พิธา ปิยบุตร ลุยสกลนคร ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว ขั้วเดิม-ขั้วใหม่

พิธา ปิยบุตร ลุยสกลนคร ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว ขั้วเดิม-ขั้วใหม่

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 22.06 น.

“พิธา-ปิยบุตร” ขอชาวสกลนครปักธงส้มยกจังหวัด กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ส่งผู้แทนสกลนครโหวต “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชน ร่วมสร้างปรากฏการณ์ “ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว “ขั้วเดิม-ขั้วใหม่” 

วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ตลาดนัดหน้าค่าย บขส.สกลนคร พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดย นายปิยบุตร กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เป็นคาราวานประชาชนมี 8 เส้นทางทั่วประเทศไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าวิธีการรณรงค์หาเสียงแบบนี้ที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ไม่มีพรรคไหนลอกเลียนแบบได้ เพราะเรามีแกนนำ ผู้ปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส. จำนวนมากที่เป็นดาวฤกษ์ สามารถไปได้ทั่วประเทศพร้อมกัน นี่แหละคือผู้คนและการเดินทางของพรรคประชาชน


ตนมาที่สกลนครหลายครั้งตั้งแต่เริ่มต้นตั้งพรรคอนาคตใหม่ สร้างพรรคเมื่อปี 2561 ต่อมาเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องให้ความไว้วางใจเราทั่วทั้งจังหวัดสกลนครประมาณ 84,000 คะแนน เราก็เดินหน้ารณรงค์อยากให้พี่น้องชาวสกลนครเปลี่ยนใจมาเลือกพวกเรามากขึ้น แล้วผลก็เป็นเช่นนั้น แม้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แม้แกนนำหลายคนจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่เมื่อเป็นพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนก็เพิ่มเกือบ 3 เท่าเป็น 200,000 คะแนน แต่น่าเสียดายที่เรายังแพ้ในระดับ สส.เขต บางเขตขาดไปแค่นิดเดียว พรรคเราจึงยังไม่มีผู้แทนที่สกลนคร ดังนั้นการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนภายใต้การนำของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขอได้หรือไม่ ขอให้ทะลุ 300,000 กว่าคะแนนทั่วทั้งจังหวัดสกลนครไปเลย และขอผู้แทนพรรคประชาชนทั้ง 7 คน 7 เขต 

การเลือกตั้งที่จะถึงในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นวันกำหนดอนาคตประเทศไทย กำหนดอนาคตของพ่อแม่พี่น้อง และกำหนดอนาคตของลูกหลานของเรา โค้งสุดท้ายแบบนี้ไม่ต้องอธิบายความกันมาก ตัดสินกันอยู่เท่านี้ว่าเราต้องการรัฐบาลแบบไหน อยากให้ใครเป็นแกนนำรัฐบาล ซึ่งสำหรับสกลนคร เราต้องการเปลี่ยนผู้แทนราษฎร ขอโอกาสผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนทั้ง 7 คนได้รับใช้พี่น้อง และทั้ง 7 คนนี้จะไปทำภารกิจสำคัญคือการตั้งรัฐบาลประชาชน ครั้งนี้มีเพียง สส. 500 คนจากการเลือกตั้งเท่านั้นที่จะไปเลือกนายกฯ เราจึงจำเป็นต้องมี สส. ให้มากที่สุด มีคะแนนเสียงรวมกันทั่วประเทศให้มากที่สุด 

ที่ตนบอกว่าพูดกันให้ชัดๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย มันคืออะไร ตอนนี้นักวิเคราะห์ เกจิอาจารย์ อาวุโสทางการเมืองทั้งหลายมักจะบอกว่าการเมืองในยุคนี้เป็นการเมืองสามก๊ก เพราะมีพรรคใหญ่ 3 พรรคที่กำลังแย่งชิงคะแนนกัน ต้องชิงไหวชิงพริบกันไปกันมา และพอตั้งรัฐบาลก็ต้องมี 2 ใน 3 พรรคนี้ไปร่วมกัน ตนอยากชวนให้คิดอีกแบบว่าการเมืองสามก๊กเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะเป็นเพียงการดูว่ามีพรรคการเมืองใหญ่กี่พรรค ซึ่งทุกวันนี้ก็วิเคราะห์กันว่ามีส้ม น้ำเงิน และแดง แต่นี่เป็นการวิเคราะห์แบบหยาบเกินไป

ตนขอชวนให้คิดลึกกว่านั้น ว่าไม่ใช่สามก๊ก แต่เป็นการเมืองสองขั้วที่กำลังชิงชัยในการเป็นรัฐบาล ระหว่าง “ขั้วอดีต” ขั้วเดิมที่เคยสลับสับเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลหมดแล้ว แม้อาจจะเปลี่ยนชื่อพรรคไปบ้างแต่ก็เคยอยู่ร่วมกันมาก่อน วันหนึ่งแตกออกมา วันหน้าก็อาจจะกลับไปรวมกันใหม่ นี่คือขั้วอดีตที่ทำงานการเมืองแบบเดิมๆ ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ คิดอ่านตั้งรัฐมนตรีโดยดูว่าใครเป็นหัวหน้ามุ้ง ใครพา สส. เข้ามาได้เยอะ ตอนนี้ตนได้ข่าวแว่วๆ ว่า สส.สกลนครบางคน หวังอยู่ว่างวดนี้ถ้าพาเข้าไปได้เยอะจะได้เป็นรัฐมนตรี 

“เขาคิดอ่านกันแบบนี้ ขั้วแบบเดิมๆ แม้ว่าวันนี้เขาจะอยู่กันคนละพรรคคนละมุ้ง แต่เขาโตมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน ตนให้ชื่อว่าเป็น ‘เผ่าพันธุ์นักการเมืองแบบเดิม’

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า กับอีกขั้วหนึ่งคือ “ขั้วใหม่” เป็นขั้วพลังทางการเมืองแบบใหม่ที่ต้องการเข้ามาทำงานการเมืองแบบใหม่ ขั้วนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล ยังไม่เคยมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน นั่นคือขั้วของพวกเราพรรคประชาชน ดังนั้นโค้งสุดท้าย พูดกันให้ชัด ไม่ต้องอธิบายความเรื่องสามก๊กหลายพรรคหลายสี เพราะสิ่งที่เป็นอยู่คือการเมืองสองขั้ว 

ดังนั้นขอแรงพี่น้องชาวสกลนครพิจารณาว่าต้องการรัฐบาลขั้วไหน ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ถ้าเห็นแล้วว่าปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ กำลังรุมเร้าเข้ามา แก้ปัญหาได้ยากมากขึ้น ปัญหาดั้งเดิมที่มีมาแต่อดีตจนวันนี้ก็ยังไม่ถูกแก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ  ประโยคเหล่านี้ตนได้ยินตั้งแต่เด็กจนวันนี้หลายเรื่องยังทำไม่สำเร็จ ไม่พักต้องพูดถึงปัญหาคอร์รัปชันที่กัดกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน จนวันนี้ตนอายุ 46 ปีแล้ว ตรงกับเบอร์พรรคประชาชนพอดี ปัญหาเรื่องทุจริตยังพูดกันอยู่และมีแต่หนักขึ้น แถมมีพัฒนาการยิ่งกว่าเดิม เอาทุนเทาทุนผิดกฎหมายมาสนับสนุนกลุ่มการเมืองต่างๆ 

ดังนั้นถ้าพี่น้องเห็นว่าประเทศของเราไม่สามารถอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไป ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เราไม่สามารถใช้พลังทางการเมืองแบบเดิม กลุ่มเดิมๆ ขั้วเดิมๆ พรรคเดิมๆ เข้ามาเปลี่ยนได้ เพราะถ้าเขาเปลี่ยนได้จริง เขาทำไปนานแล้วแล้ว 

“ตอนนี้เดินทางไปไหนมาไหนก็มีแผ่นป้าย ติดโฆษณารณรงค์หาเสียงกันเต็มไปหมด นโยบายดีแสนดี เช่น ปราบคอร์รัปชันทุนเทาสแกมเมอร์ แจกโฉนดที่ดินทำกิน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ คำถามผมมีแค่นี้ คือหลังการเลือกตั้ง 2562 บรรดาพรรคต่างๆ เคยเข้าไปเป็นรัฐบาลกันหมด ขอถามว่าทำอะไรกันอยู่ หรือหลังการเลือกตั้ง 2566 แต่ละพรรคก็ไปเป็นรัฐบาลข้ามขั้วกันมั่วซั่วไปหมด แล้วทำอะไรกันอยู่ ไอ้ที่หาเสียงกันไว้ตอนปี 66 ทำสำเร็จกี่เรื่อง”

 “บอกว่าพี่น้องจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นไม้เด็ดในการหาเสียงช่วงท้าย โอ้โหอุตส่าห์ข้ามขั้วทั้งที ผมก็ภาวนาว่าข้ามขั้วทั้งทีช่วยทำให้สำเร็จเถอะ แต่จนแล้วจนรอดพี่น้องก็เห็น ว่าผ่านมาแล้วสองปีกว่า ยังวนเวียนอยู่แบบเดิม”

 “ดังนั้นถ้าความรู้สึกจิตใจของพี่น้องประชาชนบอกว่าต้องเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถปล่อยอำนาจและประเทศนี้ไปกับคนกลุ่มเดิมที่เคยเป็นรัฐบาล เพราะเขาทำกันมาหมดแล้ว และวันนี้เราก็ยังอยู่กับที่ จึงต้องขอโอกาสความเมตตาจากพี่น้องสกลนคร โปรดช่วยกันเลือกพวกเรา ให้โอกาสพวกเราไปรับใช้ท่าน และถ้าพวกเรามีโอกาส คุณณัฐพงศ์ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างดี เตรียมนโยบาย 200 นโยบาย เตรียมบุคลากรมาเป็นผู้บริหารและประกาศไทม์ไลน์ 100 วันแรกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างถ้าได้เป็นรัฐบาล ผ่านไป 1 ปีหรือ 4 ปี มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง พี่น้องติดไว้บนฝาบ้านเลย ถ้าเขาเป็นรัฐบาลแล้วทำไม่ได้ พี่น้องลงโทษเขา  ไม่ต้องเลือกเขากลับมาอีก นี่คือพันธสัญญาที่เรามอบให้กับพี่น้องประชาชน”

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เมื่อเราเห็นแล้วว่าผลลัพธ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ครั้งนี้ต้องขอโอกาสขอเสียงสวรรค์จากพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ถ้าเราได้ สส. ไปถึง 200-250 คน รับรองว่าพรรคอันดับ 2,3,4,5 จะมียางอายไม่กล้าขยับ เขาจะนั่งเฉยๆ รอเราไปชวนเองว่าเราจะให้ใครมาร่วม แต่ถ้าได้คะแนนคู่คี่กัน พวกเขาก็จะไปรวมหัวกัน แอบชิงจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาคุยกันแป๊บเดียวรู้เรื่องเพราะใช้วิธีแบ่งกระทรวงกันแบบที่เขาคุ้นเคย 

เช่นเดียวกันคะแนนเสียงทั่วประเทศงวดที่แล้ว 14.4 ล้านเสียง เขายังขวางเราทุกวิถีทางไม่ให้เป็นรัฐบาล ครั้งนี้ขอไปให้ถึง 20 ล้านเสียง มีนัยสำคัญคือทำลายสถิติการเลือกตั้งในอดีตที่มีพรรคหนึ่งเคยทำได้สูงสุด 19 ล้านเสียง และ 20 ล้านเสียงนี้ยังเป็นการบอกว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของแผ่นดินไทย ต้องการเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่มีใครขวางเราได้ 

“ถ้าสกลนครได้ส้มยกจังหวัด จังหวัดข้างเคียงในภาคอีสานก็ได้ส้มยกจังหวัด คราวนี้ไปรวมกับจังหวัดอื่นทั่วทุกภาคทั่วทั้งแผ่นดิน ก็จะเกิดปรากฏการณ์ส้มทั้งแผ่นดิน ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” 

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า พรรคของเราถูกยุบมา 2 ครั้ง มีคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจำนวนมาก และหลายคนยังมีคดีความ ช่วงนี้ข่าวสารอันเป็นเท็จโจมตีเราทุกวัน ทั้งหลายเหล่านี้ เราทราบดีว่าคือผลพวงของการต่อสู้ เรารู้ว่าบรรดาคณะบุคคลที่มีอำนาจ กำลังกลัวว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นและถ้าเปลี่ยนแปลงได้จริง เขาจะเสียประโยชน์เสียอำนาจเสียเงินทองที่กอบโกยไว้ เมื่อกลัวก็ต้องทำทุกวิถีทางในการสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลง

แล้วพวกตนจะสู้กับพวกเขาอย่างไร ตนไม่มีอำนาจเงิน อำนาจเครือข่าย ระบบอุปถัมภ์ หรืออำนาจรัฐแบบที่พวกเขามี แต่เรายืนยันว่าจะสู้กับเขาต่อไป เพราะเราเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะให้การสนับสนุนเราอยู่ พี่น้องยังคงมีความหวังว่าประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ดังนั้นต่อให้จะกี่ยุบกี่ตัดกี่คดีกี่หมายศาล เหล่านี้คือเหรียญตราของการต่อสู้ของพวกเรา ตราบใดที่พี่น้องยังสนับสนุนเราอยู่ เราสู้ตายแน่นอน

“ครั้งที่แล้ว 14.4 ล้านเสียงยังไม่พอ ขอพี่น้องทั้ง 14.4 ล้านเสียงกลับมาเลือกเราอีกครั้ง อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจ และช่วยไปชวนพี่ชวนน้องมาอีกคนละหนึ่งรวมกันเป็น 28 ล้านเสียง คราวนี้รัฐบาลประชาชนเกิดได้แน่นอน” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นอกจากเปลี่ยนผู้แทน เปลี่ยนรัฐบาล เราจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญด้วยบัตรออกเสียงประชามติสีเหลือง ช่วยกันกาช่องเห็นชอบให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ถล่มทลาย ไปให้ถึง 30 ล้านเสียง คราวนี้ สว. ก็ขวางไม่ได้ นี่คือบทพิสูจน์ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

จากนั้น นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีครั้งไหนตั้งแต่เราทำการเมืองกันมา ที่เรามีโอกาสจะปักธง สส.เขตคนแรกของสกลนครได้เท่าครั้งนี้ มาที่สกลนครต้องบอกว่ามาถอนคำสาป ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล เรามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ สส.เขตเสียที แพ้ไป 2,000-3,000 คะแนน เพราะฉะนั้นมาสกลนครครั้งนี้เรียบง่ายมาก เป็นเขตยุทธศาสตร์ ถ้าพี่น้องออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันถล่มทลาย เราได้ว่าที่ สส.สกลนคร ของพรรคประชาชนแน่นอน เอาให้ครบ 7 คน 7 เขตเลยได้หรือไม่ 

ตนเป็นหนี้บุญคุณพี่น้องสกลนครเป็นอย่างสูง ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ คนแรกของพรรคส้มก็เพราะตอนนั้นมาที่สกลนคร เรียนรู้กับพี่น้องเกษตรกรว่าเกษตรกรที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่ ส.ป.ก. ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เมื่อเรียนรู้ตนจึงเห็นว่าชีวิตมันต่างกันแค่ไหน กลับเข้าสภาจึงไปอภิปรายเรื่องกระดุม 5 เมตร 

นายพิธา ทิ้งท้ายว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาเพื่อเปลี่ยน กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เข้าคูหาส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน

สำหรับผู้สมัคร สส.สกลนคร พรรคประชาชน ทั้ง 7 เขตประกอบด้วย

เขต 1 ตวงสิทธิ์ พงษ์พิศ เบอร์ 4
เขต 2 ภาสพล อุฬารกุล เบอร์ 2
เขต 3 สิริวุฒิ ศุภวุฒิ เบอร์ 3 
เขต 4 ปรานี วัฒนาประดิษฐชัย เบอร์ 7
เขต 5 บัญชา จันทศรี เบอร์ 3
เขต 6 ธนชาติ ไชยทองพันธ์ เบอร์ 6
เขต 7 อภิชิต ถาบุตร เบอร์ 4
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top