วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
"อภิสิทธิ์" ปลุกคนตรังฟื้น "การเมืองสุจริต" ตัดวงจรทุนเทาซื้อ สส. - ฟาด! ภท.แซะ ปชป.สมบัติผู้เฒ่า จะรอดู ภท.เป็นผู้เฒ่าแล้วจะเหลืออะไรหรือไ่ม่ - ขย้ำซ้ำ! คุม "คมนาคม-ท่องเที่ยว" ตั้งนานเอาแต่เปิดอีเวนท์แต่ก็ไม่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โว ปชป.มืออาชีพ พร้อมวางปรับโครงสร้างปักษ์ใต้ให้แข็งแรง
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.20 น. ที่หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดตรัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ''ชาวตรัง..ใจเดียว: ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้'' ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่า โดยระบุว่า ใครที่ปรามาสพรรคประชาธิปัตย์หมดอนาคต กำลังจะสูญพันธุ์แล้ว ให้มาดูประชาชนที่มามการปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ (3 ก.พ.) ก่อน พร้อมย้ำว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ที่ตนออกไปจากทางการเมือง มีผู้มาถามตนว่า จะมีโอกาสกลับมาทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ตนยืนยันว่า ถ้าตนจะกลับมา จะต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เพราะตนมีพรรคเดียว มีภรรยาคนเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบใด ๆ เหมือนคนใต้ที่มีใจเดียว
นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ตนกลับมาด้ยภารกิจที่หนักหน่วงในการฟื้นฟูพรรค และช่วยบ้านเมือง เพราะประชาชนทนการเมือง และบ้านเมืองที่ผ่านมาไม่ไหวแล้ว และตนโชคดีที่การฟื้นฟูพรรคฯ มีผู้อาวุโสในพรรคฯ ที่หนักแน่นอยู่กับพรรคฯ จนปัจจุบัน โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ และผู้ที่เคยทำงานกับตน ก็กลับมาทำงานกับตน และตนก็ยืนยันว่า อุดมการณ์และหลักการความซื่อสัตย์ของพรรคฯ จะต้องไม่เปลี่ยน แม้โลกจะเปลี่ยนไป ตนก็ต้องดึงคนรุ่นใหม่มาทำงาน ซึ่งบ่งบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนประชาชนคนใต้บอกว่าเป็น "สมบัติของพ่อเฒ่า" จนถูกพรรคฝ่ายตรงข้ามกระแนะกระแหนว่า พูดถึงแต่เรื่องเก่า ซึ่งอาจจะยังไม่เข้าใจว่า สมบัติของพ่อเฒ่าถ้าไม่มีค่า ไม่มีใครเก็บไว และตนก็จะดูรอดูว่า พรรคฝ่ายตรงข้ามเมื่อเป็นผู้เฒ่าแล้ว จะเหลืออะไรหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ก่อนที่ตนจะกลับมาทางการเมือง หลายตนเตือนตนว่า อย่ากลับมา เพราะการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว อดีตภาคใต้ ไม่มีการซื้อเสียง ปฏิเสธการทุจริต แต่ปัจจุบัน กลับมีการซื้อเสียงหนักที่สุด และ สส.มีราคาแพงที่สุด เปิดปราศรัยก็ต้องจ้างมา แกนนำพรรคคนสำคัญขึ้นพูดก็เหลือแต่เก้าอี้ แต่ตนไม่เชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ บางช่วงที่ตกต่ำ หรือก้าวพลาด แต่ค่านิยมพื้นฐานของพรรคฯ ต้องอยู่คู่ประเทศไทย เช่นเดียวกับ การเมืองที่สับสนวุ่นวาย ประชาชนอาจไขว้เขว แต่สุดท้าย ประชาชนต้องกลับมาอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับความถูกต้อง และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้มีการเมืองที่เต็มไปด้วยการต่อรอง และการทุจริต จนประชาชนไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงยังมีการซื้อตัว สส.30-70 ล้าน กับ สส. 400 คน จะมีธุรกิจใดที่สามารถซื้อ สส.ได้ถึงขนาดนี้ และอย่าแปลกใจที่ขบวนการสแกมเมอร์ ตั้งอยู่รอบ ๆ ประเทศไทย เมื่อหลอกเงินประชาชน ค้ามนุษย์ได้ ก็ส่งเข้ามาที่การเมืองไทย หรือนำมาฟอกเงินในประเทศไทย ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องกลับมาทำบ้านเมืองสุจริต เพราะถ้าปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เป็นอยู่ ประชาชนก็จะหวังพึ่งอะไรไม่ได้ และต้องรอโครงการรัฐบาลมากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งคราว อย่างคนละครึ่ง แต่เมื่อโครงการจบเศรษฐกิจก็ซบเซา จึงไม่มีทางให้รัฐบาลจัดให้มีคนละครึ่งตลอดเวลา แต่อดีตที่ยางราคา 180 บาท ประชาชนไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาล เศรษฐกิจหมุนเวียนได้
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า จากปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ ตนกลับมาทางการเมืองครั้งนี้ ได้ดึงนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาด้วย เพราะเคยรับผิดชอบวิกฤตเศรษฐกิจโลก และยังมีนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ รวมถึงคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่มาช่วย เพื่อให้ประชาชน มีรายได้ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งพรรคฯ มีแผนแล้วสำหรับเกษตรกร และผู้ประกอบการในภาคใต้ เช่น มอเตอร์เวย์ภาคใต้ และรถไฟรางคู่ไปถึงชายแดนไทย-มาเลเซีย สามารถเชื่อมถึงสิงคโปร์ และสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทารถไฟ สปป.ลาว-จีนได้ แต่ก็ยังมีพรรคการเมืองอื่นมาใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ เป็น สส.มากว่า 30 ปี ซึ่งหน้าที่ สส.มีหน้าที่นำปัญหาบอกรัฐบาล และผู้อนุมัติโครงการคือรัฐมนตรี รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ คุมกระทรวงคมนาคมเพียง 2 ปีแต่ก็มีโครงการต่าง ๆ ทั้งถนน 4 เลนส์ รถไฟทางคู่ และสนามบิน แต่พรรคที่มาด่าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งคุมกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยาวนานกว่าใคร แต่กลับไม่ทำอะไรให้ประชาชน และมาขู่ประชาชน ถ้าเลือกพรรคการเมืองอื่นจะไม่มีโครงการเกิดขึ้น คงรู้จักประชาชนคนใต้น้อยไปที่ข่มขู่ไม่ได้ และตนเพิ่งกลับมาจากพัทลุง กลับมีคนบอกว่า มีโอท็อปส่งออกมือปืน ซึ่งคนพัทลุงมีอะไรมากกว่านั้นมาก แต่ตอนที่เป็นพัทลุง ก็ได้แต่จัดอีเวนท์ ไม่ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้คนทั้งโลกรู้ว่า พัทลุงมีของดีมากมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะทำ เพราะเป็นมืออาชีพ และกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจมาแล้ว และวางพื้นฐานประเทศให้แข็งแรง พร้อมยังย้ำนโยบายต่าง ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ 10,000 บาทถ้วนหน้า, หวยจังหวัด, เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง, การหางานให้กับผู้ที่ติดหนี้ กยศ. และอื่น ๆ เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า นโยบายต่าง ๆ นั้น พรรคประชาธิปัตย์ อยู่คู่ประชาชน และคิดตลอดว่า จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองไปได้ เศรษฐกิจดี และชีวิตประชาชนมีความมั่นคง จึงมีเป้าหมาย ไทยหายจน ไม่จนปัญญา จนตรอก จนมุม และจนใจ ซึ่งทั้งหมดจะทำได้ การเมืองต้องสุจริต และให้โอกาสพรรคฯ ไปเป็นรัฐบาล ซึ่งการจะเป็นรัฐบาลได้ ก็ต้องอยู่ที่ประชาชน ที่นอกจากจะต้องเลือก สส.บัญชีรายชื่อแล้ว ยังจะต้องเลือก สส.เขตของพรรคฯ เพื่อให้เพียงพอเป็นรัฐบาลได้ และจะต้องเลือกพรรคประชาชนธิปัตย์ ทั้งบัตร 2 ใบไม่แบ่งใคร เพราะคนใต้ใจเดียว ให้พรรคมีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า 5 วันสุดท้ายของการเลือกตั้ง ทุนเทาต่าง ๆ จะแปลงร่างเป็นแบงก์เทา คนใต้อาจถูกจดชื่อไปแล้ว แต่ถ้าแบงก์เทามาให้ถ่ายภาพเซลฟี่คู่กับตนแล้วบอกว่า 1 ใบไม่พอ ถ้า 2 ใบตนจะมาปราศรัยอีกจะได้ 3 ใบ แต่ไม่ว่าจะได้ 1 ใบ 2 ใบหรือ 3 ใบ แต่คนตรังอย่าเลือก เพราะ 4 ปีกับเงิน 1,000 บาทไม่คุ้มกับการให้นักการเมืองเข้าไปโกงกินกว่าแสนล้าน ทำลายโอกาสลูกหลาน และประเทศ และต้องรออีก 4 ปี ดังนั้น จะต้องหยุด และกลับไปคิด 30 ปีที่ผ่านมา หรือ 50 ปี ที่คนใต้กับพรรคประชาธิปัตย์ เคียงคู่ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ครั้งนี้จะต้องชัดเจนกว่า 8 กุมภาพันธ์ จะต้องไล่คนซื้อเสียงออกจากตรัง และภาคใต้ให้หมด ไม่จำนวนต่อเรื่องเงิน หรือทุนไม่ว่าสีใด แต่จะต้องร่วมกันสร้างบ้านเมืองสุจริต ทำเศรษฐกิจให้ดี ชีวิตประชาชนจะมั่นคง และไทยจะได้หายจนด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งบัตร 2 ใบ
สำหรับ บรรยากาศการปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ''ชาวตรัง..ใจเดียว: ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้'' ที่สนามหน้าศาลากลางหลังเก่านั้น มีประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และประชาชนชาวตรัง เข้าร่วมรับฟังจำนวนมากจนจำนวนผู้ที่มารับฟังการปราศรัยล้นมาบริเวณหลังเวที และยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ยอมเกาะรั้วฟัง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้บอกว่า กระแสพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2554 ว่าดีแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่าในการเลือกตั้งครั้งนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี