวันนี้นโยบายที่พูดกันมาทั้งหมดต้องไปดูว่าทำได้จริงหรือไม่ ยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทยทำได้จริงทั้งหมด และเป็นนโยบายที่มีความรับผิดชอบไม่ได้เอามาแลก แจก แถม ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของประเทศวิกฤตเรื่องชายแดนความมั่นคงถือว่าใหญ่มากกว่า นโยบายที่อยู่บนป้ายจะแก้ได้ทั้งหมด ท่านต้องตัดสินใจเลือกคน เลือกทีมงานที่ท่านไว้ใจ เลือกทีมงานสุดฝีมือมาแล้ว ไม่ได้เก่งแต่พูด แต่พูดแล้วทำ ทำให้เห็นและทำสำเร็จ

“เราถูกดูถูกว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ เป็นพรรคบ้านนอก แต่ครั้งนี้เรารวมตัวกันทำเพื่อบ้านเมือง เพราะเราจะไม่ยอมให้การสร้างวาทกรรมในช่วงหาเสียงเลือกตั้งมาขายฝันลด แลก แจก แถมแบบนี้ ทำให้ประเทศต้องติดกับดักการเมืองอีกต่อไป ทั้ง 3 ท่านที่ไปประชุมด้านเศรษฐกิจที่ดาวอส ถ้าเราไม่ได้มือดีมืออาชีพมาบริหารจัดการเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าประเทศไม่สงบ ชายแดนมีปัญหาเรื่องความมั่นคง การต่างประเทศไม่ได้มืออาชีพอย่างท่านสีหศักดิ์ประเทศไทย และคนไทยจะถูกลืม เศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ตายลงช้าๆ และเราจะไม่มีเงินมาใช้” นายเอกนัฏ กล่าว

ด้าน ดร.สกุลรัตน์ กล่าวว่า ขอใช้พลังความเป็นแม่ในการทำงานหาเสียง เพราะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นปัญหา เราสู้ด้วยความหวัง วันนี้ขอคะแนนเสียงจากประชาชนทุกคน ทั้งคนที่ยังไม่ตัดสินใจก็ช่วยเลือกเบอร์ 1 พลังแม่ด้วย เพราะถ้าเราได้เข้าไปเราก็เห็นหน้าตาของรัฐมนตรีที่จะเข้ามาทำงานแล้วด้วย ซึ่งมีแต่คนเก่งมีฝีมือ

ต่อมานายเอกนัฏ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงในกทม.ว่า ขณะนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายเหลือเวลาอีกไม่ถึง 8 วัน ที่จะเลือกตั้ง และเป็นครั้งที่สำคัญมากสำหรับพรรคภูมิใจไทยเรามีมืออาชีพ ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งอยากมาช่วยทำงานให้บ้านเมือง ที่ต้องการความต่อเนื่อง  ทำงานมา 3 เดือนได้แก้วิกฤตให้กับประเทศ จีดีพีโตขึ้นมาเป็น 1% กว่า เชื่อว่าถ้ามีโอกาสทำงานจะพาประเทศพ้นความเสี่ยง และทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพไม่ต่ำกว่า 3% นี่คือสัญญาที่ให้ไว้และที่สำคัญทุกเขตเลือกตั้งในกทม. เราสรรหาคนมีฝีมือ มีความสามารถและมีความตั้งใจมาทำงาน ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้ เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะได้ท่านเหล่านี้มาทำงาน ขอให้ทุกคนช่วยเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 และผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยสำหรับเขตนี้ก็คือด็อกเตอร์เจี๊ยบเบอร์ 1

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ส่วนความเชื่อมั่นในช่วงโค้งสุดท้ายนั้น จากการลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับที่เป็นบวก และผลสำรวจความคิด ก็เห็นว่าคะแนนนิยมที่ให้พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน หรือบุคคลท่านอื่น ก็เพิ่มขึ้น จึงหวังว่าคนที่ยังลังเลและกำลังตัดสินใจ จะได้พิจารณาเพราะเราลงพื้นที่เดินเต็มที่ และวันที่ 6 ก.พ.นี้ พรรคภูมิใจไทยจะจัดปราศรัยใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ยืนยันเราเดินหน้าเต็มที่ เชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็จะอยู่ที่นั่น

นายเอกนัฏ  กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่มาดูตลาดก็เริ่มจะฝืดเคือง หลายคนทวงโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เพราะเวลา 2-3 เดือน ที่ทำโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร และครั้งนี้ที่พิเศษไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือตัวพลัสในคนละครึ่ง ที่ส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้าเมื่อเข้าระบบไปแล้วจะหาตลาด ซึ่งรอบแรกมีมากกว่า 100,000 รายที่ทำให้ขายของได้มากขึ้น 5-6 เท่าตัว ซึ่งหลังจากเลือกตั้งแล้ว เฟส 2 จะมาแน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top