วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่สามโคก ขอโอกาสชาวปทุมธานีเลือกภูมิใจไทย อ้อนขอกลับมาเป็นนายกฯ หลังผ่านทดลองงาน 4 เดือน บอก ช่วยต่อสัญญาให้หน่อย โว 4 เดือนดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน ลั่นถ้าทำงานครบ 12 เดือน ดัชนีไม่ดีขึ้นไม่ต้องไล่เดี๋ยวออกเอง แขวะคนเอามือไขว้หลังไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษ ย้ำไม่เปิดด่าน ลั่นภูมิใจไทยมีแต่คนเขี้ยวแต่ไม่เอี้ย ยกเหตุสต๊อกข้าว เย้ยคู่แข่ง นี่แหละความแตกต่างของ “กึ๋น”
1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ตลาดนัดสามโคก จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ,นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัคร สส.เขต 1 ,นางสาวชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 ,นายคุณานนท์ ชูประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ,นายจำลอง เงินยวง ผู้สมัคร สส.เขต 4 ,นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 , นายวรากร เครือทองศรี ผู้สมัคร สส.เขต 6 ,นายพิษณุ พลธี ผูัสมัคร สส.เขต 7 และนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ผู้สมัคร สส.เขต 8
โดย นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีกสองสัปดาห์จะกลับมาขอบคุณ พ่อค้าแม่ค้าจะได้ติดป้ายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไม่ต้องเอาออก ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เกิดการหมุนเวียนของเงิน และสร้างการจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาเสนอให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่พวกเราร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน รู้สึกหรือไม่ว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่พวกเราเคยได้ยินมา ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้มใช่หรือไม่ มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉยๆหรือไม่ ตนแอบดูอยู่ปรากฏว่าพี่น้องชาวปทุมธานี ยืนตรงไม่มีคนเอามือไขว้หลังเลยสักคน เพลงชาติไทยคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุด เพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพต้องให้เกียรติทุกครั้งที่เคารพธงชาติ เราจึงต้องลุกขึ้นยืน เป็นการเคารพบรรพบุรุษ ศาสนา และสถาบันสูงสุด รวมถึงเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยที่ทำให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ถ้าผืนนั้นมีสีแดงขาวน้ำเงิน บ่งบอกว่านี่คือประเทศไทยที่กว่าจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษได้ปกป้องบ้านเมืองสละชีวิต และจิตวิญญาณ ดังนั้น วันนี้การที่เราฟังเพลงชาติได้ไพเราะ เพราะเราถูกรังแกถูกคุกคามแผ่นดิน เราจึงหวงแหนแผ่นดิน เราไม่เคยวุ่นวายกับแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินของเรา ก็มีความจำเป็นต้องปกป้องต่อสู้ไม่ให้มีใครมารุกรานนี่คือคนไทย
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบกับสถานการณ์นี้พอดี ตนได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วบอกว่าอยู่เพียง 4 เดือน แต่เมื่อประเทศชาติมีภัยถูกคุกคามถูกล่วงล้ำอธิปไตยเมื่อไหร่ ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราให้มีความปลอดภัยจากการถูกคุกคามของคนต่างชาติ
ดังนั้น ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเรามีความปลอดภัย จะไม่มีใครเข้ามาคุกคามรังแกล่วงล้ำอธิปไตยได้ ประชาชนทุกคนสามารถที่จะวางแผนทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด แต่จะปิดมันอยู่แบบนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ช่องทางที่ปิดไม่มียาเสพติดไม่มีข้าวเถื่อน ไม่มีมันสำปะหลังเถื่อน ไม่มีแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามา

”ถือเป็นฉันทานุมัติเรื่องเปิดด่าน ถ้าภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ไม่มี ไม่ต้องโทรศัพท์พูดคุยกันทั้งสิ้น ประชาชนสั่งแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ถ้าประชาชนต้องการให้กลับเข้าไปอีก ไม่มีเปิดด่าน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ปทุมธานีเป็นจังหวัดสำคัญ ความเจริญคล้ายกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของปริมณฑล วันนี้เราต้องช่วยกันผลักดันให้จังหวัดปทุมธานีมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านให้มากกว่าเดิม ลดความแออัดในกรุงเทพฯ ด้วยการกระจายความเจริญให้มากกว่านี้ ซึ่งตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกฯชาญ เป็นสิบๆปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ และรู้จักอีกหลายคน ทั้งพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจังหวัดปทุมธานี และเชื่อว่าสามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานีได้ เพื่อที่จะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน
นายอยุทิน กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด แต่สิ่งที่ตนได้จากการเดินตลาด เดินตามถนน เดินตามแหล่งชุมชน คือข้อมูล เรื่องคนละครึ่งที่ทุกคนขอเฟส 2 โดยที่ประชาชนไม่ขอมากกว่านี้ เพราะไม่อยากรบกวนบ้านเมือง ไม่อยากรบกวนวินัยการคลังของประเทศ บอกว่าให้พวกเราแค่นี้พอแล้ว ตนบอกว่าเอาเงินหมื่นมาแจกเอาไหม ชาวบ้านบอกไม่เอาวุ่นวาย พอได้มาเจ้าหนี้มายืนรอเอาคืนหมด ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่บาทเดียว ตนจึงหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ว่าต้องจัดการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชน ให้ทุกคนไม่มีหนี้นอกระบบ ถ้าจ่ายร้อยละสองต่อวันได้ ขอร้อยละสองต่อเดือน เพราะธนาคารก็ได้ด้วยเช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปาก นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน แค่ 3-4 เดือน พูดคำว่าไทยแลนด์แล้วหลายครั้ง และพูดว่านายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์โลกได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องทำตัวให้เขามอง วันนี้โลกตั้งกติกามาใหม่ ห้ามใช้แรงงานเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ห้ามใช้แรงงานจากการกดขี่ข่มเหง เราไม่ต้องการทำอยู่แล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ใช้นโยบายในการผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะทำให้คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า
“พรรคภูมิใจไทยเรามีบุคลากรที่พร้อมแล้ว มีบุคลากรที่เดินทางไปทั่วโลก สมัยก่อนไม่มีใครกล้าไป เพราะไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร ไม่มั่นใจคุณศุภจีถึงบอกไง จะไปขายข้าวให้เมืองนอก ฉันต้องรู้ว่าฉันมีเข้าสต๊อกอยู่ เพราะถ้าเดินไปปุ๊บเขาบอกจะซื้อเท่านี้ ฉันสต๊อกไว้ 1 ล้านตัน ถ้าเขาซื้อ 7 แสนตัน บอกพรุ่งนี้ส่งเลย เขาก็จะซื้อเรา ในขณะที่บางพรรคบอกไม่จำเป็นต้องสต๊อก เสียของ ไปขายก่อน รับออเดอร์มาแล้วค่อยมาผลิต เวียดนามแย่งเราไปหมดแล้ว ขายไม่ทันเขา นี่ไงครับ ความแตกต่างของคำว่าประสบการณ์ ความแตกต่างของคำว่ากึ๋น ความแตกต่างของคำว่าเขี้ยว คำว่าเขี้ยว ไม่ใช่เอี้ยนะ พรรคภูมิใจไทยมีคนเหล่านี้อยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่าขอบคุณมาก คนละครึ่ง ปิดด่าน เอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่เขาบอกว่ามาทำธุรกิจทางการเมือง ไม่ใช่หรอก การยอมรับจากประชาชนสำหรับตน 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายตนได้
นายอนุทิน ย้ำว่า ไม่ต้องบอกว่าเมื่อไหร่จะได้คนละครึ่งเฟส 2 เพราะมันจะมาเอง มันจะมาจากหัวใจ จะมาจากความตั้งใจ ไม่ต้องมาบีบบังคับ ถ้ามาออกมาจากหัวใจ ทำแล้วเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ตนทำทุกเรื่อง และหาคนที่ถูกต้องถูกงานมาทำให้ท่าน
”พูดแล้วมันโมโหเหมือนกัน นึกถึงภาพ เราต้องไป ถูกเขารังแก ไปเป็นน้ำใต้ศอกเขา อยากได้อะไรก็บอก อยากให้อะไรกูยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้อย่างไร มันคนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น อยากได้อะไรบอกมา” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ตั้งคำถามว่า ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้หรือไม่ แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสาร
“เดี๋ยวบอกว่าจะกล้าออกหรือ ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. พอพูดกันไม่รู้เรื่อง 8 ธ.ค.ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ ผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้กูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า ”อยู่ยาวไป อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง“
นายอนุทิน จึงกล่าวว่า อยากได้ไฟสว่างหรือ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกมากเลย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้พ่อแม่พี่น้องมา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับชาวปทุมธานีว่า ใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอคนเดียว ส่วนใจเธอมีแต่ฉัน เบอร์ 37 ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับผู้มาฟังปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ พวงเพ็ชร์ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่ แม่ค้าบางคนบอกว่า ขนลุกเลยดีใจที่ได้เจอนายกฯตัวจริงเพราะปลื้ม ก่อนที่จะเดินทางกลับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี